หมดหนทางสู้!! สาววัย 23 กับลูก 2 คนหมดที่พึ่ง สามีถูกเก๋งครู ชนดับ! ด้าน ตร.บอกทำคดีเสร็จแล้ว ไล่ไปจัดงานศพ สุดท้ายระบุสามีเป็นฝ่ายผิด!?

Publish 2018-05-16 18:45:50



วันนี้ 16 พ.ค.ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องทุกข์จาก 3 แม่ลูกครอบครัวยากจน ว่าขาดที่พึ่งไม่มีทางออก เพราะไม่มีความรู้กฎหมาย หลังจากสามีถูกรถเก๋งชนเสียชีวิต แล้วถูกคนขับรถเก๋งมาข่มขู่ให้ซ่อมรถให้

เมื่อไปถึงพบ น.ส.เบญญาภา สายสนธ์ อายุ 23 ปี พร้อมกับลูกชายวัย 3 ปีและ 1 ปี อาศัยอยู่บ้านหลังเล็กอยู่กับยายรวม 4 คนในครอบครัว ที่บ้านโคกตะเคียน ต.สะเดา อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ ได้นำภาพการเกิดอุบัติเหตุมาให้สื่อร่วมตรวจสอบถึงกระบวนการสอบสวนของตำรวจว่าเป็นธรรมหรือไม่

น.ส.เบญญาภา เล่าว่า สามีทำงานในโรงงานยางพาราที่ อ.ประโคนชัย ห่างจากบ้านพักประมาณ 17 กม.เมื่อวันที่ 11 พ.ค.เวลาประมาณ 21.00 น.สามีขับรถจักรยานยนต์ก่อนจะถึงบ้านประมาณ 2 กม.ได้เกิดอุบัติเหตุชนกับรถเก๋งของครูท่านหนึ่ง ทำให้สามีเสียชีวิตคาที่ ส่วนคนขับรถเก๋งปลอดภัย

ครอบครัวมัวแต่เสียใจจึงไม่ค่อยสนใจเรื่องคดี โดยระหว่างการจัดงานศพได้มีครูคนขับรถเก๋ง มาในงานศพแล้วยื่นเงินให้ 7,000 บาท แจ้งว่า”ช่วยงาน”แล้วกลับไป



หลังจากเสร็จงานศพครูคนดังกล่าวก็ไม่เคยติดต่อมา มีเพียงพนักงานสอบสวน สภ.พลับพลาชัย ให้ไปพบ แล้วแจ้งว่า สามีเป็นคนผิดจะต้องตายฟรี สร้างความมึนงงกับครอบครัวเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่มีที่พึ่ง จึงเดินทางไปดูสถานที่เกิดเหตุ

พบว่ารถของสามีและสามีที่เสียชีวิตอยู่ฝั่งเลนของตัวเอง เพราะมีน้ำเครื่องและคราบเลือดยังเห็นชัดในที่เกิดเหตุ ผิดกับพนักงานสอบสวนที่อ้างว่าผู้ตายไปชนฝั่งรถเก๋ง จึงคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะเท่าที่รู้มาสามีครูขับรถเก๋งเป็นนายตำรวจ

ด้านนางเปียน ชูชี อายุ 48 ปี แม่ของนายอนันต์ ชูชี ผู้เสียชีวิต เล่าว่า หลังเกิดเหตุวันรุ่งขึ้นได้เข้าไปแจ้งความที่ สภ.พลับพลาชัย แต่ได้รับคำตอบจากพนักงานสอบสวนว่า สำนวนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ระบุผู้ตายเป็นฝ่ายผิด”ต้องตายฟรี”

 



ตนเองงงมาก เพราะญาติที่ไปดูที่เกิดเหตุในคืนนั้นระบุว่ารถเก๋งเป็นฝ่ายผิดข้ามมาชนฝั่งรถจักรยานยนต์ของลูกชาย ตอนไปพบพนักงานสอบสวน กะจะถ่ายภาพไว้แต่โทรศัพท์ราคาหลักร้อยถ่ายภาพไม่ได้

นางเปียน เล่าทั้งน้ำตาว่า ตั้งแต่เกิดเหตุมาจนถึงตอนนี้ ยังไม่ได้ยินคำขอโทษจากครูรถเก๋งเลย ถึงแม้ครอบครัวเราจะยากจนแต่ก็มีความรู้สึกเสียใจ แทนที่คนเป็นถึงข้าราชการจะมาให้กำลังใจคนจนบ้าง แถมยังถูกข่มขู่ว่าจะให้ซ่อมรถเก๋งให้ ตอนนี้ไม่มีที่พึ่งแล้ว หันหน้าไปทางไหนไม่ถูกเพราะเราไม่รู้จักผู้ใหญ่

ยิ่งมารู้ว่าสามีคนขับรถเก๋งเป็นนายตำรวจอยู่ สภ.พลับพลาชัย ยิ่งคิดไม่ออกว่าเราจะได้รับความเป็นธรรมแค่ไหน จึงอยากจะให้ผู้รู้มาช่วยชี้แนะและช่วยเหลือในด้านคดี ทางครอบครัวจะไม่ลืมพระคุณไปตลอดชีวิต

ภาพ/ข่าว ธีรยุทธ ชำนาญกอง ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวทีนิวส์ จ.บุรีรัมย์