3เหตุผล นันทเดช หนุนบิ๊กตู่ กล้าหาญ ขึ้นทะเบียนหมา-แมว ต้องมี!!

3เหตุผล "นันทเดช" หนุน"บิ๊กตู่" กล้าหาญ ขึ้นทะเบียนหมา-แมว ต้องมี!!

Publish 2018-10-15 13:30:04


ยังอยู่ในประเด็ฯร้อน  การขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงหมา - แมว  ใน ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ (ฉบับที่...) พ.ศ..โดยค่าใช้จ่ายรวม 450 บาทต่อ 1 ตัว ประกอบด้วยค่าคำร้องขอขึ้นทะเบียน 50 บาท, สมุดประจำตัวสัตว์เลี้ยง 100 บาท และเครื่องหมายประจำตัวสัตว์เลี้ยงตัวละ 300 บาท  อีกทั้งมีโทษหากไม่ขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงถึง 25,000 บาทต่อตัว โดย ครม. อนุมัติหลักการไปแล้วเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกล่าง

 

ในเวลาต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการ ขอให้กลับไปมาเรื่องอัตราค่าปรับ การขึ้นทะเบียน และรายละเอียดต่างๆ ที่จะมีผลกระทบกับประชาชนในการดำเนินการ และได้มอบหมายให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พิจารณาหาข้อสรุปในเรื่องดังกล่าวก่อนจะเสนอเข้า ครม.พิจารณาอีกครั้ง ซึ่ง “บิ๊กตู่”นายกรัฐมนตรี ยังได้บอกว่า ตนก็มีสุนัข และรักสุนัขเหมือนกัน อย่างไรก็ตามเห็นด้วยว่ากฎหมายดังกล่าวนั้นดี แต่ไม่อยากสร้างภาระให้กับประชาชน เนื่องจากมีการแปรเจตนารมมณ์ไม่ตรงกับที่ตั้งไว้

 

 



ล่าสุดทางด้าน พล.ท.นันทเดช เมฆสวสัดิ์  ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ไว้อย่างน่าสนใจ ... " สนับสนุน ให้ รัฐบาลออกกฎหมายควบคุมสัตว์เลี้ยงครับ"

 

เรื่องดีๆที่รัฐบาลควรกล้าหาญเดินหน้าต่อไปคือ การควบคุมสัตว์เลี้ยง ให้เป็นระเบียบ ทั้งแมว หมา และสัตว์ประหลาดจากนาๆทวีป เพราะ

(1) ซื้อมาแล้ว เล่นเบื่อ หรือพอมันแก่ เจ็บป่วยก็เอามาทิ้ง ให้เป็นภาระแก่วัด สวนสาธารณะ ฯลฯ แม้แต่ในสนามกอล์ฟก็ยังมี

(2) กรณีต่อมาคือเลี้ยงไว้แล้วปล่อยออกมากัดเด็กตาย หรือบาดเจ็บซึ่งมีมาแล้วทั้ง2กรณี แต่เจ้าของกลับอ้างว่าตัวเองไม่ได้เป็นเจ้าของให้ข้าวเพราะสงสารเท่านั้น

(3) ปล่อยหมาออกมาไล่งับหรือไล่กัดชาวบ้าน หรือ บุรุษไปรณีย์ ตามซอยหรือ ไปเที่ยวกัดสุนัขคนอื่น พอถูกต่อว่าเจ้าของก็โกรธทะเลาะกันอีก ทั้งหมดนี้ถือว่า เป็นการใช้สิทธิที่ไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะการไม่ฉีดวัคซินป้องกันโรคสุนัขบ้าให้สุนัข หรือ ปล่อยให้สุนัขอุจาระเรื่ยราดอยู่ตามถนน

 

 

จากทั้ง3กรณี หรือ อาจจะมีมากกว่านี้ครับ กฎหมายควบคุมสัตว์จึงต้องมี แต่ต้องเก็บค่าใช้จ่ายเฉพาะเครื่องมือบอกเจ้าที่ฝังไว้ตามตัวสัตว์ เท่านั้นพอ ส่วนเรื่องค่าจัดทำทะเบียน สัตว์เลี้ยงว่าใครเป็นเจ้าของ นั้นถือว่าเป็นงานบริการประชาชนครับ

 

ประเทศที่เจริญแล้ว เห็นว่าการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่ต้องไม่ไปรอนสิทธิคนอื่น คือ ไปสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น ดังนั้นการที่สัตว์มีทะเบียนก็จะเป็นเครื่องควบคุม เจ้าของไม่ให้ทอดทิ้งมันเมื่อแก่ หรือ เบื่อหน่าย เป็นคุณ ทั้งสัตว์ และทั้งคนครับ

 

ดังนั้นค่าใช้จ่ายที่เสียไปเพราะสัตว์จึงไม่ใช่เรื่องน่านำมาบ่น หรือต่อว่ารัฐบาล เพราะประเทศที่เจริญแล้วเค้าก็มีข้อกำหนดเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงกันทั้งนั้น  ผมจึงขอเชียร์ให้รัฐบาล ผลักดันออกมาให้ได้ ครับ

 

 

 



อย่างไรก็ตาม  สำหรับ พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ที่บังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2557 นั้น มีเจตนาเพื่อคุ้มครองไม่ให้สัตว์ถูกทารุณจากมนุษย์ และให้เจ้าของดูแลอย่างเหมาะสม แต่ยังไม่มีการควบคุมทางทะเบียน จึงเกิดการทอดทิ้งสัตว์จำนวนมาก และบางส่วนก่อให้เกิดโรคระบาดสัตว์ที่กระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน จึงเป็นที่มาของการเสนอปรับแก้ไขกฎหมายครั้งนี้ เพื่อให้มีการควบคุมทางทะเบียนและเพิ่มความรับผิดชอบของเจ้าของสัตว์ โดยให้ท้องถิ่นออกข้อบัญญัติในเรื่องดังกล่าว

 

 

ขณะที่ในต่างประเทศหลายชาติก็มีกฎหมายให้ลงทะเบียนสัตว์เลี้ยงเช่นเดียวกัน อาทิ ประเทศเนเธอร์แลนด์ กำหนดให้สุนัขทุกตัวในประเทศต้องถูกขึ้นทะเบียน และมีการเรียกเก็บภาษีการถือครองสุนัขเป็นรายปี ซึ่งเจ้าของสุนัขทุกคนต้องจ่ายภาษีให้กับเขตเทศบาลหรือหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตนเองอาศัยอยู่

 

แต่ละพื้นที่ของเนเธอร์แลนด์จะมีอัตราการเรียกเก็บภาษีสุนัขในอัตราที่แตกต่างกันออกไป ในสุนัขตัวแรก ในอัตราตัวละ 112.80 ยูโร ต่อปี (ปีละ 4,274 บาท) สุนัขตัวที่ 2 ในอัตราตัวละ 176.76 ยูโร ต่อปี (ปีละ 6,700 บาท) และสุนัขตัวที่ 3 ในอัตราตัวละ 224.16 ยูโรต่อปี (ปีละ 8,500 บาท) ซึ่งหมายความว่า ผู้ที่มีสุนัขในความดูแลมากเท่าใด ก็จะต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงมากยิ่งขึ้นเป็นเงาตามตัว

 

ประเทศไอร์แลนด์เหนือ ได้มีการออกกฎหมายบังคับว่า สุนัขและแมวทุกตัวจะต้องถูกขึ้นทะเบียนกับรัฐบาล และเจ้าของจะต้องจ่าย “ค่าใบอนุญาต” ในการครอบครองสุนัขและแมวในอัตราตายตัวที่ปีละ 12.50 ปอนด์สเตอร์ลิง หรือประมาณปีละ 540 บาท

 

ส่วนที่ ประเทศเยอรมนี มีกฏหมายบังคับให้ผู้เลี้ยงสุนัขและแมว ต้องจ่ายเงินภาษีบำรุงท้องที่ให้กับเขตปกครองท้องถิ่นที่ตนอาศัยอยู่ ซึ่งแต่ละท้องที่จะเรียกเก็บภาษีในอัตราที่แตกต่างกันออกไป เช่น กรุงเบอร์ลิน เมืองหลวงของเยอรมนี มีการเรียกเก็บภาษีจากผู้ครอบครองสุนัขและแมวในอัตราตัวละ 140 ยูโรต่อปี (ปีละ 5,300 บาท) และหากผู้ใดมีสุนัขและแมวในความครอบครองมากกว่า 1 ตัว สุนัขและแมวตัวต่อๆ ไป (ตัวที่ 2,3,4…..) จะถูกเก็บภาษีในอัตราตัวละ 180 ยูโรต่อปี (ปีละ 6,820 บาท)

 

ขณะที่ ประเทศนิวซีแลนด์ ที่มีกฎข้อบังคับให้สุนัขและแมวทุกตัวที่มีอายุตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป เจ้าของหรือผู้ดูแลนำมาขึ้นทะเบียน พร้อมกับฝังไมโครชิพ รวมถึงติดป้ายแท็ก ซึ่งจะมีการเปลี่ยนสีทุกปี ขณะที่ในนิวซีแลนด์ไม่มีการเก็บภาษีสุนัขและแมว มีแต่เพียงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเล็กน้อยในการฝังไมโครชิพและลงทะเบียนเท่านั้น


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม