ภูมิใจแม้ไม่อยู่ถึงวันสุดท้าย!!! เปิดหัวใจ"หมอล็อต" กับคำถาม เป็นนายสัตวแพทย์เกี่ยวอะไรกับภารกิจ!? คนไทยทุกคนต้องอ่าน ขอบคุณท่านจากหัวใจจริง

Publish 2018-07-11 14:42:08



จากกรณีที่ เด็กๆเเละโค้ชทีมฟุตบอล อะคาเดมีหมูป่า จำนวน13 ราย หายตัวเข้าไปในถ้ำหลวงนางนอน อ.เเม่สาย จ. เชียงราย  ตั้งเเต่กลางดึก ของวันที่ 23 มิถุนายน 2561 ศูนย์วิทยุ 191 สภ.แม่สาย ได้รับแจ้งว่ามีเด็กหายเข้าไปใน ถ้ำภายใน วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น และได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ต.โป่งผาฯ เข้าไปตรวจสอบ ยังที่เกิดเหตุพบว่ามีคนเข้าไปในถ้ำแล้วไม่กลับออกมาจริงตามที่ได้รับแจ้ง 


คลิปวินาทีเจ้าหน้าที่ออกมาจากถ้ำ

กระทั่งมีการระดมกำลังกันทุกภาคส่วนทั้งในเเละต่างประเทศในการค้นหา ช่วยเหลือเด็กๆ  เป็นระยะเวลากว่า 9 วัน กระทั่งเมื่อคืนวันที่ 2 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา ก็ได้รับข่าวดี เมื่อพบเด็กๆทั้ง13 คน ปลอดภัยในถ้ำหลวง สร้างความดีใจให้กับคนไทย เเละผู้คนค่อนโลก ที่ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด จากนั้น ก็ได้มีการระดมทุกวิถีทางเพื่อที่จะช่วยเด็กๆ ออกมาจากถ้ำ  อาศัยความช่วยเหลือจากมืออาชีพต่างประเทศ โดยล่าสุดนั้น จบภารกิจช่วยเหลือในวันที่ 3 คือ 10 กรกฎาคม 2561  เด็กๆหมูป่าออกมาครบเเล้ว 13 ราย  โดยวันสุดท้าย ออกมาจำนวน5รายจากในถ้ำหลวง

 

 

ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก "บิ๊กเกรียน" ได้โพสต์ข้อความว่า

#หมอล็อต “ภัทรพล มณีอ่อน
นายสัตวแพทย์คนดังกรมอุทยานฯขอเปิดใจ

“หมอล็อต”หรือนายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน สัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นอีกคนหนึ่งที่เข้ามามีบทบาทช่วยเหลือในช่วงปฏิบัติการค้นหา 13 หมูป่าอะคาเดมี่ติดถ้ำหลวง หมอล็อต เผยความในใจกับทีมเพจฯว่าแม้ไม่สามารถอยู่ร่วมจนสำเร็จได้แต่รู้สึกดีใจ และภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งในเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์นี้

#มีคำถามหมอล็อต เป็นนายสัตวแพทย์เกี่ยวอะไรกับภารกิจฯ
คำตอบ “หมอล็อต”เคยหลงถ้ำ 
เคยติดเชื้อไวรัสจากสัตว์เจียนตายมาแล้ว
และเป็นข้าราชการกรมอุทยานฯคงทนนิ่งเฉยไม่ได้

“วันแรกที่เกิดเหตุผมขออนุญาตท่านอธิบดีฯลงไปที่ถ้ำหลวง ท่านได้อนุญาตแต่เตือนเรื่องการให้สัมภาษณ์เพราะอาจจะมีคนถามว่าผมเป็นสัตวแพทย์ ไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับงานนี้แต่คงลืมไปว่าป่าก็คือป่า ยังมีหลายเรื่องที่อาจไม่เข้าใจเช่นโรคที่มากับสัตว์ป่า หรือลักษณะป่าชื้น ผมเชื่อว่าสังคมเห็น คนไทยเห็นว่ากรมอุทยานฯ และผู้ใหญ่ในกระทรวงทรัพย์ฯตอบสนองกับเหตุการณ์ได้เร็วมาก วันแรกที่เด็กหายคือวันที่ 23 มิถุนายน พี่กมล ผอ.เขตพื้นที่สั่งระดมเจ้าหน้าที่ให้การช่วยเหลือ ท่านรัฐมนตรี อธิบดี หรือแม้แต่ผู้ใหญ่ในรัฐบาลไม่มีใครช้าแม้แต่คนเดียว...
....เรื่องของน้องๆ 13 คนในถ้ำตรงกับที่ผมบอกตามหลักวิชาการไว้คือ น้องอยู่ในถ้าเป็นเวลานานอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต่างจากภายนอกสิ่งที่น่ากังวลคือเชื้อโรคต่างๆภายในถ้ำ ทั้งระบบหายใจและภายนอก เรื่องของสายตาการมองเห็นซึ่งที่ปรากฏในข่าวทำไมจึงต้องปิดบังแสง ทำไมไม่อยากให้ปรากฏภาพต่างๆในสื่อนั่นอาจจะมาจากหลายๆปัจจัยที่ไม่ต้องอธิบายแต่ทุกคนคงเข้าใจ...
.....ผมเคยหลงถ้าที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมเคยติดเชื้อไวรัสจากสัตว์ป่า จนขณะนี้ยังมีอาการหูดับรักษาไม่หายขาด...ผมเป็นสัตวแพทย์และมีประสบการณ์จากเรื่องเหล่านี้จึงต้องการมาใช้ประสบการณ์ให้เกิดประโยชน์....

.

.

คลิปแรกเมื่อพบเจอเด็กๆ



# ยืนยันราชการตอบสนองสถานการณ์ได้รวดเร็ว
...วันที่พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพย์ฯและอธิบดีธัญญา ลงมาร่วมประชุมกันท่านรัฐมนตรีย้ำตลอดว่า เราต้องช่วยกันหาทางนะ น้ำมันท่วมถ้ำก็ต้องหาทางจัดการทุกวิถีทาง จะเจาะบาดาลหรือทำฝายเบี่ยงทางเดินน้ำต้องรับทำ..ผมเห็นแววตาท่าน..ท่านย้ำหลายครั้ง...เขาเป็นเด็กนะโว้ย......เป็นลูกหลานเรานะโว้ย...หลายคนเครียดแต่ทุกคนมีความตั้งใจและจริงใจ...การที่มีผู้บังคับบัญชาระดับบนลงมาเองผมอยากให้เข้าในถึงระบบราชการที่ต้องมีระเบียบ มีกฎหมายรองรับ...แต่สำหรับเหตุการณ์ที่ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ทุกอย่างยกเว้นหมด เงื่อนไขระเบียบต่างๆเมื่อท่านนายกฯ ท่านรัฐมนตรี ลงมือบัญชาการเองความคล่องตัวจึงตามมา.....พวกเราชาวกรมอุทยานแห่งชาติฯในฐานะเจ้าของสถานที่มีทั้งบทบาทนำและตาม ให้การสนับสนุนทุกเรื่อง อะไรขาด อะไรไม่มีรัฐบาลสนับสนุนทุกอย่าง ผมเองมีโอกาสรู้จักกับเครือข่ายเป็นออฟโร้ดแพทย์จิตอาสา ได้กรุณานำรถขับเคลื่อน 4 ล้อ จากเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา พระนครศรีอยุธยา มาช่วยด้วยกันประมาณ 20 คัน...ภาระกิจคือช่วยรับส่งเจ้าหน้าที่และจิตอาสาต่างๆรวมทั้งชาวต่างประเทศที่มาร่วมช่วยเหลือ....เพื่อนๆพี่ๆชาวออฟโร้ดงานหนักเช่นกันครับ ตั้งแต่เช้ามืดยันตี 1 ตี 2 แต่ทุกคนยินดีและภูมิใจที่มีส่วนเข้าร่วม

.

.

 

....ผมเชื่อว่าทุกคนที่เข้ามาช่วยต่างมาด้วยใจ...หลับตาเห็นเด็กๆทุกคนคือลูกหลาน...วันนี้คนไทยดีใจผมเองก็ดีใจ ภูมิใจแม้ไม่อยู่ถึงวันสุดท้ายเพราะเห็นว่ากำลังคน เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆพร้อมเพรียงแล้วจึงต้องไปปฏิบัติภาระกิจอื่นๆซึ่งงานของกรมอุทยานฯทั่วประเทศมีอยู่ล้นมือจริงๆ...ขอร่วมแสดงความยินดีกับคุณพ่อคุณแม่น้องๆ ร่วมยินดีกับพวกเราคนไทยทุกคน ซึ่งในส่วนของผมต่อไปก็คือดูแลเจ้าหน้าที่ หรือให้คำแนะนำกรมอุทยานฯทุกคนที่เข้าร่วมให้ปลอดภัยจากโรคที่อาจติดมาจากถ้ำ....

.

.

Cr.บิ๊กเกรียน



เรียบเรียงโดย

จิรศักดิ์ ทิตตยานนท์


Recommend News