เปิดให้ชมฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่าย “วังบางขุนพรหม” วังที่งดงามสมบูรณ์แบบที่สุดในไทย เผย...เหตุที่จอมพลบางขุนพรหม ทรงต้องอำลาวังแสนงามตลอดกาล!

เปิดให้ชมฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่าย “วังบางขุนพรหม” วังที่งดงามสมบูรณ์แบบที่สุดในไทย เผย...เหตุที่จอมพลบางขุนพรหม ทรงต้องอำลาวังแสนงามตลอดกาล!

Publish 2017-05-22 19:20:38

 


1 มิย.นี้ “เปิดวังบางขุนพรหม” ชมฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย  พระราชวังที่งดงามที่สุดในไทย ตามรอย...เหตุที่จอมพลบางขุนพรหม ทรงต้องจากประเทศไทยตลอดกาล

นับเป็นโอกาสดี ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ประชาสัมพันธ์เรื่องการเปิด “วังบางขุนพรหม” ให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าเยี่ยมชมสถานที่แห่งประวัติศาสตร์ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น  ตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๐ เป็นต้นไป
(หยุดวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

 

สำหรับรายละเอียดการเข้าชม การจองเพื่อเข้าเยี่ยมชมเป็นหมู่คณะ วันเวลา ระเบียบการแต่งกายและการเตรียมตัวอื่นๆ  สามารถดูรายละเอียดได้ที่

https://www.bot.or.th/Thai/MuseumAndLearningCenter/BOTMuseum/Visit/Pages/default.aspx



วังบางขุนพรหม

วังบางขุนพรหม เป็นวังที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ต้นราชสกุลบริพัตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี พระมารดา วังบางขุนพรหมอยู่ในเนื้อที่ 33 ไร่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทางทิศใต้ของวังเทวะเวสม์

ภายหลังสร้างแล้วเสร็จได้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี จนถึงปี พ.ศ. 2470 จนการปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475 วังแห่งนี้ได้ตกเป็นของรัฐบาล กลายเป็นสถานที่ราชการต่างๆ ทั้ง กรมยุวชนทหารบก สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ และตั้งแต่ พ.ศ. 2488 จนถึงปัจจุบัน วังบางขุนพรหม เป็นที่ทำการของธนาคารแห่งประเทศไทย

 

ด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมตามแบบตะวันตกทั้ง นีโอ-บารอก โรโกโก อาร์นูโว และ อาร์ตเดโค ทำให้วังบางขุนพรหม ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในวังที่สวยที่สุดเมืองไทย และเป็นวังที่สถาปัตยกรรมบารอกและโรโคโค ที่สมบูรณ์ที่สุด

 

ซึ่งวังบางขุนพรหม ได้รับการยอมรับว่าเป็นวังที่ประทับของเจ้านายชั้นเจ้าฟ้า ที่ถือว่าใหญ่โตที่สุด โอ่อ่าที่สุด ทำให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ผู้ที่ประทับ ได้รับสมัญญานามจากคนทั่วไปว่า "เจ้าฟ้าวังบางขุนพรหม" หรือ"จอมพลบางขุนพรหม"

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ฯ


เผยเหตุการณ์ช่วงการเปลี่ยนแปลงการปกครอง

ในวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๔๗๕ พระยามโนปกรณ์นิติธาดา (ก้อน หุตะสิงห์) ได้เป็นผู้มาเจรจาขอให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ฯเสด็จออกจากประเทศไทย

ทูลกระหม่อมบริพัตรมีรับสั่งว่า
“อยากจะไป และไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีกเลย ที่ทำราชการมาก็มิได้มักใหญ่ใฝ่สูง แม้นทหารก็มิได้อยากเรียน อยากเรียนดนตรี อยากเป็นนักดนตรี แต่ขัดพระบรมราชโองการมิได้ ด้วยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระบรมราโชวาททรงเน้นและย้ำเสมอว่า

“เกิดเป็นเจ้า ต้องทำราชการช่วยบ้านเมือง”

หม่อมราชวงศ์หญิงพันธุ์ทิพย์ บริพัตร ซึ่งบังเอิญได้ยินและอยู่ในเหตุการณ์ในวันนั้น ได้บันทึกไว้ว่า
พระยามโนปกรณ์ฯ: ข้าพระพุทธเจ้าเห็นว่า อยากให้ใต้ฝ่าพระบาทเสด็จไปประทับต่างประเทศ
ทูนกระหม่อม: ฉันพร้อมที่จะไปเสมอ แต่ถ้าฉันไปก็ต้องเอาครอบครัวไปด้วย
พระยามโนปกรณ์ฯ: แต่ก่อนที่จะเสด็จไป ข้าพระพุทธเจ้าขอประทานให้ทรงทำอะไรสักอย่างเพื่อแสดงว่าไม่
ทรงเกรี้ยวกราดพวกที่เปลี่ยนแปลงการปกครองครั้งนี้
ทูนกระหม่อม: Is this ransom ? (เป็นค่าไถ่ตัวฉันรึ)
พระยามโนปกรณ์ฯ: มิได้พะยะค่ะ แต่ว่าเด็กพวกนั้นหัวรุงแรง ถ้ารั้งบังเหียนไว้ไม่อยู่ บังเหียนจะขาด
ทูนกระหม่อม: แต่ฉันไม่มีเงิน ไม่ได้ร่ำรวยอย่างที่เขาลือกัน และถ้าฉันจะต้องไปอยู่
ต่างประเทศฉันก็
จำเป็นที่จะต้องใช้เงินถ้าเห็นว่าฉันยังมิได้ทำอะไรพอสำหรับบ้านเมืองก็เอาบ้านฉันไปซิ
พระยามโนปกรณ์ฯ: ข้าพระพุทธเจ้าขอไปปรึกษากันดูก่อน แล้วจะมากราบทูลภายหลัง

 

ในการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เป็นเจ้านายพระองค์สำคัญที่ทางคณะราษฎร ผู้กระทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองต้องควบคุมองค์ไว้เป็นองค์ประกันสำคัญสูงสุด เนื่องด้วยทรงเป็นผู้รักษาพระนคร อีกทั้งยังทรงควบคุมหน่วยงานความมั่นคงต่าง ๆ ไว้เป็นจำนวนมาก ทั้งทหาร และตำรวจ

ซึ่งในเช้าวันที่ 24 มิถุนายน นั้น พระประศาสน์พิทยายุทธ (วัน ชูถิ่น) เป็นผู้นำในการบุกวังบางขุนพรหม เพื่อควบคุมพระองค์ ซึ่งทรงกำลังจะหนีทางท่าน้ำหลังวัง พร้อมกับครอบครัวและข้าราชบริพาร แต่ทว่ามีเรือตอร์ปิโดหาญทะเลของทางทหารเรือฝ่ายคณะราษฎรที่ควบคุมโดย เรือโท จิบ ศิริไพบูลย์ คอยดักอยู่ จึงยังทรงลังเล จนในที่สุดพระองค์จึงทรงยินยอมให้ทางคณะราษฎรควบคุมองค์ และเสด็จไปประทับยังพระที่นั่งอนันตสมาคม พร้อมกับเจ้านายพระองค์อื่น ๆ และบุคคลสำคัญต่าง ๆ ซึ่งก่อนเสด็จมา ได้ทรงต่อรองขอเปลี่ยนเครื่องทรงจากชุดกุยเฮง ซึ่งเป็นชุดบรรทม ก็ได้รับการปฏิเสธ

หลังจากนั้นในวันต่อมา ต้องเสด็จออกจากประเทศไทยอย่างกะทันหัน โดยเสด็จไปด้วยรถไฟขบวนพิเศษ ซึ่งวิ่งตลอดไม่มีหยุดพักจนถึงปีนังวันที่ 10 กรกฎาคม และย้ายไปประทับอยู่ที่เมืองบันดุง เกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย จนกระทั่งสิ้นพระชนม์

 

วังบางขุนพรหม ได้ใช้เป็นที่ตั้งของกรมยุวชนทหาร สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ และหน่วยงานราชการอีกหลายแห่ง

พ.ศ. 2488 ธนาคารแห่งประเทศไทย เช่าวังบางขุนพรหมเป็นที่ทำการธนาคารจากกรมธนารักษ์ ใน พ.ศ. 2502 จึงได้จัดซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด โดยแลกกับบ้านมนังคศิลา ในราคา 39.185 ล้านบาท

เมื่อ พ.ศ. 2496 มีการจัดตั้งสถานีโทรทัศน์เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ก็จัดตั้งสำนักงาน บริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด และ ทำการถ่ายทอดจากที่นี่ เมื่อ พ.ศ. 2498 เรียกว่า สถานีโทรทัศน์ ไทยทีวี ช่อง 4 บางขุนพรหม ย้ายออกไปใน พ.ศ. 2520 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น ช่อง 9 อ.ส.ม.ท. และ โมเดิร์นไนน์ ทีวี ตามลำดับ

 

ที่มา : วิกิพีเดีย /

บันทึก “หม่อมราชวงศ์หญิงพันธุ์ทิพย์ บริพัตร” (โดยพ่อครูศิริพงษ์ เว็บมนต์นัธท์)


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน