แปลกแบบนี้ก็มีด้วย เปิด 5 กฎหมายพิลึกคนไทยต้องรู้ ก่อนเผลอทำผิดเสียทรัพย์ไม่รู้ตัว

แปลกแบบนี้ก็มีด้วย เปิด 5 กฎหมายพิลึกคนไทยต้องรู้ ก่อนเผลอทำผิดเสียทรัพย์ไม่รู้ตัว

Publish 2018-10-18 16:31:24



 

    กลายเป็นเรื่องที่ชาวเน็ตแชร์กันอย่างมากหลังมีเพจทนายนิด้า ออกมาโพสต์เรื่องราวที่ทำให้หลายคนที่ชอบระบายอารมณ์ผ่านการโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กได้คิดสักนิดก่อนที่จะโพสต์อะไรออกไปด้วยข้อความระบุว่า... ด่าคนอื่นผ่านเฟซบุ๊ก อาจจะต้องเสียค่าด่าจำนวน 300,000 บาท ทั้งนี้เพจทนายนิด้า ยังกล่าวอีกว่าเธอเพิ่งบินไปยื่นฟ้องคดีที่ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีมาไม่นานเกี่ยวกับการโพสต์ด่า ผ่านทางเฟซบุ๊ก ถือเป็นคดีหมิ่นประมาท ทั้งนี้คู่กรณีขอเจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อขอให้ยุติคดี 

 

 

     โดยทนายนิด้ายังกล่าวเตือนหลายคนที่ไม่ทราบกฏหมายอีกว่า หากไม่พอใจอะไรอย่าด่า อย่าโพสต์สุ่มสี่สุ่มห้า ให้ไปดำเนินคดีตามกฎหมายเอา เกิดคนถูกด่าเขาไม่ยอม ไปฟ้องศาลเข้า ศาลพิพากษาลงโทษขึ้นมาจะเสียประวัติตัวเองเปล่าๆ ส่วนค่าเสียหายที่ต้องจ่ายก็แล้วแต่กรณี ว่ามีการหมิ่นประมาทมากน้อยเพียงใดซึ่งศาลจะมีการ พิจารณากันเป็นรายบุคคลเช่นกันว่าจะเรียกค่าเสียหายได้หรือไม่

 

      หลังจากเรื่องราวของกฎหมายนี้ออกไปหลายคนได้นำไปแชร์เป็นวงกว้างพร้อมทั้งแท็กเตือนกัน เนื่องจากกลัวว่ากรณีนี้จะเกิดกับตัวเอง เพราะยุคสมัยปัจจุบันนี้เปรียบได้กับยุคโซเชียล เมื่อมีเรื่องอะไรก็ระบายผ่านทางสื่อโซเชียลเป็นหลัก เมื่อเกิดกรณีนี้ขึ้นมาหลายคนจึงกลัวว่าอาจเกิดขึ้นกับตัวเอง ฉะนั้นหากเกิดกรณีการทะเลาะ หรือมีปากเสียงกับใครควรคุยกันตรงๆ เพื่อหาทางยุติปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนจะจบลงที่ศาล กฎหมายการโพสต์ด่าในเฟซบุ๊กถือเป็นการหมิ่นประมาทอย่างหนึ่ง หากจะบอกว่าแปลกใหม่ในสังคมก็คงไม่ผิดเนื่องจากเรายังไม่เคยเห็นการหมิ่นประมาทแบบนี้มาก่อน นอกจากนี้ประเทศไทยยังมีกฎหมายแปลกๆ อีกมากที่หลายคนยังไม่รู้ วันนี้เราจึงขอยกตัวอย่างข้อกฎหมายแปลกในประเทศไทย เพื่อให้หลายคนได้รู้ว่าในประเทศไทยของเรานั้นก็มีกฎหมายแปลกๆ แบบในต่างชาติเช่นกัน

 

 



อย่างเช่นกฎหมายห้ามคายหมากฝรั่งลงพื้นที่หลายคนคงไม่รู้ว่าประเทศไทยนั้นก็มีเช่นกัน นอกเหนือจากประเทศสิงคโปร์ซึ่งมีโทษปรับสูงถึง 1000 $ (32,635 บาทไทย) ส่วนในประเทศไทยนั้น การคายหมากฝรั่งจะถูกจัดลงใน พ.ร.บ. รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 และ พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ว่าด้วยเรื่องการทิ้งขยะในที่สาธารณะ ระบุไว้ว่า ผู้ใดทิ้งขยะในที่หรือทางสาธารณะถือเป็นความผิดตามกฎหมาย หากทิ้งขยะลงพื้น , ถ่มน้ำลาย , ทิ้งก้นบุหรี่ , คายหมากฝรั่งลงพื้น มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท แต่หาก ทิ้งขยะลงแม่น้ำลำคลอง โทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท แม้ว่าโทษปรับจะไม่หนักเท่าสิงคโปร์ แต่ก็ทำให้หลายคนกลัวเสียเงินได้เช่นกัน

 

นอกจากนี้ยังมีข้อกฎหมายอื่นที่หลายคนไม่เคยรู้เกี่ยวกับการขายเบอร์เงิน - เบอร์ทอง ว่ามีความผิด ตามมาตรา 12(1) ระบุว่าผู้ใดจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานหรือรับอนุญาตแล้วแต่เล่นพลิกแพลงหรือผู้ใดเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นอันขัดต่อบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎกระทรวง 
หรือข้อความในใบอนุญาต ผู้นั้นมีความผิด ถือเป็นการเล่นพนัน ด้านผู้ขายต้องระวังโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไปจนถึง 3 ปี และปรับตั้งแต่ 500 บาท ขึ้นไปจนถึง 5,000 บาท ในส่วนของผู้เล่นก็มีโทษเช่นกันโดยจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในข้อกฎหมายนี้ทางเพจกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดตราด เป็นผู้นำมาเผยแพร่เมื่อไม่นาน หวังเป็นกระบอกเสียงให้ประชาชนได้รู้ว่าการ
ซื้อขาย เบอร์เงิน - เบอร์ทองนั้นผิดกฎหมาย หากใครหลงผิดไปเข้าใกล้อาจได้รับความผิดได้

การกักตุนสินค้าจนหมด ก็ถือเป็นโทษตามข้อกฎหมายเช่นกัน โดยกฎหมายข้อนี้ถูกระบุไว้ใน พ.ร.บ. ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ตามมาตรา 30 ห้ามมิให้บุคคลใดกักตุนสินค้าควบคุม โดยมีสินค้าควบคุมไว้ในครอบครองเกินปริมาณที่กำหนดไว้ในประกาศของคณะกรรมการตามมาตรา 25 (12) หรือเก็บสินค้าควบคุมไว้ ณ สถานที่อื่นนอกจากสถานที่เก็บตามที่ได้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 25 (5) หรือไม่นำสินค้าควบคุมที่มีไว้เพื่อจำหน่ายออกจำหน่าย หรือเสนอขายตามปกติ หรือปฏิเสธการจำหน่าย หรือประวิงการจำหน่ายหรือการส่งมอบสินค้าควบคุม โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร  
  
มาตรา 41 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 29 มาตรา 30 หรือมาตรา 31 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตัวอย่างของสินค้าที่อยู่ในการควบคุมของการกำหนดสินค้าห้ามกักตุน ยกตัวอย่างเช่น ข้าวสาร ,นมสด , ไข่ไก่ , น้ำตาลทราย , แป้ง , อาหารกึ่งสำเร็จรูป อาหารในภาชนะที่บรรจุปิดสนิท เช่นกาแฟ , ยารักษาโรค เป็นต้น 

นอกจากนี้เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2554 ทางคณะกรรมการกลางก็ออกประกาศกำหนดสินค้าควบคุมออกมาอีกฉบับ ซึ่งคราวนี้กำหนดให้ ทราย , กระสอบทราย , กระดาษทิชชู่ , ถ่านไฟฉาย , เทียนไข , อิฐบล็อก , รองเท้าบู๊ท , เสื้อชูชีพ , เรือขนาดเล็ก เป็นสินค้าควบคุมทั้งหมด และที่สำคัญคือ น้ำดื่มบรรจุภาชนะปิดผนึก ก็กลายเป็นสินค้าควบคุมด้วย เนื่องจากปี 2554 นั้น เกิดน้ำท่วมใหญ่นั่นเอง



 

    ทั้งนี้ประเทศไทยยังมีกฎหมายแบงค์ร้อยครึ่งใบ มีค่า 50 บาท ซึ่งหลายคนนั้นไม่รู้ว่าหากธนบัตรชำรุดขาดครึ่งแล้วจะมีค่าสามารถนำไปชำระสินค้าได้ตามกฎหมาย โดยข้อกฎหมายนี้อยู่ในพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ.2501 ข้อ 2 ให้รับแลกเปลี่ยนธนบัตรชำรุดตามข้อจำกัดและหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(ก) ธนบัตรครึ่งฉบับ ให้รับแลกเปลี่ยนแต่ละครึ่งฉบับเพียงครึ่งราคาของราคาเต็มของธนบัตรนั้น ดังต่อไปนี้

ถ้าเป็นแบงค์ 20 ครึ่งใบ ก็แลกเงินได้ 10 บาท
ถ้าเป็นแบงค์ 50 ครึ่งใบ ก็แลกเงินได้ 25 บาท
ถ้าเป็นแบงค์ 100 ครึ่งใบ ก็แลกเงินได้ 50 บาท
ถ้าเป็นแบงค์ 500 ครึ่งใบ ก็แลกเงินได้ 250 บาท
ถ้าเป็นแบงค์ 1000 ครึ่งใบ ก็แลกเงินได้ 500 บาท 

เห็นอย่างนี้แล้วหากคนที่มักทำธนบัตรขาดครึ่งก็สามารถเก็บไว้แล้วนำไปแลกยังธนาคารได้สบายใจไม่ต้องพับเก็บไว้เตือนใจไม่กล้าทิ้งอีกต่อไป 

 


 
สุดท้ายแต่คงไม่ท้ายสุดกับกฎหมายห้ามเด็กอายุ 18 ปี เล่นสนุ๊กเกอร์ ระบุไว้ว่า หากปรากฏว่าสถานประกอบการใด มีการปล่อยปละละเลยให้มีเด็กนักเรียนนักศึกษาหรือเยาวชน อายุต่ำกว่า 18 ปี เข้าไปมั่วสุมเล่นการพนันในสถานประกอบการย่อมเข้าข่าย การกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ฐานชักจูงส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด (มาตรา 26(3) และหรือฐานยินยอมให้เด็กเล่นการพนันไม่ว่าชนิดใด หรือเข้าไปในสถานที่เล่นการพนัน (มาตรา 26(8) จะต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 78) และหากปรากฏว่ามีการจำหน่ายสุรา บุหรี่ ให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เป็นความผิดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองเด็กฯ มาตรา 26 (10) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้การขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ยังเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มาตรา 29 ต้องระวางโทษตามมาตรา 40 จ าคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับด้วย
 
แต่กฎหมายฉบับนี้ก็มีความย้อนแย้งในตัวเนื่องจากการเล่นสนุ๊กเกอร์ ถือเป็นกีฬาสากล มีนักกีฬาเยาวชนหลายคนเล่นกีฬาชนิดนี้ จนหลายฝ่ายออกมาคัดค้าน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ว่าอาจกระทบกับวงการสนุ๊กเกอร์ไทยในอนาคต เนื่องจากหากผู้ปกครองปล่อยลูกหลานมาเล่นก็อาจกลัวความผิดได้ นั่นเอง 

ทั้ง 5 ข้อกฎหมายนี้ ถือเป็นกฎหมายแปลกๆ ที่คนไทยน้อยคนจะรู้ แต่ก็ควรรู้ไว้จะได้ไม่ทำผิด ก่อนที่จะเกิดปัญหาใหญ่ตามมาทีหลังเหมือนกรณีการโพสต์ด่าบนเฟซบุ๊ก แล้วเสียเงิน 300,000 บาท


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ไปรยา เปลี่ยนสมัย