สุดเลวทราม!! "หนุ่มช่าง" เครียดรุนแรง คว้าปืนลูกซองยิงระเบิดหัว "ลูกชายวัย9ขวบ" ดับเละคาบ้าน ก่อนหยิบมีดแทงตัวเองไม่ยั้งมือ

Publish 2017-04-24 16:01:44


ผู้สื่อข่าวรายงาน วันที่ 24 เม.ย. 60 พ.ต.ท.สมรภูมิ สุขโพธิ์ สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้รับแจ้งเหตุมีชายคลุ้มคลั่งใช้อาวุธมีดทำร้ายตนเอง และใช้อาวุธปืนยิงลูกชายจนเสียชีวิต เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 52/222 หมู่ที่ 3 ซอยโรงหล่อ ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จึงรายงานให้ พ.ต.อ.สุระพรรณ นาทวรทัต ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร พ.ต.ท. รอง ผกก.(ป) สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้รับทราบแล้วไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมกับเจ้าหน้าที่วิทยาการ จากกองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร ที่เกิดเหตุพบเป็นบ้านปูนชั้นเดียว มีรั้วรอบด้าน โดยตรงบริเวณหน้าบ้านพบอาวุธปืนลูกซองยาวตกอยู่ 1 กระบอก ภายในมีปลอกกระสุนปืนคาลำกล้องอยู่ 1 ปลอก และยังพบรถจักรยานยนต์สีดำ หมายเลขทะเบียน กวท 241 สมุทรสาคร ล้มคว่ำอยู่ ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่เปิดประตูเข้าไปในบ้านก็พบหยดเลือด หยดเป็นทางไปจนถึงบริเวณหน้าประตูห้องนอนห้องแรก และที่ในห้องครัวยังพบตู้เย็น ข้าวของ ถูกทำลายจนพังเสียหาย 

 


 



โดยภายในห้องนอนห้องแรกนั้น พบศพเป็นเด็กผู้ชายอายุ 9 ปี สวมเสื้อสีชมพู นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ นอนคว่ำหน้าเสียชีวิต ที่ศีรษะถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองจนสมองแตกกระจาย ทราบชื่อคือ เด็กชายอนุรักษ์ หรือน้องฟลุ๊ค ขันจำนงค์ อายุ 9 ปี นอกจากนี้ยังพบปลอกกระสุนปืนลูกซองยาว 1 ปลอก ขวดเหล้าขาวที่ยังมีเหล้าเหลืออยู่อีก 1 ขวด และ กับข้าว 2 อย่าง อีกทั้งยังมีการเปิดโทรทัศน์ กับพัดลมทิ้งไว้ด้วย ส่วนผู้ที่ก่อเหตุยิงเด็กชายอนุรักษ์ฯ อย่างโหดเหี้ยมคือ นายขุนทอง ขันจำนงค์ อายุ 36 ปี มีอาชีพเป็นช่างอยู่ในอู่ทำเรือประมง และเป็นพ่อแท้ๆ ของเด็กที่เสียชีวิต ซึ่งหลังก่อเหตุได้ออกไปอยู่หน้าบ้านแล้วพยายามใช้มีดปลอกผลไม้แทงตัวเองที่บริเวณหน้าอก จนกระทั่ง ดาบตำรวจมานพ วงษ์นารี เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำหน่วยบริการสาครธานี ได้เข้ามาตรวจสอบแล้วพบกับผู้ต้องหาจึงได้ควบคุมตัวไปสงบสติอารมณ์ที่ สภ.เมืองสมุทรสาครก่อนหน้านี้แล้ว
ด้าน ด.ต.มานพ วงษ์นารี เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำหน่วยบริการสาครธานี เล่าว่า ขณะที่กำลังปฏิบัติหน้าที่นั้น ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีเหตุทะเลาะวิวาทเกิดขึ้นที่บ้านหลังดังกล่าว และมีคนใช้อาวุธมีดทำร้ายตัวเอง จึงได้รีบเข้าตรวจสอบ เมื่อมาถึงก็พบกับนายขุนทองฯ ผู้ต้องหา นั่งอยู่หน้าบ้านพร้อมกับใช้มีดปลอกผลไม้แทงที่บริเวณหน้าอกตนเองอย่างคนเสียสติ ตนเองจึงได้เข้าเตะมีดที่มือทิ้ง 

 



จากนั้นก็พยายามพูดจาปลอบนายขุนทอง ให้ใจเย็นๆ จนกระทั่งผู้ต้องหาพอควบคุมสติได้ ก็ยื่นมือมาให้แล้วบอกให้ใส่กุญแจมือจับเข้าคุกเลย เพราะได้ก่อเหตุฆ่าลูกชายในห้องนอน ซึ่งทีแรกก็ยังไม่เชื่อแต่ก็ได้ใส่กุญแจมือควบคุมตัวนายขุนทองไว้ก่อน จากนั้นก็ไปเปิดห้องดู ซึ่งก็พบศพเด็กถูกยิงจนสมองแตกกระจาย จึงรีบแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ

ขณะที่ทางญาติของนายขุนทอง ที่พักอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน เล่าว่า นายขุนทองเป็นคนที่ค่อนข้างขี้โมโหและมีอารมณ์แปรปรวน เวลาโมโหก็จะมีอารมณ์รุนแรง มีอาชีพเป็นช่างอยู่ในอู่ทำเรือประมง โดยได้พักอาศัยอยู่ในบ้านที่เกิดเหตุพร้อมกับแม่ของนายขุนทอง และญาติพี่น้องกับหลานๆ รวมทั้งหมด 9 คน ซึ่งขณะเกิดเหตุภายในบ้านมีเพียงแม่ของนายขุนทองที่อายุมากแล้ว กับหลานๆ อีก 3 คน และนายขุนทอง กับ ลูกชายที่เสียชีวิตเท่านั้น ส่วนคนอื่นออกไปทำงานยังไม่กลับเข้ามา ซึ่งลูกชายคนนี้ เป็นลูกชายคนเล็กปกติจะอยู่กับแม่ หรือภรรยาของนายขุนทองที่จังหวัดลำปาง แต่นายขุนทอง เพิ่งจะไปรับลงมาอยู่ด้วยได้ประมาณครึ่งเดือน ส่วนภรรยาของนายขุนทองนั้น มีอาชีพขายของอยู่ที่จังหวัดลำปางและไม่ได้กลับมาที่บ้านนี้นานเกือบปีแล้ว ขณะที่นายขุนทองนั้นในช่วงประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มีอาการเครียดดื่มแต่เหล้า ไม่ยอมออกไปทำงาน แต่พี่ๆ น้องๆ ไม่มีใครกล้าว่า ซึ่งก็ไม่คิดว่านายขุนทองจะเครียดจนเกิดอาการคลุ้มคลั่งใช้ปืนยิงลูกตัวเองเสียชีวิตแบบนี้

ทั้งนี้ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้สอบปากคำนายขุนทอง ขันจำนงค์ หลังจากที่สามารถควบคุมสติอารมณ์ให้อยู่ในภาวะปกติได้แล้ว และจะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 


 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวภูมิภาค

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศรัญญา สิงขรณ์