ความอดทนมีจำกัด แม่ "น้องตวงข้าว" ขึ้นโรงพักแจ้งเอาผิดเจ้าของ 3 หมาขย้ำโหด ยายกับน้าให้ย้ายออกห่วงกัดซ้ำ

Publish 2018-09-20 17:25:22



เป็นเหตุการณ์สร้างความสลดใจให้กับหลายคนอย่างมาก จากกรณี ด.ญ.ธัญลักษณ์ สลิตกุล หรือน้องตวงข้าว อายุ 4 ขวบ ถูกสุนัขรุมกัดจนถึงแก่ชีวิต ภายในซอยบ้าน อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ ที่เกิดเหตุพบกองเลือดจำนวนมากยาวเป็นทางลงไปในกอหญ้า ใกล้กันพบรถจักรยานสีชมพูล้มอยู่กลางถนน โดยน้องตวงข้าวถูกขย้ำอาการสาหัส มีบาดแผลฉกรรจ์ที่ใบหน้า คอ และศีรษะ ชาวบ้านได้ช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลบ้านเขว้า แต่เด็กหญิงเสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล

 

 



 

ทั้งนี้ นายนพพล กุลธนวัฒน์ ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ตนได้ยินเสียงเด็กร้องดังผิดปกติ จึงรีบออกไปดู พบสุนัข 3 ตัว รุมขย้ำน้องตวงข้าว ขณะกำลังขี่จักรยานเล่นในซอย ตนจึงใช้มีดวิ่งไล่สุนัข จากนั้นตะโกนให้เพื่อนบ้านช่วยนำส่งโรงพยาบาล ซึ่งตนเห็นน้องตวงข้าวดิ้นทุรนทุรายและกลิ้งเข้าไปในกอหญ้าข้างทาง แล้วแน่นิ่งไปก่อนที่ชาวบ้านจะนำตัวส่งโรงพยาบาล ทั้งนี้ สุนัขทั้ง 3 ตัว มีเจ้าของ ซึ่งอยู่บ้านติดกัน ปกติจะล่ามไว้ภายในบ้าน และไม่ทราบว่าหลุดออกมาได้อย่างไร

 

 

ขณะที่ยายของน้องตวงข้าว เผยว่า อยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับคนที่เลี้ยงสุนัขและกำลังคิดที่จะเลี้ยง ขอให้ดูแลสุนัขให้ดี อย่าปล่อยให้ออกมาเพ่นพ่าน สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น ขณะที่เจ้าของสุนัขยังไม่ออกมารับผิดชอบหรือมางานศพหลานตนแต่อย่างใด เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาเจ้าของสุนัข 1 ข้อหา คือไม่ควบคุมสัตว์ดุหรือสัตว์ร้าย ปล่อยปละละเลยให้สัตว์นั้นเที่ยวไปโดยลำพัง ทำอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี

 

 



แฟ้มภาพ - แม่น้องตวงข้าว

 

ล่าสุด เกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าว น.ส.เสาวรี จุลเขว้า อายุ 33 ปี แม่ของน้องตวงข้าว ได้เดินทางไปแจ้งความกับ พ.ต.ต.ทองสุก รัตน์สีวอ  สว.(สอบสวน) สภ.บ้านเขว้า เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายปิยะณัฐ แดงสร้อย อายุ 27 ปี เจ้าของสุนัขทั้ง 3 ตัว เบื้องต้นตำรวจเตรียมแจ้งข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต โทษปรับตั้งแต่ 10,000 บาท และจำคุก 1-10 ปี โดยหลังเกิดเรื่องพบว่าบ้านเจ้าของสุนัขถูกปิดเงียบ มีการขังและล่ามโซ่สุนัขไว้ภายในบ้าน

 


ส่วนเรื่องพิธีศพของน้องตวงข้าว ได้สรุปว่าหลังทำพิธีสวดพระอภิธรรมเสร็จ ในวันที่ 22 ก.ย.นี้ จะเคลื่อนศพน้องตวงข้าวไปเก็บไว้ที่วัดประทุมมาวาร เพื่อขอรอดูผลการดำเนินคดีกับเจ้าของสุนัขรายนี้ก่อน เนื่องจากสุนัขเหล่านี้ถูกปล่อยให้อยู่ในชุมชนและใกล้เด็กอีกเป็นจำนวนมาก ไม่มีใครรู้ได้เลยว่าสุนัขจะหลุดออกมาวันไหนหรือไปไล่กัดเด็กคนไหนอีก จึงไม่อยากให้สุนัขเหล่านี้อยู่ในชุมชนอีกเลยเพื่อความปลอดภัย

 

 


ขณะที่ทางด้าน น้าสาวและคุณยายของน้องตวงข้าว ได้พูดถึงประเด็น พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ กลับให้ความคุ้มครองสุนัขมากกว่าคน ว่าหากมีการดำเนินคดีฐานะปล่อยปะละเลย เจ้าของสุนัขมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท แต่ถ้ามีใครไปทำร้ายสุนัข ต้องโดนโทษรุนแรงมากกว่า อาจถูกสั่งจำคุกอย่างน้อย 1 ปี หรือปรับมากกว่า 40,000 บาทเลยทีเดียว

หากเป็นแบบนี้ชาวบ้านที่ไหนจะกล้าไปทำร้ายสุนัข เพราะที่ผ่านมามีหลายคนเคยผ่านในจุดที่น้องตวงข้าวถูกกัดเสียชีวิต จะถูกกลุ่มสุนัขเหล่านี้ออกมาวิ่งไล่กวดตามกัดคนอยู่บ่อยๆ พอมีการร้องเรียกไป เรื่องก็เงียบ เพราะบ้านหลังดังกล่าวไม่ค่อยมีคนอยู่ มีแต่ปล่อยสุนัขที่เลี้ยงไว้ จึงอยากให้มีคนดูแลสุนัขให้ดีมากกว่านี้

 

 


อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้น นายปิยะณัฐ แดงสร้อย อายุ 27 ปี เจ้าของสุนัขทั้ง 3 ตัว เผยความรู้สึกหลังจากทราบข่าวสลดดังกล่าวว่า ในวันที่เกิดเหตุตนออกไปซื้อของด้านนอก พี่สาวก็ออกไปรับลูกที่โรงเรียน โดยเปิดรั้วบ้านเอาไว้ ก่อนจะทราบเรื่องจากเพื่อนบ้านว่าสุนัขที่ตนเองได้ลามโซ่ไว้ 3 ตัว มีแต่พันธ์พุดเดิ้ล ที่ปล่อยไว้ในบ้านรวมทั้งหมด 4 ตัว หลุดออกไปรุมกัดทำร้าย น้องตวงข้าว 2 ตัว รวมพุดเดิ้ลด้วยเป็น 3 ตัว ส่วนสุนัขพันธ์ไทยอีกตัวไม่ได้ออกไปยังคงติดโซ่ไว้อยู่ รู้สึกเสียใจ และตกใจมากจนทำอะไรไม่ถูก เพราะน้อง 4 ขวบเอง ก็ไม่ต่างอะไรกับหลานตัวเองเช่นกัน เพราะน้องมักจะมาปั่นจักรยานเล่นผ่านหน้าบ้านตัวเองประจำ และที่บ้านน้องก็มีสุนัขด้วย 

 

 


ก็จะมีการวิ่งตามมาและสุนัขตัวเองก็จะเห่าตลอด ซึ่งตนเองจะผูกเลี้ยงสุนัขไว้ในบ้านอย่างดีมาตลอด แต่ครั้งนี้สุนัขหลุดออกไปได้ จึงเกิดเหตุขึ้น และพร้อมที่จะรับผิดชอบช่วยเหลือครอบครัวน้องทุกอย่างในครั้งนี้ด้วย แต่คงต้องรอผู้เป็นพ่อแม่ที่ไปทำงานที่อุบลราชธานี เดินทางกลับมาพูดคุยในความรับผิดชอบ แต่คงรอให้เสร็จงานศพน้องก่อนแล้ว (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เคลื่อนไหวแล้ว! เจ้าของ 3 ตูบ ขย้ำด.ญ.4 ขวบดับสลด เปิดใจเล่าทุกปมสงสัย)

 

 

 

 



เรียบเรียงโดย

กำพลาภร พุฒิพุทธ