ภาษีน้ำหวาน..ทำน้ำอัดลม"ขึ้นราคา-ลดไซซ์"งัดกลยุทธ์.. จับตาศึก"น้ำดำ" มูลค่ากว่า5 หมื่นล้านบาท !!??

Publish 2018-02-18 20:40:55



ภาษีนํ้าหวานพ่นพิษ “นํ้าอัดลม” สุดอั้นซุ่มปรับราคา “อาร์ซี” โอดขอเพิ่ม 1 บาทในร้านเซเว่นฯ ขณะที่แบรนด์ยักษ์แห่ปรับไซซ์-สูตร-ราคาใหม่

หลังมาตรการการจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มที่มีค่าความหวานหรือนํ้าตาลมากกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือ “ภาษีนํ้าหวาน” มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2560 ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น 2% แม้จะอยู่ในช่วงผ่อนผันให้ผู้ประกอบการได้ปรับตัวเป็นระยะเวลา 2 ปี ก่อนจะมีผลบังคับใช้จริงในปี 2563 การปรับขึ้นดังกล่าวส่งผลให้เครื่องดื่มหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นชาพร้อมดื่ม นํ้าผลไม้ กาแฟพร้อมดื่มต้องปรับราคาขึ้น ขณะที่ตลาดนํ้าอัดลมยังคงยื้อที่จะทำตลาดในราคาเดิม แต่ล่าสุดพบว่ามีบางแบรนด์ปรับราคาขึ้นแล้ว

โดยล่าสุดพบว่าอาร์ซี โคล่าที่วางขายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่นได้ปรับราคาขึ้น 1 บาทในขนาด 450 มล. จากเดิมราคา 13 บาทเป็น 14 บาท โดยให้เหตุผลว่า เพราะต้องเสียภาษีนํ้าหวานที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้น ขณะที่ร้านเซเว่นฯ ถือเป็นช่องทางการจำหน่ายหลักเพราะมีสัด ส่วนยอดขายกว่า 70% ขณะที่ขายผ่านร้านโชวห่วยเพียง 30%
 



นอกจากนี้อาร์ซี ยังมีแผนพัฒนาเครื่องดื่มใหม่ในพอร์ตกลุ่ม Non-Cola ออกวางจำหน่ายเพิ่มมากขึ้น แตกต่างจากคู่แข่งที่เน้นการพัฒนาสูตรใหม่นํ้าตาลน้อย หรือไม่มีนํ้าตาลออกวางขาย รวมถึงการปรับไซซิ่งให้มีความหลากหลาย ทำให้สามารถทำราคาได้มากขึ้น

“เมื่อต้นทุนสูงจนเกินไปก็ต้องปรับขึ้นราคา แต่เป็นการปรับ เพียงเล็กน้อย เพื่อบาลานซ์ต้นทุนกับราคาขายให้เหมาะสมเท่านั้นไม่ได้ขึ้นเพื่อเพิ่มยอดขาย” นายชาคริต อัศววศิน ที่ปรึกษาการตลาด อาวุโส บริษัท สากล เบเวอเร็ดจ์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มอัดลม “อาร์ซี โคล่า” ให้เหตุ ผลถึงการปรับขึ้นราคาครั้งนี้

การเลือกใช้กลยุทธ์ไซซิ่ง เข้ามาทำตลาดของแบรนด์ “เป๊ปซี่” ที่ปรับขนาดขวดให้เล็กลง แต่มีราคาเท่าเดิม ซึ่งกลยุทธ์นี้ง่ายต่อการแข่งขันและไม่เป็นภาระต่อผู้บริโภค ขณะที่เจ้าตลาดอย่าง “โค้ก” จะยังคงราคาขายแบบเดิมไว้โดยไม่หันมาเล่นเรื่องขนาด เนื่องจากยังสามารถสร้างยอดขายได้มากกว่าผู้เล่นแบรนด์อื่น และเลือกที่จะเปิดตัวเครื่องดื่มในหมวดอื่นๆ ออกทำตลาด และเพิ่มการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ในโค้ก ซีโร่ สูตรไม่มีนํ้าตาล เพื่อกระตุ้นยอดขายแทนด้านแบรนด์ นํ้าอัดลมสัญชาติไทย “เอส” ที่แม้จะมีช่องทางการจำหน่ายที่เข้าถึงร้านค้าดั้งเดิมเป็นจุดแข็ง แต่ด้วยรสชาติที่ยังไม่โดนใจทำให้ยอดขายไม่เปรี้ยงปร้างเท่ากับช่วง แรกๆ ล่าสุดการทำตลาดปีนี้จึงสาดสีสันกระตุ้นตลาดเต็มที่ด้วยการต่อสัญญาปีที่ 3 กับ “GOT7” แบรนด์แอมบาสซาเดอร์พร้อมส่งหนังโฆษณาชุดใหม่ลงจอ



ขณะที่ “บิ๊ก โคล่า” ซึ่งแจ้งเกิดในเมืองไทยด้วยกลยุทธ์ป่าล้อมเมือง และราคาที่จำหน่ายเพียง 10 บาท จึงเป็นที่ถูกใจชาวบ้านและยึดครองยอดขายในร้านโชวห่วยได้มากโข ล่าสุดหลังการปรับขึ้นภาษีนํ้าหวาน “บิ๊ก” ก็ประกาศเป็นพันธมิตรกับแม็คโคร เปิดตัวนํ้าอัดลมใหม่ “บิ๊กม็อกเทลปาร์ตี้” 2 รสชาติใหม่ ได้แก่ กลิ่นบลูฮาวายและกลิ่นบับเบิ้ลกัม วางขายแบบเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะในแม็คโครเท่านั้น หลังจากนี้คงต้องจับตามองว่าแบรนด์นํ้าอัดลมใดที่จะยืนราคาเดิมหรือจะซุ่มปรับขึ้นราคาเพราะแบกรับภาระต้นทุนไม่ไหวในซัมเมอร์นี้

สำหรับภาพรวมตลาดนํ้าอัดลมปีนี้คาดว่าจะเติบโต 3-5% จากมูลค่าตลาดรวม 6.5-7 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นตลาดนํ้าดำ 5 หมื่นล้านบาท และตลาดนํ้าสี 1-2 หมื่นล้านบาท

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,340 วันที่ 15 - 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561



เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม


Suggess News

Recommend News