เสพข่าวอย่างมีสติ!! ตอกกลับ!!ขบวนการสกปรก เพจแดง"KonthaiUk"บิดเบือนจนเคยตัว โหน"EEC" แต่งเรื่องพรบ.ขายชาติ

Publish 2018-02-20 20:52:58



จากกรณีที่กลุ่มผู้ไม่หวังดี ปล่อยข่าวให้ร้ายโจมตีร่ างพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือเรียกง่ายๆว่า ร่างพ.ร.บ.EEC เป็นบิดเบือนกล่าวหาว่า ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว เป็น "พรบ.ขายชาติ"  โดยมีเนื้อหาระบุว่า "อนุญาตให้ต่างชาติ ซื้อและถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินได้ 100%  ให้สิทธิต่างด้าวทำงาน โดยไม่ต้องอนุญาต ให้สิทธิประกอบอาชีพอะไรก็ได้ โอนเงินข้ามชาติ ไม่ต้องผ่านการตรวจสอบใด"

 

 

ล่าสุดทางด้าน นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก  สำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงดังกล่าว โดยระบุว่า

ขอรายงานผลการชี้แจงประเด็น ข่าวการบิดเบือนข้อมูล ร่างพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ....  ในประเด็นที่ว่ามีการอนุญาตให้ต่างชาติซื้อและถือครองกรรมสิทธ์ที่ดินได้เบ็ดเสร็จ ให้สิทธิชาวต่างด้าวทำงานโดยไม่ต้องขออนุญาตและไม่จำกัดสิทธิในการประกอบอาชีพ รวมถึงการโอนเงินข้ามชาติที่ไม่ต้องผ่านการตรวจสอบ
ประจำวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 ที่มีข้อสังเกตดังนี้

1. การอนุญาตให้ต่างชาติซื้อและถือครองกรรมสิทธ์ที่ดินได้เบ็ดเสร็จ
    ชี้แจงประเด็นข้อสังเกตข้อ 1 
สรุป: พรบ. EEC ไม่ได้ให้ใครก็ได้ที่เป็นต่างด้าวถือที่ดิน เป็นการเข้าใจผิดโดยสิ้นเชิง 
1.1 มาตรา 49 วรรคหนึ่ง  
“ให้ผู้ประกอบกิจการในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษซึ่งเป็นนิติบุคคลและเป็นคนต่างด้าวตามประมวลกฎหมายที่ดิน มีสิทธิถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินภายในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อการประกอบกิจการที่ได้รับอนุญาตได้โดยไม่ต้องได้รับอนุญาตตามประมวลกฎหมายที่ดิน”  

หมายความว่า: ต้องเป็นนิติบุคล ต้องถือเพื่อประกอบกิจการในอุตสาหกรรมเป้าหมาย และถือเพื่ออยู่อาศัยไม่ได้
1) ผู้จะถือครองที่ดินได้ “ต้องเป็นนิติบุคคล” คือ “ถ้าเป็นบุคคลธรรมดาหรือเป็นคนทั่วไปที่เป็นคนต่างด้าว จะไม่ได้สิทธิ” 
2) บริษัท หรือ นิติบุคลนั้นๆ ต้องถือเพื่อ “ประกอบกิจการที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น  คือ “ไม่สามารถถือครองที่ดินเพื่ออยู่อาศัย”      
3) กิจการที่ได้รับอนุญาตเป็นอุตสาหกรรมที่มีเทคโนโลยีสูง โดยเฉพาะพวกที่ลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาล



 

1.2 มาตรา 49 วรรค 3: 
“ ทั้งนี้ผู้ประกอบกิจการซึ่งจะมีสิทธิ และจำนวนที่ดิน...ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการนโยบายประกาศกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี แต่ทั้งนี้ ต้องไม่เกินที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนหรือกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย”

หมายความว่า: จำนวนที่ดินจะถือได้ต้องไม่เกินกฎหมายส่งเสริมการลงทุน และกฎหมายการนิคมอุตสาหกรรมที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
1) เงื่อนไขที่จะให้นิติบุคล (ซึ่งไม่ใช่คนทั่วไป) นั้น ต้องไม่เกินที่มีอยู่ตามกฎหมายส่งเสริมการลงทุน และกฎหมายการนิคมอุตสาหกรรม 
2) กรรมการนโยบายที่มี นรม.เป็นประธาน และมี รัฐมนตรี 14 คน เป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์ที่ไม่เกิน กฎหมายส่งเสริมการลงทุนและกฎหมายการนิคมอุตสาหกรรม 
3) การถือครองสิทธิ์ดังกล่าวไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ โดยคนต่างด้าวสามารถถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน 100% ได้ แต่ต้องเป็นผู้ประกอบกิจการ ตามที่ BOI ให้การส่งเสริม หรือเป็นผู้ประกอบกิจการ ในนิคมอุตสาหกรรม

 

1.3 มาตรา 51 
“ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ แต่มิได้มีการประกอบกิจการภายในเวลา 3 ปี หรือหยุดประกอบกิจการในที่ดินดังกล่าว ผู้ประกอบกิจการนั้นต้องจำหน่ายที่ดินดังกล่าวภายใน 1 ปี”

หมายความว่า ถ้าไม่ได้ประกอบกิจการ 3 ปี ให้ขายที่ดินภายใน 1 ปี

2. การอนุญาตให้คนต่างด้าวซื้อและถือครองกรรมสิทธ์คอนโดมีเนียม
ชี้แจงประเด็นข้อสังเกตข้อ 2
สรุป:  พรบ. EEC ไม่ได้อนุญาตต่างด้าวทั่วไปซื้อคอนโดได้ แต่ต้องเป็นผู้ประกอบการและผู้เชี่ยวชาญที่เข้ามาทำอุตสาหกรรมเป้าหมายเท่านั้น
2.1 มาตรา 49 วรรค 2
“ให้ผู้ประกอบกิจการในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษซึ่งเป็นนิติบุคคลและเป็นคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุดมีสิทธิถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุด โดยได้รับการยกเว้นจากการจำกัดสิทธิของคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด”
หมายความว่า 
1) ผู้ได้รับอนุญาตต้องเป็นผู้ประกอบกิจการเท่านั้นจึงจะสามารถใช้สิทธินี้ได้ คือ ต้องเป็นนิติบุคคล หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญ ที่เข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจ อุตสาหกรรมที่มีเทคโนโลยีสูง โดยเฉพาะพวกที่ลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาล  “คนต่างด้าวทั่วไปจะถือเงินเข้ามาซื้อคอนโดไม่ได้” จำนวนคนที่ได้รับอนุมัติจึงไม่มาก และเป็นไปตามความจำเป็น

2) หลังจากที่ต้องเป็นบริษัทหรือ ผู้เชี่ยวชาญตามเงื่อนไขข้อ 1 แล้วจึงสามารถที่จะได้รับได้รับยกเว้นจากกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด ซึ่งจะถือได้มากกว่า 49%  ก็ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการนโยบายประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

3) สาเหตุที่ให้ถือได้มากกว่า 49% มีข้อเท็จจริง 5 ประการคือ

3.1) เมื่อเราต้องการนักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามาประเทศ ก็ต้องให้เขามีอยู่อาศัย ไม่งั้นเขาก็ไม่มาลงทุน หรือมาถ่ายทอดความรู้ให้คนไทย  เมื่อไมให้มีที่ดิน ก็ต้องให้ซื้อคอนโดได้ หลักการนี้ใช้กันทั่วโลก

3.2) EEC ไม่สนับสนุนให้เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ (เช่นนิคมอุตสาหกรรม) สร้างที่อยู่อาศัยแข่งกับเอกชนในบริเวณใกล้เคียง  ดังนั้นจึงสนับสนุนให้ คนไทยในพื้นที่ทำคอนโดให้กับผู้อยู่อาศัยชาวต่างชาติใกล้กับเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ(เช่นนิคมอุตสาหกรรม) ในกรณีนี้ผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่อาจเป็นคนต่างด้าว ดังนั้นจึงให้มีสัดส่วนได้มากกว่า 49% 

3.3) ในปัจจุบัน คอนโดมีเนียมเป็นออฟฟิตคอนโดด้วย คือสร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ทำงาน เช่นกรณีของ ศูนย์ Software Park ซึ่งหากจำกัดที่ให้มีต่างด้าวได้ไม่เกิน 49% จะไม่คล่องตัว และอาจไม่คุ้มที่จะลงทุน กรณีนี้จะเกิดขึ้นใน เขตส่งเสริมนวัตกรรม (EECi) และ เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัล (EECd) 

3.4) คอนโดมีเนียมที่ต่างด้าวถือ ไม่นับว่าเป็นการถือที่ดิน แต่ต้องขายคืนเมื่อไม่ได้ทำงานเช่นเดียวกับที่ดิน  

3.5) การให้สิทธิก็ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการนโยบายประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ซึ่งจะให้กรณีที่เป็นประโยชน์และเป็นความจำเป็น

ขอบคุณภาพจาก ฐานเศรษฐกิจ



3. ให้สิทธิชาวต่างด้าวทำงานโดยไม่ต้องขออนุญาตและไม่จำกัดสิทธิในการประกอบอาชีพ

    ชี้แจงประเด็นข้อสังเกตข้อ 3 

 มาตรา 55  ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ให้ผู้ได้รับอนุญาต (ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด) ให้เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักร ตามมาตรา 54(1) (ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านใด ๆ ที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ) 54(2) (ผู้บริหารหรือผู้ชำนาญการ) มีสิทธิทำงานตำแหน่งหน้าที่การทำงานที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด โดยไม่ต้องได้รับใบอนุญาตทำงานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว แต่ต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเลขาธิการ  ทั้งนี้ ให้ถือว่าหนังสืออนุญาตของเลขาธิการมีสถานะเป็นใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว

 สรุป สิทธิในการทำงานของคนต่างด้าว ในราชอาณาจักร จะให้เฉพาะผู้ประกอบกิจการในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ (เขตเล็ก) และให้ผู้เฉพาะผู้มีความรู้เชี่ยวชาญ ผู้บริหารหรือผู้ชํานาญการ โดยมีคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการนโยบาย กำหนด และมีสิทธิทำงานตำแหน่ง ตามที่คณะกรรมการนโยบายกำหนดเท่านั้น  ทั้งนี้เพื่ออำนวยความสะดวก และชักชวนผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษเข้ามาทำงาน และถ่ายทอดความรู้ให้คนไทย

 

 มาตรา 59  เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ คณะกรรมการนโยบายจะประกาศกำหนดให้ผู้ประกอบกิจการในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ หรือผู้ประกอบวิชาชีพที่เป็นประโยชน์ต่อเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ ได้รับสิทธิพิเศษอื่นใด ตามที่เห็นสมควร ดังต่อไปนี้ก็ได้

 1. ในกรณีที่การประกอบวิชาชีพใดมีกฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพหรือผู้ขออนุญาตต้องมีสัญชาติไทยหรือต้องได้รับใบอนุญาต จดทะเบียน หรือรับรองก่อนการประกอบวิชาชีพตามกฎหมายแล้ว  คณะกรรมการนโยบายอาจประกาศให้ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาต จดทะเบียน หรือรับรองให้ประกอบวิชาชีพนั้นในประเทศที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด  (ต้องมีการกำหนดประเทศก่อน) สามารถประกอบวิชาชีพนั้น เพื่อกิจการในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษได้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด

 สรุป การประกอบวิชาชีพ ตามมาตรา 59 (1 ) คณะกรรมการนโยบายประกาศให้ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาต จดทะเบียนและรับรองวิชาชีพจากประเทศที่กำหนด  ประกอบวิชาชีพในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษได้ ตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก กำหนด ทั้งเพื่อให้สามารถรองรับผู้เชี่ยวชาญระดับสูงให้เข้ามาทำงานในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ(เขตเล็ก)ได้

 

4. การโอนเงินข้ามชาติที่ไม่ต้องผ่านการตรวจสอบ

ชี้แจงประเด็นข้อสังเกตข้อ 4  

มาตรา 58  ผู้ประกอบกิจการในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งได้รับสิทธิในการทำธุรกรรมทางการเงิน มีสิทธิ ดังต่อไปนี้    

  1.ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินทั้งหมดหรือบางส่วน ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด

  2.สามารถใช้เงินตราต่างประเทศเพื่อชำระค่าสินค้าหรือบริการระหว่างผู้ประกอบกิจการในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด 

  

หมายความว่า 

ให้ผู้ประกอบการสามารถถือบัญชีเงินตราต่างประเทศได้ โดยไม่ต้องรีบแลกเป็นบาท และสามารถให้เงินตราต่างประเทศนั้นใช้ชำระค่าสินค้าและบริการภายในเขตส่งเสริมได้

 

สาเหตุที่ให้สิทธิประโยชน์ข้อนี้เพราะ

1) โดยข้อเท็จจริงนักลงทุนต่างชาติปรกติจะไม่นำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในไทยหากบังคับให้ต้องแลกเป็นบาท นอกจากนั้น การชำระค่าสินค้ามักจะทำโดยใช้ธนาคารในต่างประเทศเป็นเงินตราต่างประเทศเพราะไม่ต้องการแลกเป็นบาท  ดังนั้นการเปิดให้สิทธิเรื่องนี้จะทำให้ประเทศไทยมีเงินตราต่างประเทศเข้ามา และสามารถเห็นการชำระค่าสินค้าได้ภายในประเทศ 

2) ได้รับการยืนยันว่าขณะนี้ประเทศไทยมีเงินสำรองระหว่างประเทศมากเพียงพอที่จะอำนวยความสะดวกในด้านนี้ให้กับธุรกิจส่งเสริมคือ อุตสาหกรรมเป้าหมาย ภายใน EEC ได้ การดำเนินการครั้งนี้จึงเป็นกระบวนการที่จะปรับปรุงระบบการเงินในประเทศ

3) อย่างไรก็ตามหากมีปัญหาเรื่องเสถียรภาพทางการเงิน ธปท.สามารถเข้ามากำกับดูแลได้ทันที



เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม