โหนทุกเรื่อง! "เพื่อไทย"เกาะกระแสหมาแมว เล่นใหญ่โพสต์ด่ารัฐบาล หมดปัญญาหาเงิน

Publish 2018-10-11 16:49:39



จากกรณีที่สืบเนื่องจากวานนี้ คณะรัฐมนตรีมติได้เห็นชอบ ร่างพรบ.ป้องกันทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ จากปัญหาสัตว์จรจัดกำลังส่งผลกระทบกับสังคม ทำให้เกิดปัญหาเรื่องการควบคุมจำนวนสัตว์ และปัญหาการปล่อยปละละเลย ทิ้งสัตว์เลี้ยงให้อดอาหาร มีอยู่เป็นจำนวนมาก และยังไม่มีบทบัญญัติใด ที่ให้ประชาชนต้องควบคุมทางทะเบียนต่อสัตว์เลี้ยงของตัวเอง โดยมีค่าขึ้นทะเบียนตัวละ 450 บาท คำร้องขอขึ้นทะเบียนฉบับละ 50 บาท สมุดประจำตัวสัตว์ฉบับละ 100 บาท และเครื่องหมายประจำสัตว์ตัวละ 300 บาท หากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับไม่เกิน 25,000 บาท 

 



 

ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้มีการนำร่างพรบ. และเมื่อร่างพรบ. ผ่านสภานิติบัญญัติแล้ว ให้บังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 180 วัน นับแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจในการเปรียบเทียบปรับ ตามเบื้องต้นจะเริ่มที่สัตว์เลี้ยง 2 ชนิดคือ สุนัข และแมว แต่ยังไม่ขยายไปยังสัตว์เลี้ยงในกลุ่มอื่นๆ

 

 

 



ล่าสุดวันนี้ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ได้เคลื่อนไหวเกี่ยวกับประเด็นที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ร่างพรบ. ป้องกันทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ โดยโพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ส่วนตัว มีข้อความว่า "มีคำถามว่า หมดปัญญาหาเงินหรือเปล่า เลยหันมานับจำนวนหมาแมว แล้วให้ไปจ่ายตังค์ ถ้าเป็นสภาฯมาจากการเลือกตั้ง ร่างพรบ. ฉบับนี้ไม่ทันได้ผ่านความเห็นชอบของ ค.ร.ม.ก็แท้งแล้ว หรือไม่"  

 

 

 


ก่อนหน้านี้ก็ได้มีกฎหมายคุ้มครองสัตว์จากการทารุณกรรมจากมนุษย์ ท้องถิ่นสามารถควบคุมข้อบัญญัติท้องถิ่น ว่าด้วยการควบคุมสัตว์เลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ แต่ข้อบัญญัตินั้น ก็ยังไม่สามารถควบคุมถึงเจ้าของที่ต้องนำสัตว์เลี้ยงมาขึ้นทะเบียน ทำให้เกิดการทอดทิ้งสัตว์เป็นจำนวนมากอย่างที่เราได้เห็นในสังคมปัจจุบัน  และสืบเนื่องจากเจ้าของสัตว์ไม่มีการควบคุมจำนวนของสัตว์เลี้ยง ทำให้สัตว์บางส่วนเกิดภาวะโรคระบาดและติดต่อมายังมนุษย์ อาทิเช่น โรคพิษสุนัขบ้า ก่อนหน้าจะมีเหตุการณ์ที่พูดถึงกันในโซเชียลคือเหตุการณ์ที่มีสุนัขกัดเด็ก จนเป็นเหตุให้เด็กเสียชีวิต จึงต้องมีการดำเนินการแก้ไข และนำเสนอแต่ ครม. เพื่อพิจารณา  
 

 

 

หลังจาก พรบ.ฉบับนี้มีมติเห็นชอบ ก็ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับพรบ.ดังกล่าว ซึ่งต้องรอการแถลงอีกครั้ง ว่าพรบ.ฉบับนี้ควรที่จะพิจารณาใหม่อีกครั้งนึง หรือควรแก้ไขไปในทิศทางไหน ที่จะทำให้เป็นที่พอใจของคนส่วนใหญ่ในสังคม

 

 

 

 

ขอบคุณทวิตเตอร์ Anusorn Eiamsaard , ขอบคุณ เฟซบุ๊ก โย คณากร คนปั้นข่าว - Smart SME

 



เรียบเรียงโดย

จิตติพร ศรีโยธา


Recommend News