หนุ่มราชบุรีเสียชีวิตปริศนา ญาติเจอร่างไหม้เกรียมในรถ นึกว่าอุบัติเหตุ

หนุ่มราชบุรีเสียชีวิตปริศนา ญาติเจอร่างไหม้เกรียมในรถ นึกว่าอุบัติเหตุ

Publish 2020-08-01 19:45:12


สืบเนื่องจากกรณีที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้า กรณีที่สื่อให้ความสนใจนำเสนอข่าว “พี่สาวผงะ พบโครงกระดูกติดซากรถถูกไฟคลอกดับ เชื่อเป็นน้องชายที่หายไปนั้น”



ได้รับรายงานจาก สภ.จอมบึง จ.ราชบุรี ว่า เมื่อ (26 ก.ค.63) ได้รับแจ้งว่ามีผู้พบศพถูกเผาอยู่ในรถยนต์ที่บริเวณบ้านเลขที่ 112 ม.2 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี พนักงานสอบสวน พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดราชบุรี, แพทย์ รพ.สมเด็จพระยุพราชจอมบึง และผู้ที่เกี่ยวข้อง จึงได้ร่วมกันตรวจสถานที่เกิดเหตุ เบื้องต้นสันนิษฐานว่า ผู้เสียชีวิต คือ นายธิตินันท์ หรือปุ้ม ภู่สุวรรณ์ อายุ 42 ปี เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ

 

 

โดยสภาพศพถูกไฟไหม้เกรียมทั้งร่างอยู่ในรถยนต์ที่ถูกไฟไหม้ทั้งคัน ซึ่งผู้พบศพคือพี่สาวของผู้เสียชีวิต แจ้งว่าได้พูดคุยกับผู้เสียชีวิต เมื่อวันที่ (24 ก.ค.63) เวลาประมาณ 15.00 น. บอกว่าจะนำรถยนต์ไปเติมเชื้อเพลิงแก๊ส ซึ่งพี่สาวเชื่อว่าน่าจะเกิดการระเบิดของแก๊สที่เป็นเชื้อเพลิงของรถยนต์คันดังกล่าว จึงได้ร่วมกับแพทย์ รพ.สมเด็จพระยุพราชจอมบึง และพิสูจน์หลักฐานจังหวัดราชบุรี ชันสูตรพลิกศพ ถ่ายภาพที่เกิดเหตุ ทำแผนที่เกิดเหตุ สอบสวนปากคำพยาน ประกอบกับได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ลงพื้นที่หาข้อมูลที่เกี่ยวข้องและข้อมูลกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุต่อไป

 

รอง โฆษก ตร. กล่าวต่อไปว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ทราบสาเหตุของการเสียชีวิตในครั้งนี้ โดยในวันนี้ (27 ก.ค.63) เวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ส่งศพผู้เสียชีวิตไปตรวจพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตและพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลยังนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ พร้อมกับได้ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตรวจเก็บ DNA จากพยาน เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวน ยังคงต้องรอผลชันสูตรพลิกศพสาเหตุการเสียชีวิตจากแพทย์นิติเวชและผลการตรวจพิสูจน์สถานที่เกิดเหตุ ถึงข้อสันนิษฐานในประเด็น การระเบิดของแก๊สที่เป็นเชื้อเพลิงของรถยนต์ จากกองพิสูจน์หลักฐาน


แต่ทว่า จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นพบพิรุธในจุดเกิดเหตุหลายอย่าง จึงต้องทำการสืบสวนสอบสวนเชิงลึก จนทำให้ทราบว่า โครงกระดูกที่ถูกไฟเผาในรถนั้น ไม่ใช่นายธิตินันท์ แต่เป็นคนอื่นที่ถูกนายธิตินันท์ฆ่าแล้วนำศพมาเผาอำพราง

 



ล่าสุด พล.ต.ต.อนุภาพ ศรีนวล ผบก.ภ.จ.ราชบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธนู ฮวบประเสริฐ รอง ผบก.ภ.จ.ราชบุรี พ.ต.อ.โชติช่วง ภาณุทัต ผกก.สส.ภ.จ.ราชบุรี และ พ.ต.อ.ไวโรจน์ แน่นพิมาย ผกก.สภ.จอมบึง จ.ราชบุรี ได้นำตัวนายธิตินันท์ มาสอบปากคำหลังหลบหนีไปอยู่ที่อำเภอบ้านคา จ.ราชบุรี ซึ่ง พล.ต.ต.อนุภาพ เผยว่าเหตุนี้ ในเบื้องต้นนั้นคิดว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุนั้นพบหลักฐานหลายอย่างที่ไม่น่าจะเป็นเรื่องของอุบัติเหตุ โดยพบว่าถังแก๊สรถยนต์ยังไม่ได้มีการต่อสายเข้าระบบรถยนต์ รถจักรยานยนต์ที่นายธิตินันท์ใช้อยู่เป็นประจำก็หายไป

 

ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ สภ.จอมบึง ใกล้กับจุดเกิดเหตุ มีการแจ้งคนหายไว้ซึ่งไม่ใช่นายธิตินันท์ เมื่อตรวจสอบประวัตินายธิตินันท์ ก็พบว่าถูกจับในข้อพยายามฆ่าเมื่อปี พ.ศ.2562 และคดีได้ถูกส่งฟ้องไปแล้ว แต่ช่วงที่อยู่ในคุกนั้นนายธิตินันท์ พยายามจะฆ่าตัวตายญาติจึงได้ซื้อหลักทรัพย์ประกันตัวออกมา โดยศาลจะมีการตัดสินในวันที่ 18 สิงหาคม นี้ ทำให้ทางเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการตรวจสอบหาหลักฐานต่างๆ ทั้งผลดีเอ็นเอ การพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มาช่วย กระทั่ง พบว่าศพในรถที่ถูกเผา คือนายเปลี่ยน สีชมพู อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13 หมู่ 10 ต.จอมบึง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นชายเร่ร่อน เดินเก็บขยะขายในบริเวณดังกล่าว

 

ด้าน พ.ต.อ.ไวโรจน์ แน่นพิมาย ผกก.สภ.จอมบึง เผยว่า หลังจากที่ไปจับกุมตัวนายธิตินันท์ มาได้และสอบปากคำอยู่นานจนยอมรับสารภาพว่า เป็นคนที่ไปชักชวนนายเปลี่ยน มากินเหล้าที่บ้านที่เกิดเหตุ จากนั้นได้ทำร้ายนายเปลี่ยน จนตายโดยการตีด้วยเหล็กชะแลง ก่อนจะนำศพไปใส่ไว้ในรถ แล้วสตาร์ตรถให้พุ่งไปชนรถอีกคันที่จอดอยู่ จากนั้นก็ทำการจุดไฟเผา เพื่อให้ทุกคนเข้าใจว่า ตนเองนั้นตายไปแล้ว คดีที่ตนเองต้องโทษอยู่จะได้จบ เงินประกันที่ซื้อหลักทรัพย์มา ศาลก็จะต้องคืนให้เจ้าของทรัพย์ และตนยังมีเงินประกันชีวิตอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งครอบครัวจะไม่เดือดร้อน ส่วนตนเองนั้นยอมที่จะอยู่แบบบุคคลสูญหาย แต่สุดท้ายก็มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจนทราบและติดตามจับกุมมาได้ เบื้องต้นได้ตั้งข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เผาอำพรางศพ ดำเนินการส่งฟ้องศาลต่อไป

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน