ระวังตกเป็นเหยื่อ เตือนภัย บัตรประชาชนแค่ใบเดียว  ระวังหมดตัวหมดอนาคต

ระวังตกเป็นเหยื่อ เตือนภัย บัตรประชาชนแค่ใบเดียว ระวังหมดตัวหมดอนาคต

Publish 2018-07-31 10:28:39


 

อุทาหรณ์เตือนภัย ใครหลาย ๆ คน ระวังสำเนาบัตรประชาชนที่ใช้สมัครงานหรือติดต่อธุรกรรมต่าง ๆ หลุด อาจตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพหรืออาจเป็นหนี้ก้อนโตแบบไม่รู้ตัว วันนี้จึงขอแนะนำวิธีป้องกันมิจฉาชีพนำเอกสารไปใช้ประโยชน์ต่อ และเมื่ออ่านแล้วรบกวนช่วยแชร์เพื่อให้คนอื่นๆ ได้ระวังกันด้วย

 

เป็นเรื่องที่ทุกคนกรุณาอย่ามองข้ามไปอันขาด นั่นก็คือ “บัตรประชาชน” ว่าจะไว้ใจให้ใครไปง่ายๆ ยังไงก็ได้ ถ้าหากท่านจำเป็นต้องให้สำเนาบัตรประชาชนแก่ใคร ขอให้ท่านขีดคร่อมบัตรประชาชน และระบุวัน เดือนปี นำไปใช้อะไร เนื่องจากปัจจุบันนี้ คนร้ายมีวิธีการหลากหลายมากขึ้นในการนำบัตรประชาชนของท่านไปใช้ในการกระทำผิดกฎหมาย

 

และอาจทำให้เงินฝากบัญชีธนาคารของท่านสูญหายหมดในพริบตา เช่น กรณีของนายพันธุ์สุธี มีลือกิจ พ่อค้าประดับยนต์ ที่คนร้ายได้ใช้วิธีการดังต่อไปนี้แฮกบัญชีแบงก์เพื่อทำการถอนเงินออกจากบัญชีของเหยื่อ

 



 

1. รู้เบอร์โทรของเป้าหมาย
2. ได้เลขบัตรประชาชนของเป้าหมาย
3. รู้บัญชีธนาคารของเป้าหมาย 
4. ปลอมบัตรประชาชนของเป้าหมาย
5. เอาบัตรประชาชนของเป้าหมาย ไปยกเลิกซิมการ์ดโทรศัพท์ของเป้าหมาย
6. ทำเรื่องขอซิมการ์ดใหม่เบอร์เดิม โดยซิมของเป้าหมายที่ใช้อยู่ถูกตัดสัญญาณ
7. โทรไปหลอก Call Center Cyber Banking เพื่อขอให้ปลดล็อค และ Reset รหัสผ่านใหม่
8. โอนเงิน ออกจากบัญชีของเป้าหมาย

ถ้าหากท่านทำการค้าออนไลน์ ที่ลูกค้าจำเป็นจะต้องขอเลขที่บัญชีของท่าน ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร สามารถให้ได้ แต่สำหรับบัตรประชาชน ให้ท่านปิดข้อมูลทั้งหมดเหลือไว้แค่ชื่อ นามสกุล เพียงอย่างเดียว โดยท่านต้องปิดเลขบัตรประชาชน 13 หลัก วันเดือนปีเกิด และสำคัญคือบาร์โค้ดใต้ครุฑ ด้านซ้ายของบัตร เนื่องจากพี่น้องประชาชนยังไม่ทราบว่า ปัจจุบันนี้ มิจฉาชีพสามารถใช้แอพโทรศัพท์มือถือในการสแกนบาร์โค้ดในบัตรประชาชนของท่านได้ แล้วนำรหัส 13 หลักที่ซ่อนอยู่ในบาร์โค้ดมาใช้ในการกระทำผิดกฎหมายได้

 

 



 

นอกจากนี้ เมื่อท่านทำบัตรประชาชนหาย ท่านจะต้องไปแจ้งความทันทีที่โรงพักในภูมิลำเนาของท่าน โดยจะต้องแจ้ง ชื่อ นามสกุล เลขบัตรประชาชน 13 หลัก วันเดือนปีเกิด วันที่ออกบัตร วันหมดอายุบัตร โดยต้องนำสำเนาบัตรประชาชนของบัตรประชาชนใบที่หายไปมาแจ้งความ และระบุด้วยว่าหากผู้ใดนำบัตรไปใช้ในการกระทำผิดกฎหมายทุกกรณี

 

โดยถือว่าทางเจ้าของบัตรไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบัตรใบนี้ตั้งแต่วันที่ไปแจ้งความ เพราะเคยมีเคสที่ทำบัตรประชาชนหล่นหาย แล้วคนร้ายนำไปใช้ส่งยาเสพติดที่ขนส่ง กว่าจะพิสูจน์ได้ว่าเจ้าของบัตรไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายยาเสพติด เจ้าของบัตรต้องติดคุกฟรี 1 ปี 7 เดือน หรือเคสนำบัตรประชาชนที่หล่นหายไปเปิดบัญชี แล้วหลอกให้โอนเงินมาผ่านบัญชี จนทำให้เจ้าของบัญชีที่ทำบัตรประชาชนหายต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง กว่าจะพิสูจน์ได้ต้องหาเงินมาประกันตัว ต้องเสียเงิน เสียเวลาในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ จึงเตือนภัยมาเพื่อให้พี่น้องประชาชนทราบโดยทั่วกัน

 

 

 

หลักของการรับรองสำเนาและขีดคร่อมเอกสารที่ถูกวิธี ควรปฏิบัติ ดังนี้

 1.  ควรเขียนไว้บริเวณที่ยากแก่การแก้ไข

2. ขีดเส้นทึบยาวทับสำเนาเอกสารเพียงเส้นเดียว

3. ระบุวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้ให้ชัดเจนเหนือเส้นตามข้อ 2.

4. ระบุวันเดือนปี

5. รับรองสำเนาถูกต้อง

6. ลงลายมือชื่อทั้งตัวบรรจง และลายเซ็นชื่อ

7. ไม่ขีดเส้นเป็นแบบตาหมากรุก ขีดเส้นทึบยาวสองเส้นขนานกัน หรือขีดกากบาท

 8. ไม่เขียนตัวหนังสือทับบริเวณสาระสำคัญของสำเนาเอกสาร

9.  ต้องใช้ปากกาหมึกสีดำเท่านั้น ถึงจะปลอดภัยที่สุด เพราะ เครื่องถ่ายเอกสาร บางเครื่อง สามารถถ่ายเอกสารโดยดึงหมึกสีน้ำเงินออก เหลือใช้เฉพาะข้อความของบัตรประชาชน แล้วทำให้มิจฉาชีพ เซ็นเอกสารบัตรประชาชนนั้น แทนเราได้เลย

 

 

ทั้งนี้ หลักการทั้ง 9 ข้อนี้ สามารถนำไปใช้งานได้จริง และเป็นเทคนิคในการป้องกันตัวเองจากกลุ่มมิจฉาชีพได้อีกด้วย 

 

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม , ax.chicvariety , sanook




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

จิระนันท์ เมฆปัจฉาพิชิต