เปิดกรุพระเครื่อง ที่ เจ้าสัววิชัย เก็บสะสม แต่ละรุ่นหาชมได้ยาก มูลค่าไม่ธรรมดา

เปิดกรุพระเครื่อง ที่ "เจ้าสัววิชัย" เก็บสะสม แต่ละรุ่นหาชมได้ยาก มูลค่าไม่ธรรมดา

Publish 2018-11-02 16:48:37


จากกรณีที่เพจสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ Leicester City Football Club ออกแถลงการณ์แจ้งข่าวความสูญเสีย นายวิชัย ศรีวัฒนประภา  เจ้าของ คิง เพาเวอร์ และประธานสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้  โศกนาฏกรรมเฮลิคอปเตอร์ตก โดยมีใจความว่า“นับเป็นความโศกเศร้าอันสะเทือนใจที่สุด ด้วยหัวใจอันแตกสลาย ที่เรายืนยันว่า วิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานของพวกเราเป็นผู้หนึ่งที่เสียชีวิตอย่างน่าเศร้าสลดเมื่อช่วงเย็นวันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา

 


อีกทั้งวันนี้ ได้มีการยืนยันแล้วว่า ศพของเสี่ยวิชัย หรือ นายวิชัย ศรีวัฒนประภา ได้เคลื่อนย้ายมาถึงประเทศไทย ในช่วงบ่ายของวันนี้ เดินทางกลับมาไทยโดยเครื่องบินส่วนตัว ลงที่สนามบินดอนเมือง ซึ่งมี นางเอมอร ศรีวัฒนประภา (ภรรยา) นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา (ลูกชาย) และพลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ร่วมเดินทางกลับมาพร้อมกัน 

 

 

(เสี่ยวิชัย)

 

 

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เปิดภาพพระเครื่องดัง 3 องค์ ที่ "เจ้าสัววิชัย" ห้อยคอในวันเกิดเหตุฮ.ตก โดนไฟเผาไม่บุบสลาย



ทั้งนี้ ลูกชายเสี่ยวิชัย หรือนายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ได้ออกมาเปิดเผยว่า  ในวันเกิดเหตุคุณพ่อ ได้สวมพระติดคอไป จำนวน 3 องค์  ประกอบไปด้วย หลวงพ่อรอด  สมเด็จวัดระฆัง และหลวงพ่อเกษมเขมโก ที่ไม่มีร่องรอยการไหม้ตัวเนื้อพระแต่อย่างใด มีแค่เพียงพลาสติกรอบนอกเท่านั้นที่ไหม้ ภายหลังได้มีการเปิดเผยราคามูลค่าของพระแต่ละองค์ โดยระบุว่า สมเด็จวัดระฆัง คาดว่ามีมูลค่าสูงถึง 25 ล้านบาท หลวงพ่อรอด มีมูลค่ากว่า 13  ล้านบาท และองค์สุดท้ายหลวงพ่อเกษมเขมโก ที่ได้ซื้อยังไม่มีการเปิดเผยราคาว่ามีมูลค่าเท่าใด ไม่เชื่อก็อย่าหลบหลู่ เรื่องเหล่านี้ได้เกิดขึ้นจริงๆ 

 

 

(CR' อีจัน)

 

 

โดยหากย้อนกลับไป ครั้นเสี่ยวิชัย ยังมีชีวิตอยู่ อย่างที่ทราบกันในวงการพระเครื่องว่า เสี่ยวิชัย เป็นนักสะสมพระเครื่อง และมีความชอบสะสมพระเครื่องหลายๆรุ่น พระแต่ละองค์เป็นรุ่นดังๆและมีมูลค่าสูงอยู่พอสมควร และเหตุการณ์การเสียชีวิตของเสี่ยวิชัยในครั้งนี้นอกจากนี้ เสี่ยวิชัย ได้สวมพระติดตัว ไป 3 องค์ ประกอบด้วย องค์แรกคือ  "สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ องค์เปาบุ้นจิ้น" ซึ่งพระสมเด็จวัดระฆังนั้น มีหลายพิมพ์ด้วยกัน แต่พิมพ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในบรรดาพิมพ์พระทั้ง ๕ พิมพ์ เสี่ยวิชัยมีพระชุดเบญจภาคีองค์มีชื่อในตำนานหลายองค์ เช่น สมเด็จองค์เสี่ยหน่ำ สมเด็จองค์คุณมนตรี พงษ์พานิช และสมเด็จองค์เปาบุ้นจิ้น แต่ละองค์ล้วนมีราคาสูงหลักหลายสิบล้านบาท ในปัจจุบันก็ย้ายมาอยู่ในรังของเสี่ยวิชัย ได้เช่า สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ องค์เปาบุ้นจิ้น มาในราคากว่า 25 ล้านบาท 

 

 

(พระเครื่องเสี่ยวิชัย)

 

 



ต่อมาองค์ถัดไป คือ "หลวงพ่อรอด"  เป็นพระรอด กรุวัดมหาวัน จ.ลำพูน มีการแบ่งแยกเป็นพิมพ์ต่างๆ ซึ่งมีทั้งพิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง พิมพ์เล็ก พิมพ์ต้อ และพิมพ์ตื้น ซึ่งในแต่ละพิมพ์นั้น ก็อาจจะมีแม่พิมพ์หลายอัน โดยแต่ละพิมพ์มีส่วนผสมของเนื้อที่แตกต่างกันไปบ้าง หรืออาจจะได้รับไฟเผาในจุดอุณหภูมิที่ไม่เท่ากัน ตลอดจนถึงการกดพิมพ์ในแต่ละครั้งด้วย จึงทำให้พระรอดแต่ละองค์จึงมีลักษณะของสี ขนาด หรือรายละเอียดของพิมพ์ทรงในบางจุด ดูต่างกันออกไป แต่จุดที่สำคัญคือต้องดูศิลป์ องค์รวมบวกกับความเก่าของเนื้อพระ ที่ถึงยุคสมัยทวารวดี เป็นองค์ประวัติศาสตร์ที่เคยอยู่กับ เสี่ยพรทัศน์ บูรณปกรณ์ ทั้งนี้ คนวงการคุ้นหน้าตาพระองค์นี้ดี แต่ในขณะนี้ได้เปลี่ยนมือไปอยู่ในมือของเจ้าพ่อดิวตี้ฟรี (เสี่ยวิชัย) ในราคากว่า 13  ล้านบาท

 

 

(กรุพระเสี่ยวิชัย)


 
องค์สุดท้าย ก็คือ "หลวงพ่อเกษมเขมโก" ลำปาง เป็นพระเครื่องและวัตถุมงคลของหลวงพ่อเกษม เขมโก พระที่หลวงพ่อเกษมปลุกเสกนั้น มีความขลังเท่าเทียมกันทุกรุ่นทุกองค์ แต่องค์ที่เสี่ยวิชัยได้เช่ามาไม่ได้มีการเปิดเผยว่าเป็นพิมพ์อะไร และเช่ามามูลค่าเท่าใด 

 

 

(นายอัยยพัฒน์ลูกชาย เสี่ยวิชัย)

 

 

นอกจากนี้เสี่ยวิชัย ได้เช่าพระพุทธรูป องค์ล่าสุด เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่สมัยสุโขทัย พุทธศิลป์งดงามมาก แต่มีเรื่องราวเล่าขานกันมากถึงความอาถรรพณ์ ถ้าใครครอบครองไว้จะมีเรื่องราวเดือดร้อนเกิดขึ้นกับตัวเองและครอบครัวตลอด แต่เสี่ยวิชัย ได้เช่ามาเพื่อประดิษฐานเป็นการถาวรในมณฑปหลวงพ่อทองคำ วัดไตรมิตรวิทยาราม กรุงเทพฯ ให้ประชาชนทั่วไปได้สักการบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล

 


เมื่อครั้งที่มีชีวิตอยู่ เสี่ยวิชัย ได้บอกว่า "ความสุขของการเช่าสะสมพระเครื่องไม่ได้อยู่ที่ราคาพระ แต่อยู่ที่คุณค่า ผมอยากมีของที่ทรงคุณค่าทุกๆด้าน ทั้งประวัติความเป็นมา ประวัติศาสตร์การสร้าง คุณค่าทางจิตใจ คุณค่าทางราคา รวมทั้งผลพลอยได้ที่ตามมาก็คือ คุณค่าทางพุทธคุณ ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้รวมกันเป็นพระเครื่อง พระเครื่องที่ได้เช่ามาจะเก็บไว้ที่บ้านและบริษัท ไม่ได้เอาฝากธนาคารเพื่อคุ้มครองธนาคารเหมือนที่คนมีพระจำนวนมากๆ ทำกัน  มีคติที่ว่า "พระดีต้องคุ้มครองผู้ครอบครอง ไม่ใช่ฝากพระดีไปคุ้มครองคนอื่น"

 

 

(เสี่ยวิชัย)

 

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับเสี่ยวิชัย ได้ใช้เวลาไม่นานในการครอบครองวัตถุมงคลชั้นนำจำนวนมากมาย ซึ่งคนส่วนใหญ่อาจต้องใช้เวลาชั่วชีวิตกว่าจะหาได้ซักองค์นั้น ขอบอกว่าไม่ใช่เรื่องเงินเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะเขาทุ่มเทศึกษาความเป็นมาของวัตถุมงคล เพื่อให้รู้จริงเหมือนกับทุกครั้งที่เสี่ยวิชัยลงมือทำธุรกิจหรืองานอะไรก็ตาม

 

 

 

 

 


 

 


 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อุรัสยา มีมะแม