น้อมรำลึกถึงพระเกียรติคุณ และความกตัญญูกตเวที?ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนจังหวัดสระแก้ว พร้อมใจรำลึกวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

Publish 2018-04-25 14:41:31



    เมื่อวันที่ 25 เม.ย.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว นายพรพจน์ เพ็ญพาส ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว พร้อมด้วย นายภูสิต สมจิตต์ ,นายรณรงค์ นครจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ตุลาการ ทหาร ตำรวจ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ และทุกภาคส่วนเกือบ 500 คน ร่วมพิธีวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยจัดให้มีพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะและพิธีบวงสรวง เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระเกียรติคุณ และแสดงถึงความกตัญญูกตเวทีแด่องค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

    ทั้งนี้ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงปกป้องรักษาผืนแผ่นดินไทยในอดีตกาลพสกนิกรทุกหมู่เหล่าในจังหวัดสระแก้ว จึงร่วมกันจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ขึ้นเพื่อรำลึกเมื่อครั้งพระองค์เคยเสด็จยกทัพและตั้งค่ายพักแรม ณ บริเวณค่ายพระทำนบ สวนเฉลิมพระเกียรติ ตำบลวัฒนานคร อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้วด้วย 



    สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงมีพระนามเดิมว่า พระองค์ดำ สมภพเมื่อเดือน 1 ขึ้น 1 ค่ำ ปีเถาะ พ.ศ. 2098 ณ พระราชวัง จันทรเกษม จังหวัดพิษณุโลก เป็นพระโอรสองค์ที่ 2 แห่งสมเด็จพระมหาธรรมราชา และสมเด็จพระวิสุทธิกษัตรี อันเป็นพระราชธิดาแห่งสมเด็จพระศรีสุริโยทัย และพระมหาจักรพรรดิ์ พระองค์ทรงมีพระเชษฐภคินีคือ สมเด็จพระศรีสุพรรณกัลยาณี และพระอนุชาสมเด็จพระเอกาทศรถ ในขณะที่พระองค์ทรงพระเยาว์ พระเจ้าบุเรงนอง กษัตริย์พม่า ได้ยกทัพมาตีเมืองพิษณุโลก และทรงขอสมเด็จพระนเรศวรมหาราชไปเลี้ยงเป็นพระราชบุตรบุญธรรมเพื่อเป็นตัวประกันที่หงสาวดี จนพระชนมายุได้ 15 พรรษา พระองค์จึงเสด็จกลับกรุงศรีอยุธยา และได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระมหาอุปราชปกครองเมืองพิษณุโลก ในปี พ.ศ. 2098 ทรงหลั่งน้ำทักษิโณทก ณ เมืองแครง ประกาศอิสรภาพของชาติไทยโดยไม่ขึ้นกับพม่าอีกต่อไป และทรงขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ครองกรุงศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2133 ทรงเป็นกษัตริย์องค์ที่ 2 แห่งราชวงศ์สุโขทัย



    ในรัชสมัยของพระองค์ทรงกระทำสงครามขยายพระราชอาณาจักรไทยให้แผ่ไพศาลไปในจตุรทิศ ทรงเป็นกษัตริย์นักรบผู้ยิ่งใหญ่และกล้าหาญ โดยพระองค์ได้กู้คืนอิสรภาพของไทยจากการเสียกรุงศรีอยุธยา ช่วยกอบกู้เอกราชของชาติ ทรงผดุงความเป็นไทย ปกป้องรักษาแผ่นดินให้ปลอดพ้นภัยจากอริราชศัตรู เพื่ออิสรภาพของปวงชนชาวไทย โดยในปี พ.ศ. 2124 ทรงแสดงแสนยานุภาพในการยกกองทัพเข้าตีเมืองคังจนได้รับชัยชนะ ต่อมาในปี พ.ศ. 2127 ทรงประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง และเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2135 ทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา จนได้รับชัยชนะ ทำให้พระบรมเดชานุภาพ แผ่ไพศาลไปทั่วปฐพี และปราบปรามหัวเมืองมอญฝ่ายใต้ ได้เมืองตะนาวศรี มะริด ทวาย

    ต่อมาปี พ.ศ. 2138 และ พ.ศ. 2142 ทรงยกทัพไปตีเมืองหงสาวดีได้เมืองเมาะลำเลิง และเมืองตองอู จนหัวเมืองไทยใหญ่ทั้งปวงยอมขึ้นต่อกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระนเรศวรทรงยกทัพไปต่อสู้กับพระเจ้าอังวะ ทรงตั้งค่ายที่เมืองหาง ทรงพระประชวรเป็นพระยอดพิษที่พระนลาฏ และเสด็จสวรรคตที่ เมืองหาง เมื่อวันจันทร์ เดือน 6 ขึ้น 8 ค่ำ ปีมะเส็ง พระชันษา 50 พรรษา ตรงกับวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2148 รวมเวลาเสวยราชสมบัติเป็นเวลา 15 ปี

 
ข่าวโดย/ยุทธนา พึ่งน้อย ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวทีนิวส์ จ.สระแก้ว




Suggess News