เสือดำต้องไม่ตายฟรี มูลนิธิสืบฯ ชวนตามติดคดี “เปรมชัย”

เสือดำต้องไม่ตายฟรี มูลนิธิสืบฯ ชวนตามติดคดี “เปรมชัย”

Publish 2018-02-22 14:47:36

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ฝ่ายสื่อสารองค์กร มูลนิธิสืบ นาคะเสถียร ได้เผยแพร่บทความ เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนได้ติดตามความคืบหน้าคดีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ถูกเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกเข้าจับกุม 

โดยมูลนิธิสืบฯ ได้สรุปความคืบหน้าของคดี ในบทความ “ความคืบหน้าคดี ซีอีโออิตาเลียนไทยล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่ฯ # 4” ดังนี้

ออกหมายเรียกเปรมชัย เข้าทราบข้อหาเพิ่มครั้งที่ 2

พนักงานสอบสวนได้ประสานผ่านทางทนายความส่วนตัวและนายประกัน ของ นายเปรมชัย เพื่อเรียก นายเปรมชัย พร้อมพวก มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม พร้อมกับรับทราบข้อกล่าวหา ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อ นายเปรมชัย พร้อมพวก ในข้อหา ทารุณกรรมสัตว์ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557

ก่อนหน้านี้ได้ออกหมายเรียกครั้งแรกไปแล้วเมื่อวันที่ 15 ก.พ. แต่ทนายความส่วนตัวนายเปรมชัยได้แจ้งว่ามีเหตุขัดข้องไม่สามารถเดินทางมาพบพนักกงานสอบสวนได้ ทางพนักงานสอบสวนจึงได้ออกหมายเรียกครั้ง ให้นายเปรมชัยพร้อมพวกมาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 22 ก.พ. ในเวลา 09.00 น. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี

หากในครั้งที่ 2 นายเปรมชัยไม่มาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 22 ก.พ.นี้ พนักงานสอบสวนจะแจ้งต่อศาลถึงพฤติการณ์ของผู้ต้องหา เพื่อให้ศาลใช้ดูลพินิจในการพิจารณาสั่งการต่อไป



จ่อแจ้งข้อหาเปรมชัย ครอบครองปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต

ผลการตรวจสอบจากกองพิสูจน์หลักฐานกลางและเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทย ในการตรวจสอบอาวุธปืนของนายเปรมชัย หลังจากการเข้าตรวจค้นบ้านของนายเปรมชัยเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พบว่า มีปืนที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย 2 กระบอก
โดยปืนกระบอกที่ 1 เป็นปืนที่ผลิตขึ้นเอง กระบอกที่ 2 อาวุธปืนยาวขนาด 9 มม.ออโตเมติก มีความยาวลำกล้องถึง 420 มม. มีความยาวลำกล้องเกินกว่าที่กฎหมายระบุ คือ 160 มม.

นอกจากนี้ปืนที่ตรวจพบอีกจำนวน 8 กระบอก ยังไม่พบเอกสารว่าผู้ใดเป็นเจ้าของ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่นายทะเบียนจากกระทรวงมหาดไทย ว่าบุคคลใดเป็นเจ้าของ และครอบครองถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ซึ่งพนักงานสอบสวนของคดีนี้ จะต้องแจ้งกล่าวข้อหาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
 
แฉเปรมชัย มีเป้าเปิบจู๋เสือด

ชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เข้าไปเก็บหลักฐานในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก พร้อมจัดทำลำดับเหตุการณ์การเข้าล่าสัตว์และการชำแหละเนื้อเสือดำเป็นบันทึกประกอบในสำนวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เนื้อของการจัดทำเหตุการณ์ล่าสัตว์ของคณะนายเปรมชัย ระบุเนื้อหาตอนหนึ่งไว้ว่า
เนื้อขาขวาของเสือดำถูกเลาะออกจากกระดูกมาย่างกิน ส่วนหางเสือดำนำไปปรุงเป็นซุปหางเสือดำหรือหากชอบแบบต้มยำสามารถใส่เครื่องปรุงตามใจชอบ ทั้งนี้กลุ่มพรานไม่ได้มาเพื่อกินหางหรือเนื้อเสือดำเท่านั้นเป้าหมายต้องการกินตัวเดียวอันเดียวของเสือดำด้วย สรุปคือกลุ่มพรานได้กินอวัยวะเพศผู้ของเสือดำ หาง เนื้อสะโพกและขาขวาหลัง ส่วนเนื้อไก่ฟ้าหลังเทาแทบจะไม่ได้แตะเลยในอาหารมื้อเย็นของวันที่ 3 ก.พ.
 
เตรียมแจ้งข้อหาทารุณกรรมสัตว์เพิ่ม

ร.ต.อ.สุมิตร  บุญยะนิจ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เจ้าของคดี กล่าวว่า ในส่วนของข้อกล่าวหารวมทั้งหมดเวลานี้มี 10 ข้อกล่าวหา เดิมมี 9 ข้อหาแต่เพิ่มอีก 1 ข้อหาที่มีการแจ้งความเพิ่ม คือทารุณกรรมสัตว์
ในข้อกล่าวหานี้ ได้ประสานเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ ที่ด่านกักกันสัตว์ อ.สังขละบุรี มาให้ข้อมูลในรายละเอียดข้อกฎหมาย เพราะเป็นกฎหมายใหม่ ต้องทำให้รัดกุมที่สุดในแต่ละข้อกล่าวหา
 
22 ก.พ. นัดหัวหน้าทุ่งใหญ่สอบปากคำคดีติดสินบน

จากกรณีที่ นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก แจ้งดำเนินคดีกับนายเปรมชัย ในข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงาน ล่าสุด กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนแล้ว และจะเรียก นายวิเชียร พร้อมลูกน้องที่อยู่ในเหตุการณ์ 4 คน มาให้ปากคำเพิ่มเติมอีกครั้งในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ นี้ เพื่อให้สำนวนมีความครอบคลุมครบถ้วน ก่อนจะเชิญ นายเปรมชัย มาให้ปากคำต่อไป


ป่าไม้ชงปปง.ยึดทรัพย์-ฟ้องแพ่ง กรณีรุกป่า

จากการตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าใน อ.ภูเรือ จ.เลย ของบริษัท ซี พี เค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่มีนายเปรมชัย เป็นหนึ่งในกรรมการบริหาร พบว่าเรื่องนี้มี 2 ประเด็นสำคัญ
1. ส่วนที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ซี พี เค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จากการตรวจสอบพบว่าที่มีการครอบครองผิดกฎหมายรวมทั้งสิ้น 6,215 ไร่ ซึ่งเมื่อมีการแจ้งความผู้ที่ถูกเอาผิดทางอาญาจริงๆ คือ พี่สาวของนายเปรมชัย แต่นายเปรมชัยไม่ถูกดำเนินคดีอาญาเพราะไม่ได้ลงนามในเอกสาร แต่ในส่วนของคดีแพ่งนั้น ภาครัฐสามารถเอาผิดเรียกค่าเสียหายเป็นเงินและเสนอเรื่องให้ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เอาผิดโดยยึดทรัพย์ได้ เพราะที่ดินดังกล่าวอยู่ในโซนป่าต้นน้ำ 1 และ 2 ที่ห้ามถือครองเพื่อทำธุรกิจ แต่พบว่าบริษัทดังกล่าวถือครองที่ดินและทำธุรกิจมาอย่างต่อเนื่องทุกพื้นที่
2. ส่วนที่เกี่ยวข้องกับนายเปรมชัย ตรวจสอบพบว่านายเปรมชัยมีชื่อถือครองโฉนดไม่ต่ำกว่า 5 แปลง ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน รวมประมาณ 500 กว่าไร่ ดังนั้น ต้องตรวจสอบด้วยว่าได้มาอย่างไร ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการบุกรุกป่าท้องที่ อ.ภูเรือ ซึ่งประกอบด้วย 5 ฝ่าย
ส่วนเรื่องท่าจอดเรือยอชต์ อ่าวปอ แกรนด์ มารีน่า จ.ภูเก็ต กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ระบุว่า ท่าจอดเรือยอชต์นั้นมีเอกสารสิทธิถือครองที่ดินถูกต้อง
 
รมว.ทรัพยฯ ยันหลักฐานเอาผิดเปรมชัยแน่นหนา

พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับนายเปรมชัย พร้อมพวกที่เข้าไปล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก มีรายละเอียดสำคัญดังนี้
การดำเนินคดี 9 ฐานความผิดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการไปแล้วนั้น มีพยานหลักฐานที่แน่นหนามาก ส่วนคดีอื่นที่จะมีการแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมนั้นก็อยู่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสืบสวนต่อไป ส่วนเรื่องการดำเนินคดีเกี่ยวกับการบุกรุกพื้นที่ป่าทั้งในพื้นที่ อ.ภูเรือ จ.เลย และ สนามกอล์ฟเขาสอยดาว จ.จันทบุรี เป็นเรื่องที่กรมป่าและกรมอุทยานฯกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบ

ขอบคุณข้อมูลจากมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร www.seub.or.th


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน