ชาวเน็ตเหน็บแรง ภาพคอนเสิร์ตค่ายเพลงได้หมดถ้าสดชื่น ท่ามกลางกระแสดราม่า ที่คนบนเวทีมากกว่าคนดู

ชาวเน็ตเหน็บแรง ภาพคอนเสิร์ตค่ายเพลงได้หมดถ้าสดชื่น ท่ามกลางกระแสดราม่า ที่คนบนเวทีมากกว่าคนดู

Publish 2020-08-06 13:18:43


หลังจากมีประเด็นดราม่าให้พูดถึงไม่รู้จบ สำหรับ เจนนี่ รัชนก สุวรรณเกตุ หรือ เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น หลังจากเพิ่งจะออกมาชี้แจงเรื่องดราม่าคอนเสิร์ตที่ จ.กระบี่ และ จ.นครศรีธรรมราช ที่เกิดประเด็นร้อนไม่มีการเว้นระยะห่างและใส่หน้ากากอนามัย แถมยังมีการเช็ดเหงื่อให้นักร้อง และโยนแจกให้แฟนๆ จนหลายคนมองว่าไม่มีมาตรการป้องกันโควิด-19

 

 

จากนั้นไม่นานก็มีงานเข้า จนกลายเป็นเรื่องราวบานปลาย หลังมีเพจ ตลาดล่างอัพเกรด โพสต์ข้อความถึงค่ายเพลงดังกับเพลงที่เคยเป็น Viral บนโลกอินเทอร์เน็ต ว่ามีการเบี้ยวค่าตัว โดยเจ้าของเพลงตกลงกับนักร้องร่วมซิงเกิลว่าจะอัปคลิปลงยูทูบและแบ่งผลประโยชน์ 70% / 30% แต่พอเพลงดังเป็นพลุแตก กลับไม่แบ่งผลประโยชน์ตามที่ตกลงกันไว้



งานนี้ร้อนถึง เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ต้องออกโรงชี้แจงผ่านทางเพจส่วนตัว พร้อมทั้งโพสต์หลักฐานแชตสนทนาที่คาดว่าจะเป็น เก้า เกริกพล นักร้องหนุ่มรุ่นน้องที่เคยร่วมงานกันในเพลง "เลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว" ผ่านทาง Messenger ซึ่งมีหลักฐานการโอนเงินเพิ่มให้และบทสนทนาเกี่ยวกับเรื่องการชวนมาออกงานด้วยกัน และเขียนข้อความว่า 


 

"ค่ายเพลงได้หมดถ้าสดชื่น ไม่เคยโกงค่าตัวใครนะคะ อีกอย่างค่ายก็เคยชวนน้องมาเป็นศิลปินในค่าย แต่ตอนนั้นน้องได้ปฏิเสธไป ทางเราก็ไม่ว่าอะไรเพราะมันเป็นสิทธิของน้อง แต่ปัญหาเกิดขึ้นหลังจากที่คุณพ่อของน้อง โทรมาขอแบ่งยอดวิว 30% จากรายได้ด้วยคำพูดที่ไม่เหมาะสม ตอนนั้นก็ยอมรับว่าตกใจมากที่คุณพ่อของน้องพูดจาไม่ค่อยดีนัก ซึ่งทางค่ายตอบไปว่าให้ไม่ได้เพราะไม่ได้ตกลงกันตั้งแต่แรกแต่ถึงแม้ว่าทางค่ายไม่แบ่งค่ายอดวิวให้น้องก็จริง ตอนเพลงดังใหม่ๆก็เคยโอนเงินไปให้เพิ่ม 20,000 บาท แต่ทางน้องไม่สบายใจที่จะรับและโอนคืนมาโดยที่น้องไปหาเลขบัญชีมาจากไหนก็ไม่รู้ เราไม่เคยนิ่งเฉยกับน้องเพราะน้องเป็นเด็กน่ารัก ทุกวันนี้ยังเสียดายที่น้องไม่ได้อยู่ในค่าย มีงานรีวิวเข้ามาเราเคยขายงานน้องให้โดยไม่หักค่านายหน้าเป็นจำนวนเงิน 100,000 บาท มีงานคอนเสิร์ตเข้าก็ขายงานให้น้องตลอด

แต่เนื่องจากน้องอยู่กทม. เจ้าภาพจึงสู้ราคาไม่ได้ เพราะต้องมีค่าเดินทางเพิ่ม เราจึงไม่ได้ออกงานคู่กันเลย ทั้งนี้ทั้งนั้น ที่มีผู้ใหญ่ฝั่งน้องโทรไปให้ข้อมูลที่เป็นเท็จกับเพจตลาดล่าง แทนที่จะมาพูดกับทางเราตรงๆ เพราะตอนเกิดปัญหาใหม่ๆทางเราเคยโทรไปเพื่อจะเจรจาแล้วแต่ทางฝั่งน้องไม่รับสาย และไม่โทรกลับอีกเลย ติดต่องานไปช่วงหลังๆน้องก็ไม่ค่อยตอบ จนกระทั่งน้องลบเพื่อนในเฟสบุ๊คไป เราก็ไม่ติดต่อกันอีกเลย จนถึงวันนี้วันที่ค่ายเราประสบปัญหามากมาย ทางผู้ใหญ่ของน้องเลือกที่จะใช้เพจตลาดล่าง เพจที่โจมตีเรามาตลอด ในการเป็นสื่อเพื่อออกมาให้การเท็จ เพราะผู้ใหญ่ฝั่งน้องรู้ดีถ้าเล่นทางเพจนั้นจะมีคนเข้าข้างอย่างแน่นอน ทำไมพวกท่านไม่มาคุยกันตรงๆ ทำไมใช้วิธีแบบนี้ เพราะอย่างน้อยที่ผ่านมาเราให้เกียติน้องทุกครั้งที่เจอน้องมาโดยตลอด ทำไมพวกท่านเลือกใช้ช่วงเวลาที่เรากำลังอ่อนแอ เลือกเพจที่จ้องแต่จะทำร้ายเราในการเป็นสื่อกลาง ตอนแรกอยากนิ่งเฉยเพราะเราเหนื่อยมากพอแล้วกับทุกปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ตอนนี้พวกคุณกำลังใส่ร้ายเรา เราจึงขออนุญาตออกมาปกป้องตัวเอง 


ส่วนดราม่าอื่นๆปล่อยให้เป็นไปตามกระแส คำตัดสินจะออกมายังไงค่อยว่ากัน เราทำดีที่สุดแล้ว ผิดก็ว่าไปตามผิด เราพร้อมแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาดอย่างแน่นอน"

ต่อมาทางด้านนักรองหนุ่ม เก้า เกริกพล วัย 17 ปี ถึงกับไม่ขออยู่นิ่ง ไลฟ์สดแจงเรื่องราวปมดราม่าค่าตัวหลังไปร่วมฟีเจอร์ริ่งกับ นักร้องสาว เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น งัดหลักฐานโต้กลับ หลังถูกแฉเบี้ยวค่าตัวนักร้องหนุ่ม โดยเก้าได้บอกว่าหลังจากมีประเด็นเรื่องนี้สิ่งที่ไม่ชอบมากที่สุดก็คือเรื่องของพ่อที่โดนโจมตีอยู่ในตอนนี้ จากการที่เจนนี่พูดถึงพ่อ ซึ่งตนอยากจะบอกว่าไม่ใช่เรื่องจริง เพราะตอนนี้พ่อโดนคนด่าหยาบคายและก็ลามไปถึงตระกูลกันเลยทีเดียวทั้งที่ไม่รู้เรื่องจริง

ก่อนจะย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นในการร่วมงานกันว่า พี่เจนนี่ได้มาขอฟีเจอร์ริ่งด้วยกัน เขาขอมา 2 รอบแต่ผมไม่ได้ไป ทีนี้ได้ไปออกรายการนึงจนได้รู้จักและสนิทกันพอควรก็เลยตัดสินใจไปร่วมงานกันในครั้งนั้น และเงิน 10,000 บาทก็โอนมาให้จริง โดยพี่เขาบอกว่าให้ไว้กินขนมและค่าเดินทางไปอัดเสียง และไม่ใช่ค่าตัวของผม ยังทำงานไม่เสร็จพี่เขาโอนมาให้แล้ว ผมดีใจมากตอนนั้น ความที่ผมเชื่อพี่เขาและเห็นว่าเป็นพี่น้องกัน ผมไม่ได้เข้าใจว่าเขาจ่ายค่าตัวจ้างขาดแบบนั้น

"และที่ออกมาวันนี้เพราะผมเจ็บใจที่เอาเรื่องพ่อมาโพสต์และทำให้พ่อถูกด่า ซึ่งเรื่องผมกับพี่เจนนี่จบไปนานแล้ว ผมเงียบมานานแล้ว 1 ปี ทุกคนบอกว่าทำไมผมมาเรียกร้องตอนนี้ ผมไม่ได้เรียกร้องเงินเลย ผมจะเล่าความจริงให้ฟัง"



ทว่าแฮชแท็ก #เจนนี่ได้หมดถ้าสดชื่น ติดเทรนด์อันดับหนึ่งบนทวิตเตอร์ มีชาวเน็ตมาออกแฉเรื่องค่ายเพลงของเจนนี่ เริ่มจากการที่คุณแม่ และเจนนี่ ยึดมือถือของเด็กในค่ายเพลง โดยอ้างว่าไม่ให้เด็กเล่นมือเพราะจะได้มีสติในการคิดเรื่องเรียน เรื่องเพลง อีกทั้งค่ายเพลงของสาวเจนนี่ยังห้ามไม่ให้เด็กมีแฟน ผู้หญิงต้องตัดผมสั้น ซึ่งบางคนลิดรอนสิทธิกันเกินไป

จากนั้นก็มีคนนำคลิปที่สาวเจนนี่ตอบคำถามแฟนๆ ว่า น้องๆ ในค่ายได้เงินเดือนกันเท่าไหร่ ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า ไม่มี เพราะช่วงนี้สถานการณ์ไม่ค่อยดี เพราะว่าคอนเสิร์ตไม่มีถ้าพี่เจนนี่ให้เงินเดือนทุกคนก็ตายกันพอดี เพราะตอนนี้อยู่ฟรี กินฟรีทุกอย่าง ถามว่าได้รายได้จากไหน ก็คือช่วยตนถ่ายรีวิวสินค้า ช่วยตนไลฟ์สด ถ่ายคลิปต่างๆ รวมถึงทางค่ายรับงานรีวิวสินค้าก็จะได้เงินไปเป็นของเขา และอีกช่องทางหนึ่งถ้าคอนเสิร์ตกลับมาเมื่อไหร่น้องๆ จะได้ค่าตัวคืนหนึ่งเฉลี่ย 3-4 พันบาท แล้วได้รายได้จากการแบ่งยอดวิวจากยูทูบแล้วแต่ว่าเพลงใครได้เท่าไหร่

อย่างไรก็ตาม สาวเจนนี่ ได้ออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง ในเฟซบุ๊ค น้องเจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น พร้อมข้อความระบุว่า "2 ทุ่ม วันนี้ ไลฟสดชี้แจง เพจนี้นะคะ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามค่ะ" และแน่นอนต่างมีชาวเน็ตจำนวนมากแห่คอมเม้นต์ทั้งในแง่บวกและแง่ลบ พร้อมทั้งรอการไลฟ์สดคืนนี้ ว่าจะเป็นอย่างไร กับเรื่องดราม่าที่เกิดขึ้น

ล่าสุดสาวเจนนี่ ไลฟ์สดเคลียร์ในเพจของตัวเองเพื่อชี้แจงทุกประเด็น ยอมรับเครียด เพราะเรื่องใหญ่มาก แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว "อย่าเพิ่งด่า ให้โอกาสชี้แจงก่อน หลังจากนี้ใครจะยังไง จะรักหนูอยู่หรือเปล่า หนูก็ไม่ได้ว่าอะไร อย่างน้อยหนูได้พูดในส่วนของหนูแล้ว”

โกงค่าตัว ไม่มีจริง และไม่เคยเกิดขึ้นแน่นอน หนูไม่เคยโกงค่าตัวใคร โกงค่าตัวในที่นี้คือเรื่องประเด็น 70-30 ซึ่งเป็นข้อเสนอที่หนูเสนอกับเก้าว่าถ้ามาอยู่ค่าย จะมีส่วนแบ่งจากการทำเพลงให้ทั้งหมดไม่ว่าจะทำกี่เพลง จะแบ่งให้ 30 เปอร์เซ็นต์ เพราะพี่จะขอ 70 เพราะจะแบ่งให้ลิลลี่ 30 เปอร์เซ็นต์ ส่วน 40 เปอร์เซ็นต์ขอให้ค่าย เพื่อการลงทุนต่างๆ

แต่ว่าทำไมถึงให้ 30 เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ เพราะน้องปฏิเสธมาอยู่ ปฏิเสธมาเป็นศิลปินของหนู หนูเลยให้ตรงนี้ไม่ได้ สัญญาใจที่น้องออกมาพูด ไม่เป็นความจริง เราไม่เคยมีสัญญาใจกัน แต่เรามีข้อเสนอซึ่งกันและกันว่าถ้าน้องมาเป็นศิลปินในค่ายหนูมีข้อเสนอให้ ซึ่งข้อเสนอใหญ่ๆ หลักๆ ที่เราคุยกันก่อนเราปล่อยเพลงเลิกคุยทั้งอำเภอ ข้อแรกคือ ถ้าน้องเก้าเป็นศิลปินเจนนี่ เจนนี่จะแบ่งค่ายอดวิวให้น้องเก้า 30 เปอร์เซ็นต์ในทุกๆ เพลงที่เราจะทำร่วมกัน ไม่ใช่แค่เลิกคุยทั้งอำเภอฯ

และจะให้เงิน 3 พันเป็นข้อเสนอเหมือนกัน หากอีกฝ่ายยอมเป็นศิลปินในค่าย เป็นข้อเสนอที่ให้ไปแบบนี้

"สองประเด็นใหญ่เช่นกัน เรื่องค่าตัว 3 พัน ฝั่งน้องบอกว่าเป็นค่าตัวที่ให้น้องเดินทางจากกรุงเทพฯ ลงมาภาคใต้ แล้วทางเราจะจ่าย 3 พัน ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ 3 พันแค่ค่าเดินทางก็หมดแล้ว แต่ข้อเท็จจริงคือ 3 พันบาทหนูจะให้น้อง ถ้าน้องเป็นศิลปินค่ายหนู"

"ประเด็นเรื่องค่าตัว 500 บาท น้องเก้าท้าให้หนูสาบาน หนูก็สาบานให้ตายตรงนี้เลย สาบานให้ฉิบหาย หนูเป็นลูกหลานครูหมอโนราห์ สาบานทุกคนเลยว่า ถ้ารายการไหนได้ 1 หมื่นบาท ตอนนั้นเราออกรายการยังไม่มีชื่อเสียงกันมาก ถ้ารายการไหนได้ 1 หมื่นบาท เป็นไปไม่ได้ที่หนูจะให้น้องแค่ 500 บาท หนูไม่เคยให้น้อง 500 บาทถ้ารายการนั้นให้มา 1 หมื่นแต่ถามว่า 500 บาทมีจริงไหม มีจริงค่ะ แต่เป็นรายการที่เราก็ได้มาน้อย รายการให้น้อยก็ให้น้อย ได้มากให้มาก ถามว่าทำไมออกรายการทีวีถึงให้น้อย เรื่องนี้รายการไม่ผิดนะ ตอนที่เขาติดต่อเราไป สื่อจะทำให้เราทั้งคู่มีชื่อเสียงกันมากขึ้น วันนั้นที่สื่อติดต่อไป เราทั้งคู่ต่างยินยอมไปโดยเราไม่ได้ถามราคา เราไม่ได้คุยเรตราคา"

"ส่วนที่บอกว่าไม่ต้องสาบาน ให้โชว์หลักฐานเลย มันโชว์หลักฐาน 500 ไม่ได้ไง เวลาเราถ่ายรายการเสร็จ เราแบ่งเงินกันก่อนแยกย้าย คือ 500 บาทไม่มีอยู่จริง หนูมีหลักฐานการโอนผ่านแชต มี 2 รายการได้ 3 พัน และหนูโอนให้ 1,500 เป็น 3 พันบาท ให้ 500 บาทไม่มีจริงถ้าได้ 1 หมื่นโอนให้มากกว่านั้นแน่นอน ให้สมเหตุสมผล เพราะการไปออกรายการทีวี เราต่างก็รู้ดีว่าเราไปเพื่อโปรโมตบางครั้งเราต้องยอมเจ็บตัวบ้าง"

"หนูไม่เคยบังคับน้องว่าน้องต้องมา ถ้าน้องไม่มา รายการจะไม่เอาพี่ หนูไม่เคยบังคับ และทุกครั้งที่แยกย้ายกันตอนนั้นเรายังพูดดีกันอยู่เลย หนูยังถามว่า 1,500 พอไหมเพราะรายการให้มาน้อยมาก หนูไม่ขออนุญาตพูดว่ารายการอะไรให้น้อยให้มาก เพราะเขาไม่ผิด เขาช่วยโปรโมตให้เรามีทุกวันนี้ เลยไม่ขอเอ่ย แต่ขอชี้แจงว่ามีรายการนึงที่หนูไปกับน้อง แล้วรายการส่งไลน์าหาหนูว่ารบกวนแบ่งค่าน้ำมันรถให้น้องเก้านิดนึง พอดีน้องเก้าทักมาถาม ตอนแรกน้องเก้าไม่ได้แจ้งว่าต้องมีค่าน้ำมันด้วย คือรายการดีลหนูกับลิลลี่แยก แล้วรายการไปดีลน้องเก้าเองแล้วน้องเก้าก็ทักมาว่ามีค่าน้ำมันรถให้ไหม หนูก็ไม่ได้ถามอะไรมาก ก็ขอเลขที่บัญชี"

จากนั้น "เก้า เกริกพล เพชรรัตน์" ออกมาซัด "เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น" ผ่านรายการโหนกระแส พูดเรื่องเงินค่าตัว 500 วอนอีกฝ่ายให้พูดความจริง จนกลายเป็นประเด็นทางสังคม ล่าสุดสาวเจนนี่ ได้โฟนอินสัมภาษณ์กับ "มดดำ คชาภา ตันเจริญ" ผ่านรายการแฉ ยืนยันคำเดิมไม่ได้โกง

"จะบอกว่าถ้าหนูได้มา 1 หมื่น หนูไม่ให้น้อง 500 แน่นอน ล้านเปอร์เซ็นต์ น้องรู้ดี หนูรู้ดี น้องออกมาพูดเพราะคนไม่เห็นว่าหนูให้เท่าไหร่ หนูจะพูดก็ได้ว่าหนูให้ 3 พัน แต่หนูไม่พูดเพราะจำไม่ได้จริงๆ แต่ถ้าหมื่นนึงไม่ให้ 500 แน่นอน ยกตัวอย่างที่ได้รายการนึงมา 3 พัน หนูเคยโอนให้น้อง 1,500 โชคดีหนูยังมีสลิปช่วยชีวิตหนูไว้ ส่วนที่น้องพูดในโหนกระแส

ถ้าน้องมีหลักฐานว่าหนูให้น้อง 500 จริง หนูพร้อมขอโทษน้องทุกอย่าง แต่หนูจะบอกว่าความจริงมีแค่หนูกับน้องที่รู้ ตอนนี้ประเด็นเบี่ยงมาก ประเด็นแรกเริ่มจาก 70-30 ตอนนี้คนมาด่าหนูเต็มมาก หนูก็ได้แต่ท่องและภาวนาในใจว่าคนอื่นไม่รู้ความจริง ไม่เป็นไร เอาแค่เราที่รู้"

 โดยท่ามกลางกระแสดราม่าโจมตีไม่จบไม่สิ้น สาวเจนนี่ ก็ได้ออกมาเคลื่อนไหว เดินทางเล่นคอนเสิร์ต ที่ จ.นครศรีธรรมราช ว่า "ขอบคุณชาวขนอม นครศรีธรรมราช  ขอบคุณที่มาให้กำลังใจกันล้นหลาม ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือใส่แมสมาทุกท่าน เจอกันใหม่โอกาสหน้าค่ะ พรุ่งนี้เจอกัน งานมหกรรมสุขภาพ สวนสาธารณะหาดใหญ่"

 

ซึ่งงานนี้ก็มีชาวเน็ตจับผิด ที่ สาวเจนนี่ บอกว่าคนเข้ามาดูล้นหล้าม แต่เบื้องหลังคนเข้ามาดูไม่ได้เยอะอย่างที่คิด แต่ก็มีชาวเน็ตบางคนที่เข้ามาปกป้อง สาวเจนนี่ โดยได้ส่งรูปหน้าเวทีมาโชว์ให้เห็นกันเต็มๆ

และล่าสุด ค่ายเพลงได้หมดถ้าสดชื่น ก็ยังคงเดินหน้าเล่นคอนเสิร์ตต่อไป ที่วัดพังกก สทิงพระ จังหวัดสงขลา ซึ่งงานนี้ต่างก็มีคนจับผิดอีกครั้ง แถมมีคอมเม้นต์ถล่มด่าอย่างต่อเนื่อง

 

ที่งานนี้มีชาวเน็ตออกมาเหน็บบรรยากาศภายในงานคอนเสิร์ตว่า "บรรยากาศ ที่วัดพังกก อ.สทิงพระ จ.สงขลา ท่ามกลางผู้คนมากล้นในคืนหลอกลวง (ภาพจริงครับ"



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน