เปิดคำรับสารภาพพ่อแท้ๆ ขืนใจลูกสาวในไส้ โยนความผิดให้แบบไม่ละอาย สมยอม!

เปิดคำรับสารภาพพ่อแท้ๆ ขืนใจลูกสาวในไส้ โยนความผิดให้แบบไม่ละอาย สมยอม!

Publish 2018-11-07 11:04:11

จากกรณีนางเอ นามสมมุติ อายุ 43 ปี พาลูกสาวชื่อ นางสาวบี นามสมมุติ อายุ 20 ปี พร้อมญาติเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.อ.วุฒิพงศ์ ทองมาก รอง สว.(สอบสวน)สภ.เมืองชุมพร ให้ดำเนินคดีกับ นายพร นามสมมุติ อายุ 43 ปี อดีตสามี ผู้เป็นพ่อแท้ๆ ของนางสาวบี ได้ข่มขืนกระทำชำเรานางสาวบีมาเป็นเวลานานหลายปี

โดย นางเอ ผู้เป็นแม่ ให้การว่า ตนกับนายพรเคยเป็นสามีภรรยากันมาก่อนมีลูกด้วยกัน 2 คน เป็นผู้หญิงทั้งคู่ ต่อมาได้เลิกรากัน โดยตนไปมีสามีใหม่อยู่ที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ส่วนนายพรอยู่ที่ จ.ชุมพร  ตอนนั้นลูกสาวทั้ง 2 คน ตกลงจะอยู่กับนายพรผู้เป็นพ่อ โดยนางสาวบีลูกสาวคนโตเรียนอยู่ชั้น ม.1 ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในตัวเมืองชุมพร

ต่อมาเมื่อปี 58 ตนถูกตำรวจท้องที่ สภ.บางสะพาน จับกุมดำเนินคดีอาญาศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี และเพิ่งจะพ้นโทษมาได้ 2 เดือน

นางสาวเอ กล่าวต่อว่า หลังตนพ้นโทษออกมาอยู่กับสามีใหม่ที่ อ.บางสะพาน นางสาวบีลูกสาวได้หอบเสื้อผ้าหนีจากบ้านนายพรพ่อบังเกิดเกล้าไปหาตนที่ อ.บางสะพาน เพราะทนพฤติกรรมของพ่อไม่ไหว

 



เนื่องจากหลังแม่กับพ่อเลิกรากัน พ่อได้ใช้กำลังข่มขืนเรื่อยมาตั้งยังเรียนอยู่ชั้น ม.1 จนถึงปัจจุบัน กระทั่งลูกสาวรู้ว่าตนได้พ้นโทษออกจากเรือนจำ จึงได้หนีมาอยู่กับตนและเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง

จากนั้นนางเอได้นำหลักฐานมอบให้กับพนักงานสอบสวน เป็นเสียงที่บันทึกจากโทรศัพท์มือถือที่นายพรยอมรับว่าได้มีเพศสัมพันธ์กับลูกสาวตนเองจริง แต่ลูกสาวยินยอมไม่ได้บังคับข่มขืน และตกลงกันว่าจะร่วมหลับนอนกันเพียงเดือนละ 3-4 ครั้งเท่านั้น และข้อความทางเฟซบุ๊กที่ข่มขู่ลูกสาวตนเอง หลังรู้ว่าหลบหนีมาอยู่กับแม่ที่ อ.บางสะพาน


นางสาวบี กล่าวว่า ตนถูกพ่อแท้ๆ ข่มขืนมาตั้งแต่ตอนเรียนชั้น ม.1 หลังจากพ่อกับแม่แยกทางกัน ต่อมาตนได้ตั้งท้องไม่รู้จะไปปรึกษาใครจึงหนีไปอยู่กับย่า และเล่าความจริงให้ย่าฟัง แต่ย่ามีอายุมากแล้วจึงไม่รู้จะทำอย่างไร และได้พาตนไปทำแท้งเอาลูกออก

ต่อมาพ่อก็ตามไปรังควาญข่มขู่ตนที่บ้านย่าอีก จนตนต้องยอมกลับมาอยู่กับพ่อที่บ้านเหมือนเดิม และต่อมาตนก็ตั้งท้องอีกเป็นครั้งที่ 2 ก็นำเรื่องไปบอกย่าอีกเหมือนเดิม ซึ่งย่าก็ทำอะไรไม่ได้เพราะอายุมากแล้วและได้พาตนไปทำแท้งอีก

จากนั้นพ่อก็ตามไปข่มขู่และรับตนมาอยู่ที่บ้านอีกจนถึงปัจจุบัน โดยพ่อตกลงว่าจะขอร่วมหลับนอนกับตนเพียงเดือน 3-4  ครั้งเท่านั้น ตนต้องจำยอมเพราะไม่รู้จะไปพึ่งใคร

นางสาวบี กล่าวต่อว่า ปัจจุบันตนอายุ 20 ปีแล้ว พ่อก็ยังไม่หยุดพฤติกรรมดังกล่าว และยังหึงหวงหนักกว่าเดิมจะคอยตามรังควาญข่มขู่ตนมาตลอด กลัวว่าตนจะไปมีแฟน

แล้วยังข่มขู่ว่าไม่ต้องไปบอกใคร หรือแจ้งตำรวจเพราะตำรวจชุมพรไม่กล้าจับตนหรอก จนกระทั่งตนมารู้ว่าแม่ได้พ้นโทษออกมาแล้วจึงหอบเสื้อผ้าหลบหนีไปอยู่กับแม่ที่ อ.บางสะพานและเล่าความจริงทั้งหมดให้ฟังและพามาแจ้งความดังกล่าว

ทั้งนี้ หลังรับแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับนายพรพ่อบังเกิดเกล้า และได้ส่งชุดสืบสวนตามไปประกบตัวไว้แล้วเพื่อป้องกันการหลบหนีต่อไป

 


ล่าสุด พ.ต.อ.ธงชัย นุ้ยเจริญ ผกก.สภ.เมืองชุมพร ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.วิชิตขำคชกรรณ รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.เมืองชุมพร นำกำลังชุดสายสืบพร้อมหมายจับศาลจังหวัดชุมพร ไปจับกุม นายพรชัย อายุ 43 ปี อาชีพรับซื้อทุเรียนขายให้กับล้งส่งออกต่างประเทศ ที่บ้านพัก อ.เมือง จ.ชุมพร ซึ่งนายพรชัย ยินยอมให้จับกุมแต่โดยดีไม่ได้ขัดขืนหรือต่อสู้ใดๆ โดยแจ้งข้อกล่าวหากระทำความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นซึ่งเป็นผู้สืบสันดานโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งเป็นผู้สืบสันดาน ซึ่งมิใช่ภรรยาหรือสามีตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือมาก็ตาม

 

 

หลังสอบสวน นายพรชัยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา แต่อ้างว่าตนเองไม่ได้ใช้กำลังบังคับแต่อย่างใด เพราะลูกสาวสมยอมเอง และเคยพาลูกไปทำแท้งเพียงครั้งเดียวที่คลินิกแห่งหนึ่งในตัวเมืองชุมพร ส่วนครั้งหลังตนไม่รู้ว่าใครพาไป

 

 

นายพรชัย ยังเปิดปากอย่างไม่ละอายในความผิดที่ก่อกับลูกในไส้อีกว่า ขอความเป็นธรรมให้ตัวเองด้วย ซึ่งตนเองก็ยอมรับผิดในสิ่งที่ทำ แต่ทั้งนี้ลูกสาวก็ต้องยอมรับผิดด้วยที่ผิดสัญญาว่าจะไม่ยอมปริปากบอกใครในเรื่องที่มีอะไรกับตนเอง จนกว่าจะตายจากกัน เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนตามกฎหมายและควบคุมตัวไว้ที่ห้องขังก่อนจะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในชั้นต่อไป


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย