ร้อนฉ่าทั้งจังหวัด! อัจฉริยะ เปิดหน้าแฉ? มีตำรวจเอี่ยวแบ่งเงินข้าวกล่อง ล่าสุดคุมตัว 2มิจฉาชีพได้แล้ว!

ร้อนฉ่าทั้งจังหวัด! "อัจฉริยะ" เปิดหน้าแฉ? มีตำรวจเอี่ยวแบ่งเงินข้าวกล่อง ล่าสุดคุมตัว 2มิจฉาชีพได้แล้ว!

Publish 2018-11-07 20:12:18


จากกรณี แม่ค้าวัย 42 ปี ชาวอุตรดิตถ์ พร้อมด้วยคนงานจำนวนหนึ่ง อยู่ในอาการเครียด พร้อมร้องเรียนว่าถูกหลอกให้ทำอาหารและน้ำดื่มส่งโรงงาน สูญเงินลงทุนไปเกือบ 1 ล้านบาท โดยมีข้าวกล่องจำนวน 1 หมื่นกล่อง กองเรียงรายอยู่ พร้อมอุปกรณ์ทำครัวจำนวนมาก 

โดยผู้เสียหายได้ทำสัญญาสัมปทานทำอาหารและน้ำดื่มกับบริษัทแห่งหนึ่ง ให้ส่งข้าวกล่องและน้ำดื่มให้กับโรงงานแห่งหนึ่งใน จ.พิษณุโลก มีระยะเวลาสัญญาจ้าง 5 ปี ให้ทำข้าวกล่องส่งวันจันทร์ - ศุกร์ วันละ 1 หมื่นกล่อง น้ำดื่มบรรจุขวดส่งวันเสาร์ - อาทิตย์ วันละ 1 หมื่นขวด และไข่ต้ม ส่งวันจันทร์และวันศุกร์ วันละ 3 หมื่นฟอง เริ่มตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา



จากนั้น ตนได้ทำสัญญาและเสียเงินค่าทำสัมปทาน รวมทั้งค่าขวดบรรจุน้ำดื่ม รวม 106,000 บาท ทั้งยังลงทุนซื้ออุปกรณ์ทำอาหารและน้ำดื่มเกือบ 1 ล้านบาท โดยต้องนำรถเข้าไฟแนนซ์เพื่อนำเงินมาลงทุน แต่ปรากฏว่าน้ำดื่มที่ทำส่งในวันแรก (3 พฤศจิกายน) ผู้ว่าจ้างมารับไปแล้วนำกลับมาส่งคืน อ้างว่าไม่ผ่านมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งต้องเสียค่าปรับ 150,000 บาท แต่ให้ทำน้ำดื่มไปส่งในวันที่ 4 พฤศจิกายน เพื่อเป็นการหักลบกับค่าปรับ

 

 

 

 

ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นวันนี้ (07/11/2561) มีรายงานว่า นายอัจฉริยะ ได้ประสานมายังผู้เสียหายในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ ที่เสียหายจากเรื่องดังกล่าวทุกรายแล้ว โดยให้เดินทางเข้าไปพบที่ส่วนกลาง เพื่อพาผู้เสียหายทุกรายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อกองปราบปรามให้ดำเนินการเรื่องนี้ และพร้อมที่จะช่วยเหลือทางคดีกับผู้เสียหายทุกรายหากถูกคู่สัญญาหรือกลุ่มคนหลอกลวงทำการฟ้องร้องกลับด้วย

โดย นายอัจฉริยะได้เปิดเผยเพิ่มหลังทีมงานลงพื้นที่ดูสัญญาทั้งหมด พบว่าเป็นการกุเรื่องขึ้นมา ไม่ได้มีโรงงานตามที่สัญญาสัมปทานกล่าวอ้าง เป็นกลอุบายหลอกผู้เสียหาย และยังมีการเปลี่ยนสัญญาหลายครั้ง เมื่อเหยื่อหลงกลจึงตกลงซื้อสัมปทานดังกล่าว แล้วจ่ายเงินค่าสัมปทานจำนวน 106,000 บาท

ซึ่ง นางธนิตา เป็นหัวโจก หลังได้เงินมัดจำไปแล้ว ก็ใช้กลอุบายเพื่อยึดเงินมัดจำ จากนั้นก็ทำสัญญาฉบับหนึ่งขึ้นมาว่าต้องผลิตข้าว 1 หมื่นกล่อง น้ำ 1 หมื่นขวด ไข่ต้ม 1 หมื่นฟอง แล้วแยกเป็น 3 สัญญา แต่ละสัญญาถ้าทำไม่สำเร็จจะมีโทษปรับ เช่นข้าวกล่องรับซื้อ 35 บาท ปรับ 3.5 แสน ทำให้เหยื่อเสียดายเงินมัดจำจึงยอมทำสัญญา ก่อนดึงเวลาส่งมอบ พอเหยื่อผลิตไม่ทันจึงถูกบอกเลิกสัญญาเพื่อยึดเงินมัดจำและเรียกเงินค่าปรับ โดย นางธนิตา ก่อคดีฉ้อโกงใน จ.อุตรดิตถ์มาแล้ว 6 ราย ใช้วิธีคล้ายๆ กัน

 



จากการตรวจประวัติ นางธนิตา พบว่ามีคดีฉ้อโกงมากกว่า 5 คดี และคดีครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่ายอีก 1 คดี ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 1 ปี ปรับ 1 แสน และต้องไปฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันที่ 12 พ.ย.นี้ โดยเราจะเข้ามาช่วยเหลือเหยื่อทั้ง 3 ราย ถ้าถูกฟ้องร้องจะให้ทีมทนายไปช่วยเหลือโดยไม่มีค่าใช่จ่าย นอกจากนี้ยังมีคนมีสีซึ่งเป็นตำรวจมาช่วยเหลืออิ๋ว และได้รับส่วนแบ่งเป็นค่าปรับ โดยมีการการวางแผนไว้ล่วงหน้า แล้วให้ตำรวจบอกเหยื่อว่าทำผิดสัญญาต้องชดใช้ให้เขา การที่เอาตำรวจมานั้น เพื่อให้ชาวบ้านหวาดกลัว ส่วนวิธีการเลือกเหยื่อนั้น ขั้นตอนแรกจะตวรจสอบดูว่าเหยื่อมีความรู้เรื่องกฎหมายหรือไม่ ถ้าไม่มีก็จะเข้าดำเนินการทันที รวมถึงการพยายามเอายอดเงินสูงๆ เป็นตัวล่อ ให้ผลิตเยอะๆ แล้วส่งมอบไม่ทันดังกล่าว

 

โดยทางด้านเพจ ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า แจ้งข่าวด่วน พนักงานสอบสวนสภ.พญาแมน จ.อุตรดิตถ์ คุมตัว2มิจฉาชีพหลอกลวงฉ้อโกงให้ผลิตข้าวกล่องแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันฉ้อโกงแล้ว

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกสิทธิ์ ชูวารี

ติดตามข่าวอื่นๆ