เฟซบุ๊คถอย! ซัคเคอร์เบิร์กยอมให้ภาพเด็กหญิงแห่งสงครามเวียดนามโพสต์ลงเพจได้ หลังถูกต้านหนักว่าการแบนภาพดังกล่าวเหมือน ลุแก่อำนาจ (Thai/Eng)

เฟซบุ๊คถอย! ซัคเคอร์เบิร์กยอมให้ภาพเด็กหญิงแห่งสงครามเวียดนามโพสต์ลงเพจได้ หลังถูกต้านหนักว่าการแบนภาพดังกล่าวเหมือน "ลุแก่อำนาจ" (Thai/Eng)

Publish 2016-09-10 14:57:13

สงครามเวียดนามเป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่โลกไม่มีวันลืม ยิ่งมีภาพที่บันทึกความโหดร้ายต่างๆ ก็ยิ่งทำให้สังคมบนโลกใบนี้ ต้องตระหนักเสมอว่า การห้ำหั่นกันด้วยอาวุธสงครามนั้น สุดท้ายแล้วคงไม่เหลืออะไร นอกจากความสูญเสีย

 

และนี่ก็เป็นอีกภาพหนึ่งที่เป็นภาพ ที่มักจะถูกกล่าวถึงเสมอๆ หากใครพูดถึงสงครามเวียดนาม นั่นก็คือ ภาพที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง วิ่งหนีเอาชีวิตรอด ในวันที่ กรุงไซง่อน แตก โดยเธอนั้นวิ่งหนี อย่างไม่คิดชีวิต แม้แต่เสื้อผ้าก็ไม่ได้ใส่

และแน่นอนว่าภาพนี้ เป็นภาพที่ถูกแชร์กันอย่างกว้างขวาง เพื่อให้ผู้คนบนโลกใบนี้ ได้รำลึกถึงความโหดร้ายของสงครามเวียดนาม แต่สำหรับสื่อโซเชียลมีเดียอย่าง FaceBook แล้ว ภาพนี้จะไม่อนุญาตให้โพสต์ลงเด็ดขาด เนื่องจากเป็นภาพที่มีลักษณะออกจะโป๊เปลือย




และคำว่า "โป๊เปลือย" ที่ FaceBook ใช้เป็นเหตุผลในการไม่ให้โพสต์ภาพนี้ลงไปนี้เอง กลับนำมาซึ่งกระแสที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า เป็นการกระทำที่ลุแก่อำนาจ

โดยหนึ่งในผู้ที่บอกว่า FaceBook ลุแก่อำนาจก็คือ Espen Egil Hansen ซึ่งเขาคนนี้เป็นบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์หัวใหญ่ในนอร์เวย์

ก่อนที่ในเวลาต่อมา มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ค ก็ต้องตัดสินใจให้ภาพนี้โพสต์ลงเฟซบุ๊คได้ในที่สุด

เรียกได้ว่า บรรณาธิการจากนอร์เวย์ที่ออกมาเรียกร้องในครั้งนี้ก็คงดีใจพอสมควร เพราะจะว่าไปแล้วภาพเด็กหญิงแห่งสงครามเวียดนาม บุคคลที่ถ่ายได้ ก็เป็นชาวนอร์เวย์ นี่เองแหละ เพราะฉะนั้น คนนอร์เวย์ถึงออกมาต่อสู้ในเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดา


HEADLINE : Facebook U-turn over 'Napalm girl' photograph

Facebook says it will allow an iconic photograph of a girl fleeing a Napalm attack taken during the Vietnam war in 1972 to be used on its platform.
It had previously removed the image, posted by a Norwegian author, on the grounds that it contained nudity.
The move sparked a debate about Facebook's role as an editor.
The editor of Norway's largest newspaper had written an open letter to Facebook's chief Mark Zuckerberg calling the ban "an abuse of power".
The tech giant said it had "listened to the community" and acknowledged the "global importance" of the photo.
"Because of its status as an iconic image of historical importance, the value of permitting sharing outweighs the value of protecting the community by removal, so we have decided to reinstate the image on Facebook where we are aware it has been removed," it said in a statement.
"It will take some time to adjust these systems but the photo should be available for sharing in the coming days.
"We are always looking to improve our policies to make sure they both promote free expression and keep our community safe."



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

บุญชัย ธนะไพรินทร์