ฟิล์ม รัฐภูมิ เลือดขึ้นหน้า โพสต์ไอจี สื่อพาดหัวข่าวแรง ปมคดีเพย์ออล "เเค่ไปเสียค่าปรับ ยังไม่ได้ติดคุก"

Publish 2018-12-06 11:46:28



จากกรณีที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ “ฟิล์ม” พระเอกและนักแสดงชื่อดัง, นายศราวุฒิ นนทะภา,  นายธเนศ จัตวาพรพานิช อายุ 43 ปี และ นายภูมิพัฒน์ ประเสริฐวิทย์ จำเลยในคดีร่วมกันประกอบธุรกิจ บัตรชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้รับอนุญาต ได้เดินทางมาเพือฟังคำพิพากษาคดีดำ อ.3090/61 ที่พนักงานอัยการคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บริษัท เพย์ออล กรุ๊ป จำกัด
 

 

 



 โดยนายศราวุฒิ นนทะภา กรรมการผู้มีอำนาจ นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม รัฐภูมิ อายุ 33 ปี พระเอกและนักแสดงชื่อดัง นายธเนศ จัตวาพรพานิช อายุ 43 ปี และนายภูมิพัฒน์ ประเสริฐวิทย์ อายุ 38 ปี ในฐานะกรรมการบริษัท ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ตามลำดับ ในความผิดฐาน “ร่วมกันประกอบธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันประกอบธุรกิจ บัตรชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้รับอนุญาต” ที่ห้องพิจารณา 914   


คดีนี้พวกจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลจึงมีคำสั่งให้พนักงานคุมประพฤติสืบเสาะประวัติครอบครอบครัว การทำงานการศึกษา ของพวกจำเลย และอื่น ๆ เพื่อนำมาพิจารณาประกอบคำพิพากษา และอนุญาตให้พวกจำเลยมีประกันตัวไปคนละ 2 แสนบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

 

 


โดยคดีนี้ อัยการโจทก์ระบุฟ้องความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างเดือนตุลาคม 2559 ถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 ต่อเนื่องกันจำเลยทั้ง 4 คน บังอาจร่วมกันประกอบกิจการให้บริการแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือภายใต้ชื่อ “เพย์ออล” (Payall) และสมัครสมาชิกเพื่อสร้างบัญชีของผู้ใช้บริการ ซึ่งระบบจะตั้งบริษัทสมาชิก รหัสผ่านในการใช้งาน และเติมเงินผ่านเข้าบัญชีธนาคารของจำเลยตามช่องทาง โดยระบบจะบันทึกจำนวนเงินที่เติมตามมูลค่าของผู้ใช้บริการแต่ละราย 

 

 

 

 

 

รวมทั้งนำเงินที่ชำระไว้ล่วงหน้าไว้ชำระค่าสินค้า และค่าบริการต่างๆ แทนเงินสดการกระทำของพวกจำเลยมีลักษณะร่วมกันประกอบธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ เป็นการโอนสิทธิการถือครองเงิน และการโอนสิทธิการถอนเงิน หรือหักเงินผ่านบัญชีหรือแอพพลิเคชั่นของผู้ใช้บริการโดยไม่จำกัด และไม่อยู่ภายใต้ระบบการจัดจำหน่าย ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุม ดูแลธุรกิจการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2551

 

 

 

และบัญชีท้ายตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุม ดูแลธุรกิจการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2551 โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกา อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย โดยจำเลยทั้งหมดให้การรับสารภาพไม่ต่อสู้คดี และวันนี้เดินทางมาฟังคำพิพากษาตามนัดหมาย 
 

 

 

 

 

 

ศาลพิเคราะห์ จำเลยทั้งหมดมีความจริงที่ประกอบกิจการบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงพิพากษาให้จำเลยที่ 1 เสียค่าปรับเป็นเงิน 2 แสน ส่วนจำเลยที่ 2 ถึง 4 ให้จำคุก 1 ปี ปรับ 1 แสนบาท แต่จำเลยรับสารภาพ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 6 เดือน ปรับ 5 หมื่นบาท แต่จำเลยไม่เคยกระทำความผิด และมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง โทษจำคุกจึงให้รอลงอาญา 2 ปี และต้องมารายงานตัว 1 ปี และบำเพ็ญประโยชน์ 24 ชั่วโมง
 




ล่าสุดบนอินสตราเเกรม @filmrattapoom เจ้าตัวถึงกับปรี๊ดเเตกพาดหัวข่าวของสำนักข่าวเเห่งหนึ่ง ที่พาดหัวข่าวเกินจริง ระบุดังนี้ " ข่าวสมัยนี้ทำไมมันมั่วกันขนาดนี้ พ่อเเม่ผมอ่านหัวข้อข่าวตกใจกันหมด..ทั้งๆที่มันไม่ได้มีอะไร ไม่ต้องตกใจกันนะครับ ก็มาเสียเเค่ค่าปรับ ไม่ได้มีอะไรคนโทรฯมากันเต็ม ผมอ่านหัวข้อยังตกใจ ช่วยเขียนข่าวให้มันถูกด้วยนะครับ ด้วยความเคารพ" 

 

 

 

 

 

 



เรียบเรียงโดย

มนันยา ไตรแก้ว