ขุดลากไส้ฉาว "กระทรวง จารุศิระ"ตกลงเป็นอะไรแน่ "ซุปเปอร์เทรดเดอร์ 61"หรืออันธพาลตลาดหุ้นครองเมือง??

Publish 2018-10-10 11:34:49



ตามกันติด ๆ ประเด็นร้อนว่าด้วยครหาเซียนหุ้นกำมะลอ  ที่ถูกเพ่งเล็งว่านอกจากจะสร้างความเสื่อมให้กับวงการตลาดหุ้นไทยแล้ว  ยังเป็นปัจจัยทำให้ภาพพจน์นักลงทุนบางส่วน  ที่ตั้งใจจะนำเงินเก็บออมมาสร้่างรายได้   พลอยกลายเป็นเหยื่อไปได้โดยง่ายๆ   เพราะถูกยัดเยียดความรู้ ความเข้าใจผิดๆ แ ถมซ้ำต้องเสียเงินเสียทองให้กับบุคคล หรือคณะบุคคลที่อุปโลกน์ตัวเองเป็นซุปเปอร์เทรดเดอร์  แต่แท้จริงแล้วพฤติกรรมไม่ต่างอะไรกับคำวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นโจรใส่สูท??? 

 

  (คลิกอ่านข่าวประกอบ :  ถึงเวลาลอกคราบ! รู้จักให้รู้ลึก"กระทรวง จารุศิระ" ซุปเปอร์เทรดเดอร์ แฟนพันธุ์แท้หรือโจรใส่สูท(ตลาดหุ้น)??   

 



ล่าสุดในคอลัมน์  "มารยาตลาดหุ้น"  หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ได้นำเสนอประเด็นนี้อย่างต่อเนื่อง  โดยมีสาระสำคัญว่า   พ่อเจ้าประคุณทูลหัว “กระทรวง จารุศิระ” เจ้าพ่อนักวิเคราะห์นอกรีต ไม่รู้ไปกินข้าวต้มกุ๊ยที่ไหนมา จึงออกมาท้าตีท้าต่อยคนผ่าน Facebook ตนเองว่าถูกขบวนการ ดิสเครดิต หลังจากดิฉันแฉถึงพฤติกรรมลับที่ “เตรียมปฏิบัติการปั้นหุ้น” 

 

ก่อนอื่นดิฉันขอประมวลวัฒนธรรมสังคมไทยให้พ่อหนุ่มอารมณ์ร้อนก่อนนะเจ้าคะว่า  1. ลูกผู้ชายกล้าทำ ต้องกล้ารับ... ไม่ใช่ดีแต่พูด  ... เวลาพูด ก็อย่าไปเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น   2. คำว่า “ดิสเครดิต” เขาใช้กับคนที่มีเครดิตนะเจ้าคะ ไม่ใช่คนที่คิดเองว่าตนมีเครดิต 3. “หลานกระทรวง” มีสิทธิ์ทางกฎหมายอย่างเต็มที่นะเจ้าคะ ที่จะดำเนินคดีกับสื่อ หากข้อมูลที่เขียนเป็นเท็จหรือเข้าข่ายหมิ่นประมาท  ป้านึกว่ามีแต่ พ.ศ. 2499 ที่อันธพาลครองเมืองเสียอีกนะเจ้าคะ ที่แท้ พ.ศ. 2561 “กระทรวง Super Trader ครองเมือง” เสียเอง

 

“กระทรวง จารุศิระ”

 

ไม่ได้ท้าต่อยท้าตีนะเจ้าคะพ่อนักเลงโต  แต่ยืนยันได้ว่ามีหลักฐานเด็ดเกี่ยวกับหุ้น “โต๊ะเก้าอี้” ที่ต่างอมต่างถือติดมือกันอยู่เตรียมเปิดสู่สาธารณะ เผื่อสังคมหุ้นจะสูงขึ้นบ้าง เพราะพวกมิจฉาชีพหายไปอีก 1 คน !!!    ยุทธศาสตร์ใหม่ยุคดิจิตอลของพวกนักเลงหุ้น คือการสร้างสถาบันบังหน้าเพื่อสร้างเครือข่ายรายย่อยเอามาพยุงปีก และชูตนเองเป็นศาสดาหัวหน้าโค้ช  โดยทั้งหมดเพื่อสร้างอำนาจการต่อรองให้ตนเองเวลาไปทำดีลธุรกิจสีเทาต่างๆ ในตลาดทุน พร้อมเปิดโอกาสทั้งปั่นหุ้น และการใช้ข้อมูลภายในจากผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน

 

โดยล่าสุด “กระทรวง จารุศิระ” นัดกินข้าวกับสื่ออาวุโสหลายฉบับและโม้นักหนาว่าสามารถสั่ง “บริษัทโต๊ะเก้าอี้” มาซื้อโครงการต่างๆ ได้ พร้อมเสนอค่านายหน้าให้นักข่าวอีกต่างหาก  มิหนำซั้ายังโวว่าเจ้าของบริษัทจดทะเบียนรายนี้ติดเงิน “หนุ่มกระทรวง” อีกหลายร้อยล้านค่าปั้นหุ้น...ฟังวิธีการพูดแล้วดิฉันอยากจะถุยหมากทิ้งจริงๆ และนึกถึงเสี่ยแก๊ส สุริยา ลาภวิสุทธิสิน ขึ้นมาทันทีเลย  ส่วนหากใครอยากจะรู้ประวัติและพฤติกรรมดิบของ “กระทรวง จารุศิระ” ตัวจริง ก็ลองไปถามเจ้าของ “บมจ. ทาคูนิ กรุ๊ป” หรือ “TAKUNI” (หุ้นที่ราคาร่วงมากกว่า 400% และปัจจุบันราคาเหลือไม่ถึงบาท)

 



“ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน”...วันหนึ่ง “สาวก Super Trader” จะรู้เองว่าดิฉันเขียนด้วยความบริสุทธิ์ใจ  เพื่อให้สาวกทุกท่านทบทวนด้วยสติปัญญาตนเอง ดิฉันเตือนแล้ว ไม่เชื่อก็เรื่องของคุณนะเจ้าคะ!! และสิ่งที่เตือนจะเป็นจริงมั้ย รอดู ก.ล.ต.กำลังจับตาอยู่และเก็บข้อมูล “ไม้ขีดไฟช่างฝันรายนี้อยู่”

 

“กระทรวง จารุศิระ"

 

สื่อมีหน้าที่ปกป้องประโยชน์ของสาธารณะ ไม่ใช่ประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่ง!!   ส่วนสิ่งที่ “กระทรวง จารุศิระ” ชอบคุยโวว่ามีกองทุนพันล้านเป็นแนวร่วมและการได้รับความไว้วางใจบริหารพอร์ตลงทุนขนาดใหญ่ของ KTBS (ซึ่งกำลังจะทำ IPO เข้าตลาด) พอดิฉันไปเช็กมา กลับไม่เป็นอย่างที่คุยใหญ่คุยโต   อาจมีบริหารพอร์ตของลูกค้า KTBS บ้าง แต่จากข้อมูลภายใน KTBS แจ้งว่าเป็นเพียงพอร์ตไซซ์จิ๋วระดับเศษเงินเพียงเท่านั้น -

 

 

อย่างไรก็ตาม ไม่รู้ “ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์” ประธานกรรมการบริหาร “บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด” หรือ “KTBS” คิดยังไงที่ปล่อยให้ “เด็กสร้างบ้าน” มาบริหารเงินในพอร์ตลูกค้า หรือ “KTBS” สิ้นแล้วซึ่งคนในมีฝีมือ เลยต้องไปใช้บริการพวกนักเลงหุ้นไร้ใบอนุญาตแบบนี้?!?  ระวังคนจะครหาว่ามีนอกมีในกันนะเจ้าคะ ดั่งที่คนชอบรํ่าลือว่าพวกผู้บริหารกองทุนชอบคบ “นักเลงหุ้น” เพื่อปันผลประโยชน์ออกจากกองทุนที่ตนบริหาร

 

 

สุดท้ายนี้ฝากถึง ตลท. นะเจ้าคะที่คอยสนับสนุนโครงการของ Super Trader อย่างโจ่งครึ่มทั้งบนจอ Money Channel และบนเว็บไซต์  ยํ้าอีกครั้งนะเจ้าคะ “ดร.ภากร  ปีตธวัชชัย” ว่า “ตลาดหุ้น” ไม่ใช่บ่อนการพนันแบบที่สถาบัน Super Trader เปิดสอน นักลงทุนไม่ควรหวังรวยทางลัดเพราะมันยากที่จะเป็นไปได้จริง  เดี๋ยวคนจะครหาว่าตลาดหลักทรัพย์ไทย “พายเรือให้โจรนั่ง” หรือ “มือถือสากปากถือศีล” - ตรงกันข้ามนักลงทุนควรยึดหลัก “ปรัชญาความพอเพียง” ไว้เสมอ ควบคู่กับการลงทุนหุ้นพื้นฐานเพื่อความมั่นคงในการบริหารสินทรัพย์ตนเอง ...# เอาล่ะสิถึงตรงนี้ต้องเรียกว่าไฟจุดติดแล้วดับยาก  ส่วนข้อมูลเชิงลึกจะเป็นอย่างไร  ต้องติดตามกันต่อตอนหน้า !!

 

 

 

ที่มา :  คอลัมน์  มารยาตลาดหุ้น  โดยคุณนายเผือก    หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ



เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม


Recommend News