เปิดปมฉาว! ผลสอบ เสี่ยอ้วน ตั้งใจสังหาร แม่สปาย ผิดสัญญาโอนเงิน 7ล้าน !!

เปิดปมฉาว! ผลสอบ "เสี่ยอ้วน" ตั้งใจสังหาร "แม่สปาย" ผิดสัญญาโอนเงิน 7ล้าน !!

Publish 2018-08-23 12:50:26

จากคดีที่ ทางนายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน พร้อมพวก เป็นผู้ต้องหาฆ่า น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือ สปาย อายุ 20 ปี และนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือฟอส อายุ 20 ปี ที่เขาชีจรรย์ จ.ชลบุรี  ซึ่งหลังจากที่ ทางการไทยได้ดำเนินการ ประสานงานกับประเทศกัมพูชา เพื่อขอตัว นายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน ผู้ กลับมาดำเนินคดีในไทย ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา   โดยเมื่อกลางดึกวันที่ 21 สิงหาคม เสี่ยอ้วน ได้มาถึงกรุงเทพฯเเล้ว    โดยมี ความคืบหน้าการนำตัวนายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน ผู้ต้องหาที่บงการและลงมือสังหาร น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย และนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือน้องฟอส ไปชี้จุดเกิดเหตุเพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดต่างๆ

 

 



 

จากนั้นได้คุมตัวเดินทางกลับที่ สภ.นาจอมเทียน โดยคุมตัวเข้าห้องสืบสวนประมาณ 30 นาที ก่อนควบคุมตัวเข้าห้องขัง โดยมีเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวอย่างแน่นหนา โดยจะนำตัวเสี่ยอ้วนไปฝากขังที่ศาลจังหวัดพัทยาในวันที่ 22 ส.ค.61

 

 

หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัว นายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วน อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาฆ่าน.ส.ปวีณา หรือ สปาย นาเมืองรักษ์ อายุ 20 ปี และนายอนันตชัย หรือ ฟอส จริตรัมย์ อายุ 20 ปี ทำแผนประกอบคำรับสารภาพเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา

 

 

 


 

ล่าสุดในวันนี้ (23/08/2561) เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 2 ได้ทำการสอบ "เสี่ยอ้วน"  ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่น "น้องสปาย-น้องฟอส" บริเวณลานจอดรถหน้าองค์พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ โดยมีรายงานจากการสอบสวนว่า "เสี่ยอ้วน" ได้ให้เงินผู้เป็นแม่น้องสปาย จำนวน 7 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าสินสอดในการหมั้น รวมทั้งบ้าน รถ เฟอร์นิเจอร์ และค่าไถ่ถอนโฉนดที่ดิน แต่ทางฝั่งน้องสปาย กลับไม่ทำตามที่ตกลงกันไว้ โดยทีแรกตั้งใจว่าจะให้ทนายทำการฟ้องร้อง แต่ด้วยความแค้นจึงได้วางแผนก่อเหตุดังกล่าว ซึ่งการลงมือสังหารไม่ได้พุ่งเป้าแค่น้องสปาย-น้องฟอส อย่างเดียว แต่ได้วางแผนจะฆ่าแม่น้องสปาย ด้วย แต่ไม่สำเร็จ 

 


นอกจากนี้ ชุดจับกุม ยังเปิดเผยว่า ระหว่างการเข้าจับกุมนั้น เสี่ยอ้วน มีอาการหวาดผวาตลอดเวลา และพูดแต่คำว่า “ขอโทษๆ มีวิญญาณน้องฟอส น้องสปาย ตามอยู่” บางครั้งก็เอ่ยปากว่า “อย่าตาม อย่าตาม” เหมือนเห็นวิญญาณของเหยื่อกระสุนทั้งคู่

ชุดจับกุม ยังเผยว่า นอกจากเรื่องที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) เคยให้สัมภาษณ์ไว้ โดยมีทางเลือกให้เสี่ยอ้วน 2 ทาง คือ ทางตันและทางตายนั้น เสี่ยอ้วนยังได้บอกกับชุดจับกุมด้วยว่าได้ติดตามข่าวสาร และจริงๆแล้วพยายามจะหนีต่อไป แต่รู้ว่าแม่ของตนเองป่วย จึงตัดสินใจชะลอการหลบหนี เพราะเป็นห่วงแม่ ก่อนมาถูกจับกุมได้ดังกล่าว

โดยในรายการทุบโต๊ะข่าว ทางช่อง Amarin TV รายงานบทสัมภาษณ์ นายธรรมรัตน์ สุวรรณโพธิ์ศรี หรือ โจ้ สปอตไลท์ ผู้ก่อตั้งเพจ Spotlight Phuket ถึงคดียิงนางสาวปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือ น้องสปาย อายุ 20 ปี และนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือ น้องฟอส อายุ 21 ปี ที่เสี่ยอ้วนเป็นผู้บงการและเป็นคนลงมือก่อเหตุ โดย โจ้ บอกว่า ประเด็นที่ว่านายบ่าว ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ก่อนหน้านี้จะมีการกลับคําให้การในชั้นศาลนั้น ตนมองว่าทำได้ แต่ถ้าก็คงไม่เป็นผล เพราะได้รับสารภาพในชั้นพนักงานสอบสวนไปแล้ว รวมถึงพยานและหลักฐานก็ชัดเจน

ในส่วนของเสี่ยอ้วน จะถูกดำเนินคดีหรือไม่นั้น ตนมองว่าขึ้นอยู่ที่พนักงานสอบสวนว่าจะทําสํานวน และพยานหลักฐานแน่นหนาหรือไม่ เพราะตามกฎหมายแล้วเสี่ยอ้วนมีสิทธิที่จะปฏิเสธข้อกล่าวหาได้ ประกอบกับเสี่ยอ้วน มีทนายความที่ให้คำปรึกษาเรื่องคดี คนที่เคยทําให้รอดคุกจากคดียิงคนขายไอศกรีมมาแล้ว ซึ่งตนรู้มาว่าหลังก่อเหตุเขาติดต่อกันอยู่ตลอดก่อนจะถูกจับกุมตัว

ทั้งนี้ ต้นเหตุทั้งหมดของเหตุการณ์ที่ว่าเป็นเรื่องของเงินทองนั้น นายธรรมรัตน์ เผยว่า เสี่ยอ้วนเคยโอนให้ครอบครัวของน้องสปาย ภายใน 2 เดือน เป็นเงินกว่า 4,000,000 บาท ซึ่งไม่แน่ชัดว่ามีการตกลงหรือแลกเปลี่ยนอะไรกันกับครอบครัวน้องสปายหรือไม่ โดยในส่วนของตน มีหลักฐานเป็นสลิปทั้งสิ้น 6 ใบ ที่เสี่ยอ้วนเคยให้ไว้ จำนวนเงินที่โอน คือ ครั้งแรก 700,000 บาท ถัดไป 100,000 บาท ถัดไป 1,000,000 บาท ถัดไป 112,000 บาท ถัดไป 100,000 บาท และครั้งสุดท้าย 50,000 บาท ตามลำดับ

 

อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องเงิน ตนยอมรับว่าได้รับเงินโอนจากเสี่ยอ้วนจริง 1,000,000 บาท เป็นเงินที่เขาต้องการให้ซื้อรถให้ลูกสาวตน ตนเองแค่ทำหน้าที่จ่าย แต่การทำเรื่องการจองทั้งหมด เสี่ยอ้วนเป็นคนทำ ซึ่งราคารถรวมประกันราคาอยู่ที่ 700,000 บาท ตนเองมีเอกสารยืนยันทั้งหมด และเงินที่เหลือนั้น ตนนำไปใช้จ่ายการจัดงานศพลูกทั้งสิ้น ตนจัดอย่างดี ใช้เงินไป 300,000-400,000 บาท

 

 

 

 

 

ขอบคุณภาพจาก อมรินทร์ทีวี 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน