ธรรมะคาราบาว! น้าแอ๊ด ชวนสังเกตุความหมายในรอยยิ้ม ... รอยยิ้มอิ่มสุขจากธรรมของตถาคต สู่รอยยิ้มของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์

ธรรมะคาราบาว! "น้าแอ๊ด" ชวนสังเกตุความหมายในรอยยิ้ม ... รอยยิ้มอิ่มสุขจากธรรมของตถาคต สู่รอยยิ้มของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์

Publish 2018-01-15 21:08:18

ล่วงเลยมาถึงวัยที่ แอ๊ด คาราบาว ศิลปินผู้เป็นตำนานเพื่อชีวิต หันมาสนใจศึกษาเรื่องธรรมะ

ช่วงหลังๆ แฟนเพจ แอ๊ด คาราบาว เลยได้เห็นน้าแอ๊ด โพสต์เรื่องเกี่ยวกับธรรมะบ่อยๆรวมถึงการเข้าหาพระสงฆ์ระดับครูบาอาจารย์ของประเทศ

ดังเช่นเมื่อ วันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา แอ๊ด คาราบาวได้โพสต์ข้อความไว้ที่เฟซบุ๊ค ว่า

 

.....ภาพขวามือนั้นน้องบูรณ์จากเชียงรายส่งมาให้ผม พอเห็นภาพนี้ปั๊บก็นึกไปถึง”ปริศนาธรรม”ทันทีครับเลยเอามาเล่าต่อเเบบกันเองๆนะครับ ต้องขอบคุณน้องบูรณ์ไว้ในที่นี้ด้วยครับ
ธรรมะในทางพระพุทธศาสนานั้น มีความหมายใหญ่ๆแค่ 4 ข้อ คือ ธรรมชาติ ธรรมดา ธรรมจริยา และธรรมเทศนา เมื่อเราเข้าใจเเละปฏิบัติตามครบทุกข้อเเล้ว ตัวเราจะมีสภาพเหมือน ภาพตถาคตในรูป คือไร้ทั้งตัว(อัตตา)ไร้ทั้งใจ(สัพเพ ธัมมา นาลัง อภินิเวสายะ=ธรรมทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรเเก่การยึดมั่นถือมั่น)

 



 

ข้อ 2 นี้ หนังจีนกำลังภายในชอบเอาไปใช้ เคยได้ยินไหมครับ เมื่อฝึกกระบี่ถึงจุดสูงสุดเเล้วจะต้องไร้ใจ ก็คือไร้ความยินดียินร้ายนั่นเอง ผมว่าคง

เป็นเพราะอิทธิพลของพระพุทธศาสนาแบบมหายานนั่นเอง ในคำสอนของตถาคตก็จะมีข้อนี้ปรากฏให้เห็นแทบทุกข้อธรรม ยกตัวอย่างเช่น”พรหมวิหาร 4”เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ก็ข้ออุเบกขานี่เเหละครับคือปล่อยวาง อย่างที่หนังจีนว่าไร้ใจ อะไรจะเกิดก็ต้องให้มันเกิด แต่ไม่ได้หมายความว่า ลืมตาขึ้นมาก็ไร้ใจเลยนะ ชีวิตต้องเดินตามขั้นตอนจ๊ะ อย่างเช่นจะสอนลูกหลานให้เป็นคนดี ก็ต้องทำตามพรหมวิหาร 4 เริ่มจาก เมตตา กรุณา มุทิตา แล้วถึงจะไร้ใจ คือปล่อยวางในอุเบกขา เป็นขั้นตอนสุดท้าย ต้องยอมรับจริงๆว่า “ธรรมะ”แต่ละเรื่องเเต่ละข้อธรรมที่ตถาคตค้นพบ นั้นช่างลึกซึ้งละเอียดอ่อน และสอดคล้องกันไปชนิดที่จับต้องได้จริงๆครับ

 

 


ทีนี้มาสังเกตุรอยยิ้มของตถาคต กับรอยยิ้มท่านเจ้าคุณสมเด็จปยุตฺโต กันนะครับ ผมเข้าใจด้วยตัวเองว่ารอยยิ้มของตถาคตนั้นเป็นรอยยิ้มจากความสุขที่เข้าใจในชีวิตอย่างทะลุปุโปร่ง และปล่อยวางทั้งหมดได้เเม้กระทั่งยิ้ม จึงทำให้มองเห็นไปได้ว่า ตกลงนี่ท่านยิ้มหรือเปล่า 55555 ยิ้มเเน่นอนครับเเต่เป็นยิ้มที่หมดห่วงหมดกังวลครับ เป็นรอยยิ้มอุเบกขาที่อยู่ภายในตนครับ ส่วนรอยยิ้มท่านสมเด็จฯนั้นเป็นรอยยิ้มที่ห่วงใยต่อผู้คน เป็นยิ้มจากภายในสู่ภายนอก ด้วยความหวังอยากให้ผู้คนในสังคมมีแนวทางดำเนินชีวิตด้วยปัญญาครับ จึงดูอ่อนโยนเเละเปี่ยมล้นไปด้วยเมตตาธรรมอย่างยิ่ง เมื่อได้เห็นแล้วจึงมีกำลังใจอย่างเหลือล้นครับ
ผมอยากให้เสก โลโซ น้องชายที่ผมรักเเละนับถือน้ำใจ ได้เห็นรอยยิ้มนี้จากผู้คนในสังคมครับ

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน