บุคคลสำคัญทั่วโลก ยกย่อง "สมเด็จพระเทพฯ" ทรงงานเพื่อมนุษยชาติ...เปรียบดั่งประมุขอีกคนของประเทศตน !!!

บุคคลสำคัญทั่วโลก ยกย่อง "สมเด็จพระเทพฯ" ทรงงานเพื่อมนุษยชาติ...เปรียบดั่งประมุขอีกคนของประเทศตน !!!

Publish 2018-03-30 10:45:15

ศาสตราจารย์ พลเอกหญิง พลเรือเอกหญิง พลอากาศเอกหญิง นายกองใหญ่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และเป็นพระโสทรกนิษฐภคินีในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2498 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2520 ในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการสถาปนาพระอิสริยศักดิ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์ เฉลิมพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า "สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี" นับเป็นสมเด็จเจ้าฟ้าหญิงพระองค์แรก ที่ทรงดำรงพระอิสริยยศที่ “สยามบรมราชกุมารี” แห่งราชวงศ์จักรี

พระองค์มีพระปรีชาสามารถในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านอักษรศาสตร์และดนตรีไทย ซึ่งพระองค์ได้นำมาใช้ในการอนุรักษ์ ส่งเสริม และให้การอุปถัมภ์ในด้านศิลปวัฒนธรรมของประเทศ จากพระราชกรณียกิจในด้านศิลปวัฒนธรรมนี้ พระองค์จึงได้รับการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระสมัญญาว่า “เอกอัครราชูปถัมภกมรดกวัฒนธรรมไทย” และ “วิศิษฏศิลปิน” นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงประกอบพระราชกรณียกิจในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านการศึกษา การพัฒนาสังคม โดยทรงมีโครงการในพระราชดำริส่วนพระองค์หลายหลากโครงการ ซึ่งโครงการในระยะเริ่มต้นนั้น มุ่งเน้นทางด้านการแก้ปัญหาการขาดสารอาหารของเด็กในท้องถิ่นทุรกันดาร และพัฒนามาสู่การให้ความสำคัญทางด้านการศึกษาเพื่อการพัฒนาราษฎร



โดยเมื่อวันที่ 29 มี.ค. 61 ที่ผ่านมา ณ หอประชุมเล็กศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ได้เชิญบุคคลสำคัญ 6 คน ในหลายประเทศ ที่เคยรับเสด็จสมเด็จพระเทพฯ ขณะไปเยือนในประเทศต่างๆ ที่ช่วยเหลือและพัฒนา ในโครงการ โครงการ "ตามหาบุคคลในภาพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนต่างประเทศ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 2 เมษายน 2561" ซึ่งบุคคลทั้ง 6 นี้ถือว่ามีความภาคภูมิใจและชื่นชมในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพฯเป็นอย่างมาก โดยทั้ง 6 คนมีความรู้สึก ต่อ พระองค์ท่านดังต่อไปนี้...


1. พันตรีโชกี วังดี นายทหารองครักษ์นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน กล่าวว่า ครั้งเมื่อตนได้เกียรติเป็นทีมราชองครักษ์ที่ถวายการดูแลรักษาความปลอดภัยเมื่อครั้งที่เสด็จฯ เยือนภูฎาน ทอดพระเนตรโรงเรียนต่างๆ เป็นเวลา4วัน ซึ่งทำให้ตนนั้น รู้สึกดีใจ และเป็นเกียรติที่ได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 6 ของบุคคลในภาพ เป็นอย่างมาก ตนชื่นชมพระบารมี และพระเมตตาที่พระองค์ พระราชทานให้แก่ประชาชนชาวภูฏาน ทรงมีความอ่อนโยน อ่อนน้อม มีพระราชจริยวัตร ที่งดงาม ทรงงานเพื่อมนุษยชาติทั่วโลก ชาวภูฏานเปรียบพระองค์เป็นประมุขของประเทศพระองค์หนึ่ง

2. นางชาฮริน ซัลทานา อาซู อาจารย์ใหญ่โรงเรียนประถมศึกษาของรัฐบาลมารีอาลี บังกลาเทศ ได้กล่าวว่า โรงเรียนนี้ถือว่าเป็นโรงเรียนที่ได้รับพระราชทานความช่วยเหลือในหลายด้าน พระองค์พระราชทานโครงการความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก และเยาวชน ในบังคลาเทศ เพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ สุขอนามัย โดยเฉพาะการใช้สุขาอย่างสุขลักษณะ รวมถึงด้านโภชนาการ ของเด็กนักเรียน ทรงสอนปลูกพืชผักสวนครัว พระราชทานนมอัดเม็ดให้แก่ นักเรียนซึ่งเด็กๆ ชอบมาก

3. ศ.แพทย์หญิง โจว ฉงเล่อ จีน ศ.ประจำภาควิชากุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลหมายเลข 1 แห่งมหาวิทยาลัยปักกิ่ง กล่าวว่า รู้สึกมีความสุขและภาคภูมิมากที่ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 6 บุคคลในภาพ ตนมีความประทับในพระองค์ทรงเป็นกันเองภาพนี้พระองค์เสด็จฯ สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อปี2544 ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับคณะหมอเรื่องสิทธิสตรี ทรงห่วงใยปัญหาสุขภาพเด็ก สตรี สนทนาเรื่องนี้อย่างสนพระทัยและจดบันทึกตลอดเวลาพระองค์ได้พระราชทานความช่วยเหลือ ทั้งด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี แม้เวลาจะผ่านมานาน แต่ยังจดจำได้ดี ชาวจีนทุกคน รักพระองค์ท่านความสัมพันธ์ไทย-จีนเป็นไปด้วยดี

4. นายเพชร แสง ผอ.สถาบันเทคโนโลยีกัมปงเฌอเตียล กล่าวว่า รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ได้พระราชทานความช่วยเหลือแก่ชาวกัมพูชาในด้านต่างๆ ตนได้มีโอกาสเฝ้าทูลละอองพระบาทถวายงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2543 ขณะนั้นพระองค์ได้เสด็จไปทอดพระเนตรพื้นที่ก่อนที่จะเปิดสถาบันเทคโนโลยีกำปงเฌอเตียลใน จ.กำปงธม หลายครั้ง และในการเสด็จทรงเปิดสถาบันนั้น นับเป็นครั้งที่5ที่เสด็จยังสถาบันแห่งนี้ ตนถวายงานเป็นล่ามส่วนพระองค์และบรรยายตามจุดต่างๆ และนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานเป็นดั่งของขวัญล้ำค่าด้านการศึกษาให้แก่ชาวกัมพูชา อีกทั้งพระองค์ยังพระราชทานความช่วยเหลือต่อเนื่อง หลายคนได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้ไปศึกษาต่อในประเทศไทย เช่นเดียวกับตนเองที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณเข้ามาศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งใจจะสืบสานแนวพระราชดำริในการพัฒนาสถาบันแห่งนี้ให้ก้าวหน้าต่อไป ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อชาวกัมพูชายังผลต่อการพัฒนาประเทศ ทำให้ชาวกัมพูชาต่างรักและเทิดทูนพระองค์เป็นอย่างมาก

5. ดร.เม สบาย พยู นู อาจารย์ใหญ่ประจำโรงเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น หมายเลข 7 เมียนมา กล่าวว่า ไม่ได้มีโอกาสง่ายๆ ที่จะได้เข้าเฝ้าฯ พระองค์ โรงเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น หมายเลข7เมืองย่างกุ้ง ได้รับคัดเลือกเป็น1ในโรงเรียน ที่พระองค์ พระราชทานความช่วยเหลือ ก่อนที่พระองค์เสด็จฯ มาโรงเรียน ตนเป็นกังวลว่า จะทำโครงการนี้ได้ดีหรือไม่ แต่เมื่อเสด็จมาถึงแล้ว ได้เห็นพระองค์แย้มพระสรวล ทรงพระราชทานความช่วยเหลือโรงเรียนหลายด้าน สุขอนามัยเกษตรกรรม และการพัฒนาห้องสมุด ซึ่งตนจะพัฒนาโครงการนี้ต่อไป เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาของเด็กและเยาวชน

6. ศ.ไฮเดอร์ ชาฮ์ อดีตรองอธิการบดีวิทยาลัยอิสลาเมียแห่งเปศวาร์ ปากีสถาน กล่าวว่า ในวันนั้นสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จไปทุกคณะในวิทยาลัย ทอดพระเนตรระบบการศึกษาและทรงห่วงใยปัญหาภัยจากผู้ก่อการร้ายในปากีสถาน ทรงตรัสรัฐบาลไทยพร้อมให้การสนับสนุนด้านการศึกษา สุขอนามัย นอกจากนี้ เสด็จไปพิพิธภัณฑ์และสถานที่สำคัญของรัฐบาลปากีสถาน ตนภาคภูมิใจที่ได้ถวายงานและอยากให้พระองค์เสด็จปากีสถานอีกครั้ง เพราะไทยและปากีสถานมีความสันพันธ์ที่ดีต่อกันมายาวนาน

อ้างอิงข้อมูลจาก - INN


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน