แพทย์โรงพยาบาลต้นเรื่องเผยข้อเท็จจริงอีกมุม ปฏิเสธเปล่าพูดไม่ดีใส่คนไข้

แพทย์โรงพยาบาลต้นเรื่องเผยข้อเท็จจริงอีกมุม ปฏิเสธเปล่าพูดไม่ดีใส่คนไข้

Publish 2019-05-27 18:18:06


จากกรณีที่เจ้าของเฟซบุ๊กชื่อ  Walaiporn Thobuhyong โพตส์เล่าเรื่องราวว่าเธอตั้งท้องลูกแฝดได้ 5 เดือน แต่ดันเกิดสภาวะน้ำคร่ำแตกเสียก่อน จึงรีบไปโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดนครนายก แต่เมื่อไปถึงกลับถูกปล่อยปละละเลย แถมยังถูกทั้งหมอและพยาบาลพูดจาไม่ดีใส่

 



จนกระทั่งเธอต้องย้ายโรงพยาบาลแต่ทว่า มาช้าเกินไปทำให้ม่สามารถรักษาชีวิตของลูกแฝดของเธอทั้งสองคนไว้ได้ สร้างความโศกเศร้าเสียใจกับเธอเป็นอย่างมาก 

 


อ่านข่าว - หัวอกแม่รับไม่ได้  อุ้มท้องไปรพ.น้ำคร่ำแตก หมอบอกแท้งแล้วเร่งให้รีบเอาออก แต่เจ้าตัวคาใจลูกแฝดยังดิ้น จุกอกซ้ำพยาบาลไล่กินยาเบ่งลงชักโครก

 

ล่าสุด นายแพทย์วัชรินทร์ จันทร์เสม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลดังกล่าวที่ตกเป็นข่าว ได้เปิดเผยถึงกรณีนี้ว่า หลังจากที่ได้อ่านเรื่องราวจากโซเชียลฯ ทำให้เกิดความไม่สบายใจ และข้อมูลมีความคลาดเคลื่อน ซึ่งคนไข้มีอายุครรภ์ประมาณ 19 สัปดาห์ หรือประมาณ 4 เดือนกว่า ได้มาพบแพทย์ที่ห้องฉุกเฉิน เวลา 21.00 น. วันที่ 19 พ.ค. ด้วยอาการมีน้ำไหลออกมาจากช่องคลอด มีอาการเหมือนจะแท้ง แพทย์จึงได้ทำการอัลตราซาวด์ พบว่ามีเด็กแฝด 2 คนอยู่ในท้อง ซึ่งไม่สามารถบอกขนาดได้ ซึ่งตอนนั้นหัวใจเด็กยังเต้นอยู่ จึงได้แอดมิทให้แพทย์เฉพาะทางดูแล

 


จากนั้นแพทย์จึงได้ให้ยาระงับการแท้ง ซึ่งก็มีแพทย์สูติเข้ามาดูแลในคืนนั้น ซึ่งจากการประเมินพบว่า คนไข้ไม่สามารถที่จะตั้งครรภ์ต่อไปได้ แต่จะมีโอกาสแท้งสูง จึงแนะนำว่า หลังจากนี้อาจจะไม่ให้ยาระงับการแท้ง ซึ่งในตอนนั้นญาติยังทำใจไม่ได้ ดังนั้นทั้งคืน แพทย์จึงได้ให้ยาระงับการแท้ง ซึ่งก็พอช่วยได้บ้าง โดยยาตัวนี้ทำหน้านี้ลดการหดตัวของมดลูก และพอช่วยชะลอการคลอดได้บ้าง ซึ่งคนไข้ก็ไม่มีอาการปวดและแท้งในคืนนั้น

 



และในตอนเช้า แพทย์ได้มาประเมินซ้ำ พบว่าปากมดลูกเปิด และเด็กกำลังจะออก ซึ่งส่วนหนังมีลักษณะกล่ำ จึงแนะนำคนไข้ว่า ควรจะหยุดยาระงับการแท้ง เพราะหากให้ยาต่อไป ก็ไม่เกิดประโยชน์ ซึ่งเด็กเสียชีวิตในครรภ์ และหากปล่อยเอาไว้จะส่งผลต่อแม่ อาจติดเชื้อ โดยจะปล่อยให้คลอดออกมาตามธรรมชาติ โดยญาติไม่พอใจ จึงได้ขอย้ายผู้ป่วยไปอีกโรงพยาบาล และได้แท้งที่โรงพยาบาลนั้น

 


ส่วนกรณีที่มีพูดจาตอบโต้กับทางพยาบาล เรื่องทำแท้งลงชักโครกนั้น ได้มีความคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง โดยข้อมูลจากคนไข้ ทราบว่า ก่อนหน้าท้องนี้ คนไข้ได้เคยแท้งที่บ้านมาแล้ว พยาบาลคนที่คนไข้กล่าวถึงในโพสต์ จึงได้เล่าประสบการณ์ตัวเองให้กับคนไข้ว่า ตนเคยท้อง 18 สัปดาห์ และแท้งตอนเข้าห้องน้ำและได้เผลอกดชักโครก

 

โดยเจตนาของพยาบาล ต้องการปลอบไม่ให้คนไข้รู้สึกผิดที่แท้งลูก เพราะพยาบาลเองก็เคยแท้งเช่นกัน ซึ่งเข้าใจว่า ในตอนนั้นคนไข้อยู่ในอารมณ์เสียใจ และภาวะเครียด จึงแปลงสารผิด และนำไปโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย ทำให้บุคลากรทางการแพทย์เกิดความไม่สบายใจอย่างมาก

 


ทั้งนี้ระหว่างที่คนไข้อยู่ที่โรงพยาบาล ได้ให้คนไข้นอนพักบนเตียงอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดความกระทบกระเทือนน้อยที่สุด พร้อมอธิบายขั้นตอนการรักษากับคนไข้ และต่อหน้าญาติคนไข้ ซึ่งหลังจากที่คนไข้ได้แท้งบุตรที่โรงพยาบาลอีกแห่ง ทราบว่าเด็กมีน้ำหนัก 250 กรัม และ 375 กรัม ซึ่งน้ำหนักเด็กแต่ละคนไม่ถึง 500 กรัม ตามที่คนไข้โพสต์ลงโซเชียล

 

ทั้งนี้ หลังจากที่เกิดเรื่องขึ้น ทางคนไข้ไม่เคยมาร้องเรียนกับทางโรงพยาบาล จนกระทั่ง ทราบภายหลังว่า คนไข้ได้โพสต์เรื่องราวลงโซเชียล จึงอยากจะชี้แจงข้อเท็จจริงอีกด้าน

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน