ปิดตำนานควายไร้เขาเป้าคาราบาว!!ชีวิตป่วยนับ10ปีต้องนั่งรถเข็นขึ้นศาลโดนแบงก์ฟ้องล้มละลาย ไม่มีบ้านอยู่-การเมืองทำเพื่อนเอื้อมมือช่วยไม่ถึง?

ปิดตำนานควายไร้เขาเป้าคาราบาว!!ชีวิตป่วยนับ10ปีต้องนั่งรถเข็นขึ้นศาลโดนแบงก์ฟ้องล้มละลาย ไม่มีบ้านอยู่-การเมืองทำเพื่อนเอื้อมมือช่วยไม่ถึง?

Publish 2017-07-15 11:00:03


       จากกรณีเมื่อคืนวันที่ 14 กรกฏาคมที่ผ่านมา จ่าเอกอำนาจ ลูกจันทร์ หรือนายอำนาจ ลูกจันทร์ ที่รู้จักกันว่า เป้า คาราบาว อดีตมือกลองคนแรกของวง เคยออกอัลบั้มเพลงร่วมกับเทียรี่ เมฆวัฒนา และธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลกลาง ด้วยวัย 68 ปี หลังต่อสู้กับอาการป่วยมานาน ด้วยภาวะโรคหัวใจและอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท จากมกราคม 2551ที่ได้ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ โดยเป็นผลมาจากการผ่าตัดหมอนรองกระดูกตนคอและทำบอลลูนหัวใจทำให้แขนไม่มีแรงพอที่จะตีกลองได้เหมือนเก่า ทำให้มีชีวิตความเป็นอยู่ค่อนข้างลำบาก โดยในเดือนกรกฎาคม 2552 ได้เข้ารับการผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท และทำบอลลูนหัวใจที่โรงพยาบาลตากสิน ทำให้ไม่สามารถเดินได้เหมือนปกติ ต้องนั่งบนรถเข็น และได้ล้มป่วยลง ก่อนเสียชีวิต ปิดตำนานมือกลองที่เมื่อย้อนกลับไปดูในช่วง10ปีที่ผ่านมาน่าจะเรียกได้ว่าจริงยิ่งกว่านิยาย



       ย้อนไปเมื่อวันที่ 22 ต.ค.52 ที่ห้องพิจารณาคดี 1 ศาลล้มละลายกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ ศาลนัดพร้อมคู่ความในคดีหมายเลขดำที่ ล.12722/2552 ที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โดยนายอมร จันทรสมบูรณ์ กรรมการผู้มีอำนาจ เป็นโจทก์ฟ้องจ่าเอกอำนาจ ลูกจันทร์ หรือเป้า คาราบาว อดีตมือกลองวงดนตรีเพื่อชีวิตชื่อดัง คาราบาวและนางพึงพิศ ลูกจันทร์ ภรรยา เป็นจำเลยที่ 1 และ 2 เรื่องขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และให้จำเลยทั้งสองเป็นบุคคลล้มละลาย

       คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าหนี้ของลูกหนี้ทั้งสองที่เป็นจำเลยในคดีนี้ ตามคำพิพากษาของศาลแพ่ง ในคดีแดงที่ ธ.5643/2544 ที่ศาลมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 16 ก.ค.44 ให้ลูกหนี้ทั้งสองชดใช้เงินจำนวน 2,221,397 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14.5 ต่อปี ของจำนวนเงินต้น 1,668,959.64 บาท นับจากวันที่ยื่นฟ้อง วันที่ 22 มี.ค.44 จนกว่าจะชำระเสร็จ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์ที่ดินโฉนดเลขที่ 69550 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้าง เพื่อขายทอดตลาด หากทรัพย์ไม่พอชำระหนี้ ให้ยึดทรัพย์สินอื่นบังคับชำระให้ครบ และให้ชำระค่าทนายความจำนวน 2,000 บาท ลูกหนี้ทั้งสองไม่อุทธรณ์คดีจึงถึงที่สุด

      

       ทั้งนี้เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ลูกหนี้ทั้งสองไม่ชำระหนี้แต่อย่างใดโจทก์จึงได้ดำเนินการบังคับคดีโดยนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปทำการยึดทรัพย์จำนองโฉนดที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวขายทอดตลาด เมื่อวันที่ 27 ม.ค.47 ได้เงินจำนวน 1,660,000 บาท และนำเงินมาจ่ายแก่โจทก์จำนวน 1,566,245 บาท เมื่อไม่สามารถชำระหนี้ได้หมด อีกทั้งลูกหนี้ทั้งสองไม่มีทรัพย์สินอื่นที่พึงยึดมาชำระหนี้ได้อีก ลูกหนี้ทั้งสองยังค้างชำระเป็นเงินจำนวน 1,401,492.38 บาท รวมดอกเบี้ยอัตรา 14.5 ต่อปี ของเงินต้นจำนวน 1,668,959.64 บาท นับตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค.47 จนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 5 ปี 221 วัน คิดเป็นดอกเบี้ยจำนวน 1,356,013.62 บาท รวม 2,758,013.62 บาท เมื่อลูกหนี้ทั้งสองมีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน แสดงว่าลูกหนี้ทั้งสองเป็นบุคคลที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้จึงขอให้ศาลมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้เด็ดขาด และพิพากษาให้ลูกหนี้ทั้งสอง เป็นบุคคลล้มละลายโดยนัดนี้ จ่าเอกอำนาจเดินทางมาศาลในสภาพนั่งรถเข็น มีเฝือกอ่อนดามที่ลำคอ ซึ่งเป็นผลจากการผ่าตัดหมอนรองกระดูกเคลื่อน พร้อมด้วยนางพึงพิศ ภรรยา โดยศาลเห็นว่าทั้งสองฝ่ายยังมีหนทางเจรจาไกล่เกลี่ยกันได้ ศาลจึงมีคำสั่งเลื่อนนัดพร้อมคู่ความออกไป



       อย่างไรก็ตาม จ่าเอกอำนาจ กล่าวภายหลังด้วยว่า หนี้สินที่เกิดขึ้นมาจากการกู้ยืมมาเพื่อซื้อบ้าน แต่เมื่อทำธุรกิจร้านอาหารขาดทุนจึงไม่มีเงินมาชำระคืนเจ้าหนี้ได้ ต้องยอมรับว่าด้วยความไม่มีความรู้เรื่องกฎหมาย เพราะคิดว่าเมื่อทางธนาคารนำบ้านไปขายทอดตลาดแล้วนำเงินไปชำระหนี้ที่ค้างไว้ ก็เข้าใจว่าเรื่องจะจบ แต่ปรากฏว่าตนยังมีหนี้สินค้างอยู่เมื่อรวมกับดอกเบี้ยเลยกลายเป็นเงินจำนวนมากขึ้น ทั้งนี้อยากฝากไปถึงผู้บริหารธนาคารเพื่อขอความเห็นใจด้วย เพราะในอดีตก่อนเป็นมือกลองวงคาราบาว ตนเคยร่วมงานอัดเพลง เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านให้แก่ธนาคารกรุงเทพ ที่มีอาจารย์แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ เป็นหัวหน้าวง

 

       “สภาพร่างกายก็ไม่เหมือนอดีต ต้องทำการผ่าตัดหมอนรองกระดูกเคลื่อน และผ่านการทำการขยายเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ (บอลลูนหัวใจ) มาแล้ว 3 เส้น นายแพทย์พิชญา นาควัชระ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกลาง ให้ความอนุเคราะห์เรื่องค่าใช้จ่ายในการทำกายภาพบำบัดที่ต้องทำอาทิตย์ละ 3 ครั้ง ทุกวันนี้ไม่มีรายได้เนื่องจากไม่สามารถสอนตีกลองได้อีก อีกทั้งบ้านก็ไม่มีอยู่ต้องไปอาศัยอยู่ที่บ้านพ่อแม่ย่านโชคชัย 4 ยังดีที่ได้เพื่อนพ้องในวงการเพลงเพื่อชีวิตที่มาเยี่ยมเยียนต่างก็บอกกับตนว่าจะช่วยจัดคอนเสิร์ตหารายได้มาช่วยเหลือตน แต่ติดตรงที่แต่ละวงต่างมีความคิดเห็นทางการเมืองที่ต่างกัน จึงเป็นอุปสรรคที่ไม่สามารถร่วมกันจัดงานได้ แต่ตนก็ไม่เคยไปเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากใคร



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน