ปอท.แจงคืบหน้าคดี ช่อ พรรณิการ์ แต่งชุดครุยจุฬาฯ โพสต์ภาพข้อความ มิบังควร

ปอท.แจงคืบหน้าคดี ช่อ พรรณิการ์ แต่งชุดครุยจุฬาฯ โพสต์ภาพข้อความ มิบังควร

Publish 2020-08-06 15:13:25


สืบเนื่องจากการที่มีการแพร่ภาพนางสาวพรรณิการ์ วานิช  แกนนำคณะก้าวหน้า และ อดีตโฆษก พรรคอนาคตใหม่  มีพฤติการณ์การถ่ายรูปชุดครุย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ในลักษณะที่ไม่เหมาะสม จนกลายเป็นกระแสถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก เนื่องจากเข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และต่อมาเมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 2562  นายเตชะ ทับทอง   พร้อม น.ส.ซินเธีย เอี่ยมสะอาด ไฮโซชื่อดัง    ในนามแกนนำกลุ่มฅนไทยผู้รักชาติ   ได้เข้าพบ  ร.ต.อ.เครือณรงค์ ขมิ้นเครือ รอง สว.(สอบสวน)   กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ ช่อ  พรรณิการ์  ว่าการกระทำในลักษณะดังกล่าว  อาจเข้าข่ายว่าจะเข้าความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา112



โดยครั้งนั้น ทางด้าน พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปอส.ตร.) ได้สั่งการให้ศปอส.ตร.,บก.ปอท. และตำรวจสันติบาล เร่งตรวจสอบการแชร์ภาพในอดีตของ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่(อนค.) ทั้งเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และช่องทางอื่นๆ ซึ่งทาง บก.ปอท.มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เป็นหลัก

 


ขณะที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทจุริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  เพื่อให้ใช้อำนาจตาม ม.87 ประกอบ ม.81 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 ดำเนินการตรวจสอบ ช่อ พรรณิการ์  จากกรณีโพสต์ภาพและข้อความในลักษณะดังกล่าวเช่นกัน  ด้วยตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ พ.ศ.2561 ข้อ 5 และข้อ 6 ในหมวด 1 ว่าด้วยมาตรฐานทางจริยธรรมอันเป็นอุดมการณ์  บัญญัติข้อห้ามไว้ชัดเจนว่า ส.ส.ต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ และต้องยึดมั่นและธํารงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และไม่กระทําการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการเป็น ส.ส. นอกจากนั้นยังอาจเข้าข่ายการทุจริตต่อหน้าที่ และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 อีกด้วย

 

 

"ทั้งนี้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 2 และมาตรา 6  ระบุไว้ชัดเจนว่า ส.ส.จะต้องให้ความเคารพ และปฏิบัติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และจะเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นที่สูงยิ่ง  ดังนั้นการที่ น.ส.พรรณิการ์  ได้โพสต์ข้อความมากมายต่างกรรมต่างวาระ ตนเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีสุ่มเสี่ยงต่อความผิดในเรื่องของประมวลจริยธรรม และเป็นความผิดค่อนข้างจะร้ายแรง ดังนั้นเมื่อฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมร้ายแรงก็จะเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.ที่ต้องไต่สวนสอบสวน และเสนอหลักฐานมายังศาลฎีกาเพื่อให้ดำเนินการเอาผิดผู้ที่ฝ่าฝืน"

อย่างไรก็ตามกรณีดังกล่าวผ่านกว่า 1 ปีแล้วกลับยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด   ในขั้นตอนการดำเนินการของพนักงานสอบสวน ปอท.แต่อย่างใด    ล่าสุดในเพจเฟซบุ๊กของ น.ส.ซินเธีย  ได้มีการแจ้งผลคืบหน้าการดำเนินการด้านคดีกับ ช่อ พรรณิการ์  ว่า  อัพเดทคดี "ช่อ พรรณิการ์"  นับเป็นเวลา 1 ปี 2 เดือนที่พี่และน้องๆไปแจ้งความที่ ปอท.ไว้ เกี่ยวกับการโพสต์ไม่บังควรหลายโพสต์ของช่อ....

 

คดีติดขัดเมื่อตอนเธอเป็น ส.ส. เพราะใช้สิทธิ์ สส.คุ้มครองมาโดยตลอด และเมื่อพ้นจากการเป็น ส.ส. ก็ยังบิดพลิ้ว เลื่อนนัดตำรวจตลอดมา

วันนี้พี่ได้โทรไปตามเรื่องกับตำรวจเจ้าของคดี ได้ความดังนี้ : เมื่อวันที่ 27 กค. ปปช.ไปขอคัดสำนวนของช่อ จาก ปอท.  (เพื่อประกอบการพิจารณากรณีอื่นที่ ปปช.เอง)   และทักท้วงว่า สำนวนยังไม่สมบรูณ์ ให้ตำรวจเจ้าของคดี  สอบตำรวจสืบสวนที่ปอท.อีกครั้งเพื่อให้ข้อมูลที่บกพร่องไปมีความชัดเจนขึ้น

 

 



ส่วน ช่อ พรรณิการ์ ได้ไปพบตำรวจเจ้าของคดีแล้ว  เมื่อวันที่ 30 ก.ค. แต่ทางตำรวจยังไม่ได้นำตัวส่งอัยการ เพราะต้องสอบตำรวจสืบสวนก่อน (งงดีมั๊ย?)   ตำรวจเจ้าของคดีแจ้งว่า คงไม่เกินสัปดาห์หน้า เพราะตอนนี้ตัวแกอบรมอยู่ต่างจังหวัด ตามนั้นค่ะ...แจ้งความเพื่อดำเนินการคนทำผิด ไม่ใช่เรื่องง่ายนะคะชาวไทย  จบ...ขอเชิญเม้นท์ค่ะ...พี่ระอามาก !

 


ทั้งนี้จากโพสต์ดังกล่าวมีผู้เข้าไปแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก   โดยส่วนใหญ่ตั้งข้อสังเกตุเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ  เนื่องจากเป็นคดีสำคัญที่หลายคนให้ความสนใจ แต่ใช้เวลานานในการพิจารณาสำนวนคดี เพื่อนำสู่กระบวนการพิจารณาของศาลยุติธรรม


สำหรับกรณีดังกล่าว ช่อ พรรณิการ์  เคยแสดงความเห็นต่อกรณีที่เกิดขึ้นว่า    ภาพทั้งหมดมาจากทีมปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารทางจิตวิทยา (หรือที่เรียกกันว่า เพจ IO) ของคสช.  โดยการนำภาพที่ช่อถ่ายเล่นๆ กับเพื่อนในช่วงรับปริญญาที่จุฬาเมื่อปี 2553 มาโจมตีช่ออย่างรุนแรงโดยพยายามเชื่อมโยงกับเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ มาเผยแพร่ผ่านสื่อโซเชียล


"ช่อขออธิบายดังนี้ว่า ตอนนั้นเป็นยุคหลังรัฐประหาร 2549 และมีกระแสการกล่าวหาผู้คนว่าไม่จงรักภักดีเกิดขึ้นไปทั่วทั้งในโลกอินเทอร์เน็ตและในโลกแห่งความเป็นจริง ช่อกับเพื่อนๆ เติบโตมาในบรรยากาศความขัดแย้งทางการเมืองเช่นนี้  พวกเราในฐานะนักเรียนรัฐศาสตร์ก็เฝ้าติดตามปรากฏการณ์เหล่านี้ด้วยความกังวลอย่างมาก บ่อยครั้งการนำเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์มาใช้โจมตีทางการเมือง แบ่งฝักฝ่ายในหมู่ประชาชนให้เกลียดชังกัน หรือบานปลายไปถึงขั้นล่าแม่มดกัน ก็กลายเป็นความขื่นขันตลกร้าย

 
หลังรัฐประหาร 2549 เป็นเรื่องง่ายมากที่คนที่ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารจะถูกกล่าวหาว่าไม่จงรักภักดี และเป็นเรื่องง่ายมากที่จะจัดการใครให้ติดคุกเพียงมีคนชี้หน้าเขาว่าไม่จงรักภักดี  การสร้างความเกลียดชังแบบนี้ก่อให้เกิดคำถามมากมายในหัวของคนหนุ่มสาวจำนวนมากที่เติบโตมาในยุคหลังรัฐประหาร กระทั่งบางครั้งกลายเป็นสิ่งที่เรานำมาคุยล้อกันเพื่อสะท้อนความขื่นขันในโศกนาฏกรรมทางการเมืองของไทย  นี่คือ “ข้างหลังภาพ” ที่บอกว่า “ไม่ควรมีคำบรรยาย”   เราจะบรรยายอย่างไรได้บ้างในยุคสมัยที่วันหนึ่ง อาจมีคนมาชี้หน้ากล่าวหาว่าคุณมันไม่จงรักภักดี และดังนั้นคุณต้องติดคุกหรือออก...."


ทางด้าน นายกนก  รัตนวงศ์สกุล พิธีกรรายการข่าวชื่อดัง  โพสต์ข้อความผ่าน Facebook โดยระบุว่า... ถ้ายัง "แถ" แบบนี้ ก็ไม่จบ อย่าหวังว่าสังคมจะให้อภัย 

แถ 1. ถามถึงภาพถ่ายว่า พาดพิงสถาบันหรือไม่? หล่อนตอบ "แล้วแต่การตีความ ยอมรับว่าเมื่อมองย้อนกลับไปเป็นภาพที่ไม่เหมาะสม ก่อให้เกิดความไม่สบายใจจากการตีความที่หลากหลายของแต่ละกลุ่มบุคคล.." ไม่มีการตีความที่หลากหลายหรอก มีเพียงหนึ่งการตีความเท่านั้นว่า หล่อนมีทีท่าอย่างไรกับสถาบัน!

 

 

แถ 2. "..ขออภัยอีกครั้งหนึ่งนะคะว่าภาพนี้ทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายใจ ช่อเองก็ไม่สบายใจอย่างยิ่งที่ภาพนี้ก่อให้เกิดบทสนทนาที่ไม่ค่อยสร้างสรรค์ขึ้น โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย มีการใช้วาทะสร้างความเกลียดชัง เรื่องนี้เป็นสิ่งที่เราไม่สบายใจแล้วก็ขอโทษที่ทำให้มีบทสนทนาที่ไม่สร้างสรรค์เกิดขึ้นในสังคม ขณะที่บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าแบบนี้.." อะไรยะ ??.. เธอต้องยอมรับผิดแต่โดยดี ไม่ใช่ขออภัย ที่มีวาทะอะไรในโซเชียล ในโซเชียลนั้นมีวาทะทำนองเดียว คือ ประณามสาปแช่งเธอ ความเกลียดชังพุ่งไปหาเธอเท่านั้น


แถ 3. "..เราไม่ต้องการให้นำสถาบันมาเป็นเครื่องมือโจมตีทำลายล้างทางการเมือง ช่อไม่ใช่นักการเมืองคนแรก และไม่ใช่นักการเมืองคนสุดท้ายที่โดนโจมตีด้วยข้อหาแบบนี้.." นังช่อเอ๊ย! หล่อนทำตัวเองทั้งสิ้น แอ๊คท่าเอง..โพสต์เอง..ถ้าหล่อนมีพฤติกรรม แสดงออกถึงความรักต่อสถาบัน เหมือนคนอื่นๆ ..ใครเขาจะไปทำอะไรได้ แถ..ได้น่าถ่มน้ำลายรดหน้านัก!

 

แถ 4. "..มันไม่ได้ส่งผลต่อตัวช่ออย่างเดียว ส่งผลถึงครอบครัว ถึงเพื่อน.. พ่อแม่และเพื่อนของเราไม่สมควรที่จะมารับผิดชอบต่อการตัดสินใจของเรา.." ก็อย่างที่ อาจารย์ ดร.เสรี โพสต์ไว้ "เขาไม่ได้ด่าเพื่อนเธอเพราะคนพวกนั้นเป็นเพื่อนเธอ แต่เขาด่าเพราะคนพวกนั้นเลว.." ส่วนครอบครัว พ่อแม่เธอเหรอ เขารู้กันทั้งโซเชียลแล้วว่า พ่อเธอเป็นคนอย่างไร!

 

แถ 5. รูปและโพสต์ที่มีปัญหา ไม่ใช่มีเพียงแค่ 2 รูป ในชุดครุยรับปริญญา เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2553 เท่านั้น ยังมีอีกหลายรูปหลายโพสต์ต่อมา ทั้งในปีเดียวกัน วันที่ 5 ธ.ค.2553 หล่อนโพสต์ว่า "วันเกิด..แล้วไง???" 20 ม.ค.2554 หล่อนโพสต์กระทั่ง "ประสบความสำเร็จในการดูหนัง โดยไม่ต้องยืนตรงถวายความเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมี แถมหนังที่ดูชื่อ The King's Speech" แค่ไม่ต้องยืนตรงเคารพเพลงสรรเสริญ หล่อนยังภาคภูมิใจนักหนา..

 

 

 24 มิ.ย.2558 หล่อนโพสต์ "ใครจะไว้ใจอะไรไว้ใจเถิด แต่อย่าเกิดไว้ใจในสิ่งห้า.." แล้ว 1 ใน 5 ที่หล่อนไม่ไว้ใจ คืออะไร นังช่อ?
26 ต.ค.2560 วันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง รัชกาลที่ ๙ เธอยังโพสต์อะไรไว้ จำได้มั๊ย อีช่อ ??? ฉะนั้น อย่าแถว่า ความคิดของเธอตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว (ไม่เหมือนเมื่อปี 2553 ) เพราะหลายโพสต์ของเธอในอีกหลายปีต่อมา ยังตอกย้ำว่า ในใจเธอคิดยังไงกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ขอย้ำนะว่า จนถึงวันที่ชาวไทยทั้งมวล กราบส่งพ่อหลวงสู่สรวงสวรรค์ เธอยังมิวาย...!!!


แถ 6 ภาพที่ช่อใส่หมวกเวียดนาม ถือตราสัญลักษณ์ โพสต์ไปถึงพรี โฮจิมินห์ โยงไปถึงประวัติศาสตร์เวียดนาม ช่อแถวันนี้ว่า.. "..เอาจริงๆนะคะ มันก็หลายปีมาแล้ว ไม่แน่ใจในบริบทตอนนั้น เป็นภาพถ่ายกันเล่นๆ ในที่ทำงาน มาถามตอนนี้ว่าตอนนั้นคิดอะไรอยู่ พูดตรงๆว่า จำไม่ได้..."

 

เอาอย่างนี้เลยหรือคะ คุณช่อ?.. ตอบแบบหน้าด้านๆ แบบนี้เลย? จำไม่ได้..!! หล่อนนี่ นังพญาแถ..ตัวจริง รู้ใช่มั๊ยว่า ความหมายของ พรี โฮจิมินห์ คืออะไร...  “พรีโฮจิมินห์” คือ ยุคการสิ้นสุดการปกครองระบอบกษัตริย์ของเวียดนาม ต่อมาค่อยเป็นยุค "โฮจิมินห์" คือยุคต่อสู้เพื่อปลดปล่อยจากการเป็นเมืองขึ้นฝรั่งเศส แล้วมีการแบ่งแยกประเทศเป็นเวียดนามเหนือ-เวียดนามใต้ 

 
แล้วเธอถือสัญลักษณ์ตรา ภปร. โยงไปยุคพรีโฮจิมินห์ ! ท้าวความให้แบบนี้ อีคุณนังช่อพอจะนึกออกมั๊ย??

 

 

 

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน