คืนแล้ว ! “บัตรคนจน” หลังคุณยายเดินเท้ากว่า 20 กม.โร่ขอความเป็นธรรมมาหลายหน รีบรูดซื้อข้าวเหนียว กรอกหม้อกินมื้อแรก (คลิป)

Publish 2018-03-13 21:16:55



วันที่ 13 มี.ค. 61 ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์  รายงานความคืบหน้า กรณีนำเสนอข่าว นางตา ไชยลิ้นฟ้า หรือ ชาวบ้านเรียก คุณยายตา อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่36 บ้านทิพย์เนตร ม.6 ต.กระเบื้อง อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ ร้องเรียนว่า ถูกยึดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อหักล้างหนี้สินแทนลูกสาวเป็นเงิน  3,000 บาท โดยผู้มีอำนาจภายในหมู่บ้าน เคยเดินเท้ากว่า 20 กม. ไปร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับ นายก อบต.กระเบื้อง และศูนย์ดำรงธรรมอำเภอชุมพลบุรี กลับพบแต่พระสงฆ์มาฝึกงานและช่วยอะไรไม่ได้ จึงร้องสื่อลงพื้นที่นำเสนอข่าว และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือต่อไป

ผู้สื่อข่าวจึงรุดเดินทางไป ที่ว่าการอำเภอชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ ได้พบกับ นางตา ไชยลิ้นฟ้า อายุ 65 ปี บ้านเลขที่36 ม.6 บ้านทิพย์เนตร ต.กระเบื้อง อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ กำลังเล่าเรื่องราวความเดือนร้อนให้กับพระสงฆ์รูปหนึ่ง ซึ่งมาฝึกงานอยู่ที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอชุมพลบุรี เนื่องจากคุณยายตา เขียนและอ่านหนังสือไม่ออก ได้แต่เล่าและแตะโป้ง เพื่อร้องเรียน และทวงความเป็นธรรมให้กับตนเอง

นางตา ไชยลิ้นฟ้า อายุ 65 ปี เล่าว่า ตนเดินมาจากบ้าน เพื่อจะมาสอบถามทางอำเภอชุมพลบุรี เรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ทางผู้ใหญ่บ้าน และ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านทิพย์เนตร ได้เก็บของตนไว้ไม่ยอมให้คืน ซึ่งเมื่อ วันที่ 28 ก.พ. 61 ที่ผ่านมา ตนได้ไปที่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านทิพย์เนตร เพื่อไปแจ้งขอเพิ่มสิทธิ์จำนวนเงินในบัตร จากที่เคยได้ 300 บาท จะขอเพิ่มเป็น 500 บาท พอตนไปถึงก็ได้ยื่นบัตรประจำตัวประชาชน และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้กับ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านทิพย์เนตร คือนาง คำพอง วิรุณพรรณ ทางผู้ใหญ่บ้านก็บอกให้ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านคนนี้ทำให้ พอทำเสร็จทาง นางคำพอง วิรุณพรรณ  ช่วยผู้ใหญ่บ้านทิพย์เนตร  ก็ยื่นแต่บัตรประชาชน กับใบต้นขั้วสำหรับลงทะเบียนให้ ซึ่งเป็นใบสีขาว เล็กๆยาวๆ แต่ไม่ได้ยื่นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ ตนจึงได้ถามขึ้น ว่าบัตรคนจน หรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทำไมไม่ให้คืน ทางนางคำพอง วิรุณพรรณ  ผู้ช่วยผู้ใหญ่ทิพย์เนตร บอกตนว่า เอาไปไม่ได้เพราะเอาไว้เป็นค่าที่ลูกสาวตนเป็นหนี้อยู่ 3,000 บาท ยายก็ได้กลับบ้านไป พอถึงเดือน มี.ค. 61  ตนก็จะไปถามเอาบัตรจาก ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านคืน ก็ได้รับคำตอบว่า ให้ตนไปถาม ผู้ใหญ่บ้าน เอาเอง  พอตนไปถามผู้ใหญ่บ้าน  ก็ได้รับคำตอบว่า ไม่ให้เพราะลูกสาวยังติดหนี้อยู่ว่า ยายพูดไม่รู้เรื่อง จนถึงตอนนี้


ได้บัตรคนจนคืน

ก่อนหน้านี้ที่ยายตา จะมาเดินมาอำเภอ ยายได้เดินเท้าจากบ้านตนเองไปที่ทำการกำนันกระเบื้อง ซึ่งระยะห่างประมาณ 5 กิโลเมตร ก็พบแต่แม่บ้านของกำนัน บอกว่า กำนันไปทำธุระที่อำเภอ ตนจึงได้เดินเท้าไปหา อบต.กระเบื้อง  ซึ่งระยะทางห่างไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร ก็ได้เข้าพบ นายก อบต.กระเบื้อง ก็บอกให้ไปถาม ผู้ใหญ่บ้าน อีกที ถ้าไม่ได้แล้วค่อยไปปรึกษากลับปลัดอำเภอชุมพลบุรี วันนี้ตนจึงได้เดินเท้ากว่า 20 กม.มาจากบ้านมาถึง ถนนใหญ่ ปากทางบ้านขุนหาร ต.กระเบื้องก็ได้โบกรถที่วิ่งผ่านไปมา ก็มีผู้ใจบุญ ให้ขึ้นรถมา  ตนไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย ก็อยากได้บัตรคนจนคืน เพื่อใช้รูดซื้อข้าวสาร และอาหารประทังชีวิตไปวันๆเท่านั้น เพราะตนมีฐานะยากจน ไม่มีที่นา ลูกๆก็ไปทำงาน ไม่เคยได้ติดต่อกลับมา ก็อาศัยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจนนี่แหละ ไปรูดข้าวสารมากิน ไม่ได้รูดอย่างอื่นเลย รูดแต่ข้าวสาร จริงๆ

ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์  ก็ได้พาคุณยายตา เดินทางไปยังบ้านพักของ นางคำพอง วิรุณพรรณ  ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านทิพย์เนตร เพื่อสอบถาม ซึ่งทาง นางคำพอง วิรุณพรรณ  ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านทิพย์เนตร ก็บอกว่า ได้คืนไปแล้วตั้งแต่วันที่มาทำ คุณยายไปทำหายที่ไหนหรือเปล่า ด้านคุณยายตา เองก็ยังยืนยันเสียงแข็งว่า ยังไม่ได้บัตรคืนจริงๆ

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ ได้โทรศัพท์สอบถามไปยัง นางพิษชญาภา บุญเยี่ยม ผู้ใหญ่บ้านทิพย์เนตร เปิดเผยว่า วันที่คุณยายตา ขอยื่นเอกสารเพื่อทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน จาก 300 บาท เพื่อเพิ่มวงเงินเป็น 500 บาท คุณยายมีลักษณะมึนเมามา ซึ่งทางผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านทิพย์เนตร ได้ช่วยเหลือมาโดยตลอด เพราะคุณยายมีฐานะยากจน ก็ได้ทำบัตรคนจนให้ แถมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มี สิทธิ และสวัสดิการแห่งรัฐ แทบทุกกรณี  ตนก็ไม่คิดจะกลายมาเป็นเรื่องใหญ่โต จนต้องเป็นข่าวแบบนี้ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน เจ้าตัวผู้ถือบัตรเท่านั้นถึงจะไปรูดซื้อสินค้าได้ ถ้ายายทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหายหาย ตนก็จะให้ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านพาไปแจ้งทำใหม่พรุ่งนี้

น้ำตายายตา


และล่าสุดวันนี้ (13 มี.ค.61)ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ ได้ลงพื้นที่อีกครั้ง เพื่อติดตามความคืบหน้า ในกรณีดังกล่าว และได้พบว่าได้มี ปลัดอำเภอชุมพลบุรี เจ้าหน้าที่ปกครอง และเจ้าหน้าที่ธนาคารออมสิน ได้มาพบและสอบถามข้อมูลจากคุณยาย ตา ไชยลิ้นฟ้า หลังจากได้เดินทางเข้าร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม อ.ชุมพลบุรี ขณะเดียวกันพบว่า คุณยายตา ได้รับบัตรคนจน หรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ  คืนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สร้างความดีอก ดีใจ ให้กับคุณยายตา เป็นอย่างมาก แทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เพราะอยากไปรูดซื้อข้าวเหนียวมาหุงเพื่อรับประทานประทั้งชีวิตต่อไป

ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ และทีมข่าวสุรินทร์นิวส์ จึงอาสาพาคุณยายตา นำบัตรคนจน มาเช็คสิทธิ ที่ร้านค้าชื่อดังแห่งหนี่งในอ.ชุมพลบุรี  จนทราบว่ามีวงเงินอยู่ในบัตรคนจนจำวนวน 500 บาท คุณยายตาประสงค์ใช้สิทธิซื้อข้าวเหนียวทั้ง 500 บาท เจ้าของร้านใจดีแถมข้าวเหนียวให้อีกมูลค่า 100 บาท ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้มอบเงินให้อีก 300 บาท เพื่อเป็นค่าอาหารให้กับคุณยายตา

หลังจากนั้น ผู้สื่อข่าวได้พาคุณยายตา ไปติดตามความคืบหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม อ.ชุมพลบุรี ได้พบกับนางสุพิชชา เมธาชิวานนท์ ปลัดอำเภอชุมพลบุรี ผู้รับผิดชอบศูนย์ดำรงธรรม ซึ่งได้รับกรยืนยันว่า บัตรคนจน เป็นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ จะมาหักหนี้สินไม่ได้ ถือว่าเป็นการทำผิดกกหมาย ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าว ได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อ นางพิษชญาภา บุญเยี่ยม ผู้ใหญ่บ้านทิพย์เนตร อยู่หลายครั้ง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย และทางอำเภอชุมพลบุรีก็พยายามช่วยกันติดต่ออีกหลายๆครั้ง แต่ปรากฏว่า มีการปิดเครื่องและไม่สามารถติดต่อ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงได้ ส่วนความคืบหน้าในการสอบสวนข้อเท็จจริงทางด้าน นางสุพิชชา เมธาชิวานนท์ ปลัดอำเภอชุมพลบุรี เปิดเผยว่า ทางนายอำเภอชุมพลบุรี ได้มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวแล้ว คาดจะได้ข้อสรุปโดยเร็ว

ด้านคุณยาย ตา ไชยลิ้นฟ้า อายุ 65 ปี กล่าวว่า ไม่เดินไม่ได้เพราะไม่มีรถ ก่อนที่จะเดินเท้าไปร้องเรียนตามที่ต่างๆเพื่อขอความเป็นธรรมให้กับตนเอง เคยไปขอบัตรคนจน คืนจากผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน จะเอาไปรูดซื้อข้าวสารมากิน กลับถูกตำหนิว่า ตนพุดไม่รู้เรื่อง พูดไม่รู้ภาษา ที่ว่ายายเมา ตนไม่ได้กินเหล้า มาขอกันดีๆก็ไม่ให้คืน เขาก็ยึดไว้บอกว่าลูกสาวติดหนี้ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ชื่อ นางคำพอง จู่ๆนางคำพอง ก็นำบัตรคนจน มาคืนให้เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันนี้ ที่แรกเขามาเล่าว่าบัตรหาย จะพาไปทำบัตรใหม่ที่อำเภอ ตนก็ยืนยันไม่ไปเพราะว่า บัตรคนจน ไม่ได้หาย แถมมาว่ายายไปบอกนักข่าว มาทำข่าวทำไหม ลงข่าวเขาไปทั้งประเทศไทย ตนเคยพูดจาขอกันดีๆ หลายครั้งก็ไม่ให้บอกว่า แต่ตนไม่รู้เรื่อง ไม่รู้ภาษา จนสุดทนเดินเท้าเปล่าโร่ร้องเรียนจนกลายมาเป็นข่าว วันนี้ดีใจที่ได้รับบัตรคนจนคืนมา สิ่งแรกที่จะทำคือนำไปรูดซื้อข้าวสารมากรอกหม้อมื้อแรกหลังรอคอยมาแสนนาน

ภาพ/ข่าว ภัทรพงศ์ บูรณะศิริศิลป์ ,สำลี กิเลน ,สุทิศ บุญยืน ทีมข่าวสุรินทร์นิวส์ 

เรียบเรียง ธนินท์ทัศนื ภูแก้ว   ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  สำนักข่าวทีนิวส์  จ.สุรินทร์




Recommend News