ในหลวงร.10



















ข้อมูลเกี่ยวกับ พระราชประวัติในหลวงร.10

 

ในหลวงร.10 พระนามเต็มว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระราชสมภพเมื่อเวลา 17.45 น. วันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2495  เป็นพระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี เสด็จขึ้นทรงราชย์เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2559 จนถึงปัจจุบัน เป็นพระราชโอรสพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระปรมินมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชินีนาถ มีพระเชษฐภคินี คือ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และมีสมเด็จพระขนิษฐภคินี 2 พระองค์ คือ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

 

โดยล่าสุด ประกาศจากสำนักพระราชวัง เรื่องโปรดเกล้าฯ ให้มีการตั้งพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยจะมีกำหนดขึ้นในวันที่ 4-6 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 โดยเลขาธิการพระราชวัง รับพระราชโองการเหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ให้ประกาศโดยทราบทั่วกันว่า โดยที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์แห่งประเทศไทย ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ  กราบบังคมทูลในนามของปวงชนชาวไทยนั้น ทรงพระราชดำริว่า เป็นโอกาสอันสมควรที่จะได้ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ตามพระราชประเพณีไทย เพื่อความเป็นสวัสดิมงคลของประเทศและราชอาณาจักร ให้เป็นที่ชื่นชมยินดีของประชาชน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ดังนี้ 

 

วันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 พระราชพิธีบรมราชาภิเษก และเสด็จออกมหาสมาคม พระบรมวงศานุวงศ์ คณะองคมนตรี คณะรัฐมนตรี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาล ถวายพระพรชัยมงคล จากนั้น พระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร 

วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 พระราชพิธีเฉลิมพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย  และสถาปนาฐานันดรศักดิ์พระบรมวงศานุวงศ์ จากนั้น เสด็จเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตรา ทางสถลมารค

วันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2562  เสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรคยืปราสาท พสกนิกรเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคล จากนั้น เสด็จออก ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท คณะทูตานุทูตกงสุลต่างประเทศเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาล ถวายพระพรชัยมงคล

 

ส่วนการเสด็จเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตรา ทางสถลมารค ทรงโปรดเกล้าดปรดกระหม่อมให้มีขึ้นในช่วง การพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ถวาผ้าพระกฐินปลายปี พุทธศักราช ๒๕๖๒  จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน สำนักพระราชวัง