เจาะแคมเปญ 16 พ.ย.อยู่ไม่เป็น อ่านก็รู้อนค.เจตนาอะไร

เจาะแคมเปญ 16 พ.ย.อยู่ไม่เป็น อ่านก็รู้อนค.เจตนาอะไร

Publish 2019-11-07 17:31:38


@กลายเป็นโรดแมปที่ถูกจับตามอง สำหรับแคมเปญ  16  พฤศจิกายน  "อยู่ไม่เป็น"  แม้จะมีการตีความออกมาไปในทิศทางเดียวกันว่า    พรรคอนาคตใหม่  ต้องการส่งสัญญาณไปถึงภาคสังคม  ว่า จำเป็นต้องทุกวิถีทางเพื่อดำรงสถานะความเป็นพรรคการเมือง  และทำตามเจตนารมย์ทางการเมืองต่อไป    ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับกรณีการนัดฟังคำวินิจฉัยคดีถือหุ้นสื่อ บริษัทวี-ลัค มีเดีย ของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หรือ คำร้องให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ โดย นายณฐพร โตประยูร



ถึงแม้ว่าล่าสุดแกนนำพรรคอนาคตใหม่   จะพยายามหลีกเลี่ยงอธิบายความชัดเจน   ถึงแนวทางปฏิบัติที่จะเกิดขึ้นในวันที่  16  พฤศจิกายน  2562  แต่องค์ประกอบแวดล้อม  บ่งบอกชัดเจนว่า พรรคอนาคตใหม่  จะมีกิจกรรมเกี่ยวเนื่องกับนัดหมายฟังคำวินิจฉัยคดีหุ้นสื่อวี-ลัค มีเดีย  เป็นเป้าหมายแรก

 

แต่จากสัญญาณคำพูดของ  พล.ท.พงศกร  รอดชมภู  รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่   ระบุว่า 16  พฤศจิกายน "อยู่ไม่เป็น"  คือ แนวทางของฝ่ายแคมเปญพรรคอนาคตใหม่  เป็นเรื่องปกติทั่วไป  เป็นแค่วิธีการเคลื่อนไหวที่ทางพรรคต้องการบอกให้ทุกคนทั่้วไป ได้เข้าใจถึงกระบวนการทำงานของพรรค  หมายถึงถ้าเราอยู่เป็น  หรือ  ยอมทำตามฝ่ายที่มีอำนาจ  ไปประจบประแจงเขา  ก็จะได้อยู่ยาวๆ  แต่เราคิดว่าแบบนั้นเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง  มันไม่ตอบโจทย์ให้กับประชาชนหรือสมาชิกของพรรค หรือคนทั่วไปที่อยากเห็นความเปลี่ยนแปลง

 


ลงลึกในรายละเอียดเพิ่มเติม   พล.ท.พงศกร   ยิ่งทำให้เห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้น  ถึงวัตถุประสงค์สำคัญ ในการก่อเกิดแคมเปญ  16 พฤศจิกายน  ด้วยคำอธิบายว่า  พรรคอนาคตใหม่มีจุดยืนชัดเจ   จะไม่ยอมสยบให้อำนาจใด ๆ   เพราะถ้ายอมพรรคอนาคตใหม่   ก็จะไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงใด ๆ ให้เกิดขึ้นได้ 


ส่วนแคมเปญนี้จะโยงกับเรื่องคำร้องเรื่องถูกยุบพรรค    อย่างที่คนทั่้วไปเข้าใจว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่    ตรงนี้อธิบายได้เลยว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง   จากประสบการณ์ในอดีต   เหมือนที่อ.ปิยบุตร  พูด  หรือ  คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า  ผู้มีอำนาจมักดำเนินการกับฝ่ายตรงข้าม  โดยเฉพาะกับพรรคอนาคตใหม่    ที่มีเป้าหมายชัดเจนในการเปลี่ยนแปลง    จึงมีความพยายามทุกอย่างในการทำให้พรรคอนาคตใหม่หมดอำนาจไป   หรือ ยุบพรรคนี้ให้ได้   ทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาของชุดความคิดนี้

 

 


 



@  ดังนั้นโดยบริบทคำอธิบายของพล.ท.พงศงกร  ถึงแม้จะไม่ได้บอกรายละเอียดทั้งหมด    แต่โยคอนเซ็ปต์มีความหมายอยู่ในตัวเอง  ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันที่ 16  พฤศจิกายน  


  

เนื่องเพราะ   พล.ท.พงศกร   ในฐานะรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่   พูดด้วยว่า      "เราเชื่อวิธีการที่เราจะทำ    จะช่วยไม่ให้มีใครมาใช้อำนาจในทางที่ผิดกับเราได้    และแคมเปญนี้ถือเป็นทิศทางของพรรค  จึงไม่เกินเลยที่จะพูดว่าเป็นแคมเปญที่ถูกจุดเพื่อต่อต้านกระแสข่าวการยุบพรรค   แต่ไม่ใช่ทิศทางหลัก   เพราะเราเชื่้อว่าพรรคอนาคตใหม่จะไม่ถูกยุบแน่นอน   รวมถึงคำร้องต่อกรณีของธนาธรด้วย   ที่สมาชิกพรรคอนาคตใหม่เชื่อว่าจะไม่ถึงเป็นความผิด  ตามข้อเท็จจริงที่สามารถพิสูจน์ได้   ว่าทั้งหมดของแคมเปญที่สื่อออกไป   จะทำให้คนทั่วไปมั่นใจว่า  ท้ายที่สุดไม่ใช่ชุดความคิดเดิม ๆ ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต"

 


ประเด็นสำคัญ  พล.ท. พงศกร  ย้ำอธิบายด้วยว่ า   กระแสข่าวที่ว่าพรรคอนาคตใหม่จะถูกยุบ  พร้อมกับการดึงตัวส.ส.เป็นเรื่องที่เป็นมาโดยตลอด   ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการตอบโต้   มิฉะนั้นก็จะเป็นเหมือนที่ ฮิตเลอร์เคยบอกว่าโกหกบ่อยๆ สุดท้ายคนจะเชื่อว่าจริง  กอรปกับก็มีการโฆษณาชวนเชื่อบ่อย ๆ  จนสุดท้ายคนเชื่อว่าจริง แล้วเห็นว่าการยุบพรรค  ถึงแม้จะไม่เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย ก็ไม่เห็นเป็นอะไร   เราจึงจะเป็นต้องตอบโต้ทุกประเด็น  ให้ผู้คนเกิดความรู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องจริง หรือ เรื่องถูกต้องที่จะมีวิธีดำเนินการกับพรรคอนาคตใหม่แบบนั้น ในทางตรงข้ามถ้าเรายิ่งเงียบก็เท่ากับเรายอมรับ"

 


@ความน่าสนใจของปรากฎการณ์ 16 พฤศจิกายน  “อยู่ไม่เป็น” ไม่จบเท่านั้น   ยังด้วยว่าแคมเปญดังกล่าว  ถือเป็นภารกิจสำคัญของพรรคอนาคตใหม่  

 


ทั้งนี้   พล.ท.พงศกร    สื่อให้เกิดความเข้าใจด้วยว่า   แคมเปญดังกล่าว   ช่อ  พรรณิการ์  วานิช  โฆษกพรรคเป็นผู้รับผิดชอบ  ก่อนนำเสนอต่อฝ่ายบริหารตัดสินใจ ในฐานะทีมนำความคิด

 

ประจวบเหมาะกับชุดความคิดของ  ปิยบุตร   แสงกนกกุล   เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่  ในการโพสต์เมื่อวันที่  4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา   ยิ่งทำให้ภาพการรุกก้าวสู้  ทางคดีของ ธนาธร  จึงรุ่งเรืองกิจ   ในวันที่ 20  พฤศจิกายน   กับ แคมแปญ  16 พฤศจิกายน “อยู่ไม่เป็น” ดูเป็นหนึ่งทิศทางเดียวกัน  อย่างปฏิเสธไม่ได้   แม้จะมีความพยายามอ้าง เรื่องการเคารพในกระบวนการยุติธรรมอย่างหนึ่งอย่างใดก็ตาม

 

 [จาก Warfare สู่ Lawfare]   Lawfare เป็นการนำคำว่า "Law" มาผสมกับคำว่า "-fare" และล้อไปกับคำว่า "Warfare" ซึ่งหมายถึง "การสงคราม" ดังนั้น "Lawfare" จึงแปลได้ว่า "นิติสงคราม" หรือ "สงครามทางกฎหมาย"

 

Lawfare คือ การนำกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมมาใช้เป็นเครื่องมือในทางการเมือง มีเป้าประสงค์ในทางการเมือง เพื่อปราบปรามศัตรูทางการเมืองหรือฝ่ายตรงข้าม

 

Warfare ใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ประหัตประหารห้ำหั่นกันเพื่อเอาชนะสงคราม

แต่ Lawfare ใช้ "กฎหมาย" เป็นอาวุธ

Lawfare เป็นแนวโน้มใหม่ของโลก หลายประเทศนำมาใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในละตินอเมริกา

Lawfare ทำงานโดยอาศัยการผสมผสานกันระหว่าง "ศาล" และ "สื่อ"

หนึ่ง คือ นำประเด็นทางการเมืองไปอยู่ในมือศาล

อีกหนึ่ง คือ นำคดีการเมืองในศาลไปอยู่ในมือสื่อ  

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์