หนุ่มปอร์เช่ โผล่โต้เดือด โบ้ยยกพวกเปิดฉากยิงถล่มคู่กรณี ปัดโกงหน้ากากอนามัย 10 ล้าน

หนุ่มปอร์เช่ โผล่โต้เดือด โบ้ยยกพวกเปิดฉากยิงถล่มคู่กรณี ปัดโกงหน้ากากอนามัย 10 ล้าน

Publish 2020-08-02 10:52:35


สืบเนื่องจากที่กลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 11 คน ขับรถหรู 3 คัน บุกเข้ายิงถล่มถึงบ้านพักของนายธนกฤต สถิจชวา อายุ 44 ปี ผู้เสียหาย ที่พักอยู่ในซ.พุทธมณฑล สาย 2 แยก 11 แขวงบางไผ่ เขตบางแคจากปัญหาขัดแย้งทางธุรกิจการสั่งซื้อหน้ากากอนามัย ผ่านเฟซบุ๊กต่างๆ มีมูลค่าความเสียหาย 10 ล้านบาท ซึ่งเมื่อช่วงสายวันนี้ ทางตำรวจ สน.หลักสอง ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อรวบรวมหลักฐาน พร้อมสอบปากคำผู้เสียหาย พยานในเหตุการณ์ และอายัดรถปอร์เช่ที่ใช้ก่อเหตุ




โดยหลังการเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุของทางตำรวจ สน.หลักสอง ปรากฎว่า ในสื่อโซเชียลมีเดียมีการแชร์คลิป จากเจ้าของที่ใช้ชื่อในเฟซบุ๊กว่า "Win Athip" หรือนายวิน ยอมรับว่า เดินทางไปที่บ้านพักของนายธนกฤต เพื่อต้องการเคลียร์ปัญหาการซื้อขายหน้ากากอนามัย ด้วยรถยนต์ 3 คันที่เคลื่อนตัวถอยหลังเข้าไปจริง แต่ปฏิเสธการนำเสนอข่าว ใน 2 ประเด็น

1. ฝ่ายที่เปิดฉากใช้อาวุธปืน คือกลุ่มของนายธนกฤต ทั้งๆ ที่ตัวเองไม่มีอาวุธ แม้นายทหาร ระดับยศนายพันซึ่งเดินทางไปด้วยจะมีอาวุธ แต่ก็ไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ เป็นเหตุให้กลุ่มของตน 8 คนได้รับบาดเจ็บ

2. การซื้อขายหน้ากากอนามัยเป็นปัญหาที่เกิดจากนายธนกฤต มากล่าวหาตนเองว่าเป็นคนโกง ทั้งๆ ที่ไม่เป็นความจริง

นอกจากนี้ นายวิน ยังโพสต์คลิปอีกชิ้น ระบุ ขอความเห็นใจจากสังคมหลังไม่ได้รับความเป็นธรรมจากสื่อมวลชน จากการนำเสนอข่าวที่บิดเบือนกล่าวหาให้ตนเป็นฝ่ายยกพวกบุกถล่มนายธนกฤต ทั้งที่ความจริงเป็นเพียงการเดินทางไปเพื่อพูดคุยแต่กลับเป็นฝ่ายถูกยิงถล่ม


ขณะเดียวกัน ในสื่อโซเชียลมีเดียยังมีการเผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิด ที่สามารถบันทึกเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ได้

 



ก่อนหน้านั้น พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.9 พร้อม พ.ต.อ.สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ ผกก.สน.หลักสอง นำเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บก.น.9 และ สน.หลักสอง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุหลังเมื่อช่วงดึกที่ผ่านมามีคนร้ายใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงใส่นายธนกฤต สถิจชวา อายุ 44 ปี ผู้เสียหายที่อยู่ในบ้านพักในซอยพุทธมณฑล สาย 2 แยก 11 แขวงบางไผ่ เขตบางแค กรุงเทพฯ จนมีผู้บาดเจ็บ 1 ราย คือนายอภิรักษ์ คลังแสง อายุ 27 ปี เป็นกลุ่มผู้ก่อเหตุ และมีรถสปอร์ต ยี่ห้อปอร์เช่ 718 รุ่นบ็อกซเตอร์ สีเหลือง ทะเบียนป้ายแดง ล7195 กทม.ของกลุ่มผู้ก่อเหตุถูกยิงเสียหาย โดย พ.ต.อ.นครินทร์ สอบปากคำนายธนกฤต เป็นเวลา 30 นาที ก่อนมาประชุมติดตามความคืบหน้าของคดีที่ สน.หลักสอง

 

ด้าน นายธนกฤต เปิดเผยว่า ตอน 23.54 น.ที่ผ่านมา มีกลุ่มผู้ก่อเหตุที่เป็นคนรู้จักในแวดวงธุรกิจเดียวกันโทรศัพท์มาข่มขู่และขอนัดเคลียร์ปัญหากับตนที่บ้าน ซึ่งต้นตอมาจากการที่ตนไปช่วยเหลือผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงจากการสั่งซื้อหน้ากากอนามัยผ่านเพจเฟซบุ๊กต่างๆ เสียหายกว่า 10 ล้านบาท ตนจึงปรึกษาทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ เพื่อช่วยเหลือทางคดี เป็นเหตุให้กลุ่มผู้ก่อเหตุไม่พอใจ นำรูปตนกับภรรยาไปบอกผู้เสียหาย โดยกล่าวหาว่าตนเป็นผู้กักตุนหน้ากากอนามัยดังกล่าว ตนจึงแจ้งความดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาทและมีปัญหาทะเลาะกันเรื่อยมา 

 

ทั้งนี้ นายธนกฤต กล่าวต่อมา เมื่อกลุ่มผู้ก่อเหตุมาถึงบ้าน ก็เห็นท่าไม่ดี จากนั้นฝ่ายผู้ก่อเหตุยิงเข้าใส่ตนก่อน อย่างไรก็ตาม ตนไม่ทราบว่าปัญหาเรื่องการกักตุนหน้ากากอนามัยนั้นเกี่ยวข้องกับพรรคภราดรภาพตามที่เคยเป็นข่าวหรือไม่

 

ขณะที่ พ.ต.อ.นครินทร์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพยานหลักฐานที่มีเบื้องต้นทราบว่าระหว่างเกิดเหตุมีรถยนต์เข้ามา 3 คัน มีผู้ต้องสงสัย 7 คน ขับโตโยต้ารุ่นอัลพาท รุ่นแคมรี่ และยี่ห้อปอร์เช่ ส่วนพฤติกรรมการก่อเหตุและมูลเหตุจูงใจนั้นเป็นคำกล่าวอ้างของผู้เสียหายเพียงฝ่ายเดียว ตำรวจยังต้องรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมประสานพยานบุคคลทั้งหมดมาสอบปากคำ ซึ่งตอนนี้ทราบตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้ว โดยตำรวจได้ยึดปืนลูกซอง และปืนขนาด 9 มม.อย่างละกระบอกของนายธนกฤต มาตรวจสอบอีกครั้ง

 

ต่อมา พ.ต.อ.นครินทร์ กล่าวภายหลังการหารือราว 1 ชั่วโมง ว่า จากการตรวจสอบปลอกกระสุนในที่เกิดเหตุ เชื่อว่ามีปืน 9 มม.มากกว่า 1 กระบอก อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบว่าเป็นของใคร ส่วนรถยนต์ปอร์เช่ ที่กลุ่มผู้ก่อเหตุขับมานั้นเป็นรถยนต์เช่ามาจากย่านนานา โดยมีนายอธิป ขวัญบุญ เป็นคนขับ ซึ่งนายอธิป เคยถูกตำรวจ สน.บางขุนเทียน จับกุมไปก่อนหน้านี้

 

มีรายงานว่า จากการตรวจสอบในบ้านพักนายธนกฤต ยังพบว่ามีรถยนต์กันกระสุน ส่วนรถปอร์เช่ที่เป็นรถเช่านั้นเมื่อคืนนี้มีเด็กเต้นท์รถเข้ามานำกลับไป แต่ตำรวจเห็นท่าทางมีพิรุธ จึงตรวจปัสสาวะพบว่าเสพยาเสพติดมา จึงจับกุมดำเนินคดีแยกเป็นอีกส่วน ส่วนนายอธิป เคยถูกจับกุมหลังพบว่าเป็นหนึ่งในขบวนการกักตุนหน้ากากอนามัยของนายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคภราดรภาพ

 

ผู้สื่อข่าวโทรศัพท์สอบถามไปยัง ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ยอมรับว่าเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีผู้เสียหายปรึกษาให้พาไปร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนเรื่องถูกโกงหน้ากากอนามัยกว่าหลายร้อยคน แต่ไม่ได้ทิ้งเบอร์โทรศัพท์ติดต่อไว้ให้ ตอนนี้จึงต้องรอให้โทรกลับมาปรึกษาอีกครั้งว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร

 

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน