"มึงไม่เคยโรแมนติกเลยนะ" !!! วี๊ดวิ๊ว...เมื่อรุ่นใหญ่ทำเซอไพรส์ในวันวาเลนไทน์ หวานแหววสุดพลัง บอกเลยอิจฉาโคตรๆ! (มีคลิป)

Publish 2018-02-14 13:07:15



14 ก.พ. ของทุกๆปีเป็นที่รู้กันว่าตรงกับวันแห่งความรัก คู่รักหลายต่อหลายคู่ต่างทำเซอไพรส์และหาของขวัญแทนใจเพื่อมอบให้คนที่รักทำเอาคนโสดอิจฉาตาร้อนกันเป็นแถว

และในปีนี้เองได้มีคู่รักคู่หนึ่งทำเซอไพรส์กันแบบหวานแหววชนิดที่ต้องบอกว่าฆ่าคนโสดตายกันเป็นแถว เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อMaliwan Obmalee ได้โพสต์คลิปวีดีโอคุณตาคนหนึ่งทำเซอไพรส์ภรรยาสุดที่รักด้วยของขวัญพร้อมหอมแก้มเบาๆ ทำเอาลูกหลานกรี๊ดกร๊าดกันยกใหญ่



วันที่ 14 ก.พ. 2561 คุณ Maliwan Obmalee โพสต์คลิปวีดีโอพร้อมคำบรรยาย

ยาย : เมิงไม่เคยโรแมนติก เลยน้ะ 55555 
ตา : วันนี้วันวาเลนไทน์พี่มีดอกไม่มามองให้น้องโจ๋ที่รัก 55555
ตา 62 ปี ยาย 60 แล้วน้ะ 



คุณตาโผล่เซอไพรส์คุณยายด้วยช่อของขวัญสีชมพูและคำพูดหวานๆ ตบท้ายด้วยหอมแก้มแบบน่ารักๆ บอกเลยว่าใครเห็นก็ต้องอิจฉาในความรักของทั้งคู่อย่างแน่นอน

สำหรับเทศกาลวาเลนไทน์ (Valentine's Day) เริ่มมีขึ้น ตั้งแต่ยุคที่จักรวรรดิโรมันเรืองอำนาจ ในยุคนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี ถูกจัดให้เป็นวันหยุดเพื่อเป็นเกียรติแต่เทพเจ้าจูโนผู้เป็น จักรพรรดินีแห่งเทพเจ้าโรมัน นอกจาก นี้แล้วพระองค์ยังทรงเป็นเทพเจ้าแห่ง อิสตรีเพศและการแต่งงานและในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เป็นวันเริ่มต้นเทศกาล เฉลิมฉลองแห่งลูเพอร์คาร์เลีย การดำเนินชีวิตของหนุ่มสาวจะ ถูกตัดขาดออกจากกันอย่างสิ้นเชิง

ในรัชสมัยของ จักรพรรดิคลอดิอัส ที่ 2 (Emperor Claudius II) แห่ง กรุงโรม พระองค์ ทรงเป็นกษัตริย์ที่มี ใจคอดุร้ายและทรงนิยม การ ทำสงครามนองเลือด ได้ทรงตระหนักว่าเหตุที่ ชายหนุ่มส่วนมากไม่ประสงค์จะเข้าร่วม ในกองทัพเนื่องจากไม่อยากจากคู่รัก และครอบครัวไป จึงทรงมีพระราชโอง การสั่งห้ามมิให้มีการจัดพิธีหมั้นและ แต่งงานกันในโรมโดยเด็ดขาด ทำให้ ประชาชนทุกข์ใจเป็นอย่างยิ่ง

และขณะนั้น มีนักบุญรูปหนึ่งนามว่า เซนต์วาเลนไทน์ หรือวาเลนตินัส ซึ่งอาศัยอยู่ในโรมได้ ร่วมมือกับเซนต์มาริอัสจัดพิธีแต่งงานให้กับ ชาวคริสต์หลายคู่ และด้วยความปรารถนาดีนี้เองจึงทำให้วาเลนไทน์ถูกจับและระหว่างนี้ก็ยังคงส่งคำอวยพรวาเลนไทน์ ของเขาเองขณะที่เขาเป็นนักโทษ เป็นความเชื่อว่าวาเลนไทน์ได้ตกหลุมรักหญิง สาวที่เป็นลูกสาวของผู้คุมที่ชื่อจูเลีย ซึ่งได้มาเยี่ยมเขาระหว่างที่ถูกคุมขัง ในคืนก่อนที่วาเลนไทน์จะสิ้นชีวิตโดยการถูกตัดศีรษะ เขาได้ส่งจดหมายฉบับ สุดท้ายถึงจูเลีย โดยลงท้ายว่า "From Your Valentine" 

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 หลังจากนั้นศพของเขาได้ถูก เก็บไว้ที่โบสถ์ พราซีเดส (Praxedes) ณ กรุงโรม จูเลียได้ปลูกต้นอามันต์ หรืออัลมอลต์สีชมพู ไว้ใกล้หลุม ศพของวาเลนตินัส แด่ผู้เป็น ที่รักของเธอ โดยในทุกวันนี้ ต้นอามันต์สีชมพูได้เป็นตัวแทน แห่งรักนิรันดรและมิตรภาพ อันสวยงาม และคำนี้ก็เป็นคำที่ใช้มา จนถึงปัจจุบัน ถึงแม้ว่าเบื้อง หลังความเป็นจริงของวาเลนไทน์จะเป็นตำนานที่มืดมัว แต่เรื่องราวยังคงแสดงให้เห็นถึงความรู้สึกสงสาร ความกล้าหาญและที่สำคัญที่สุดเป็นเครื่องหมาย ของความโรแมนติค จึงไม่น่าประหลาดใจ เลยว่าในช่วงยุคกลางวาเลนไทน์เป็นนักบุญ ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในอังกฤษและฝรั่งเศส

ต่อมาพระในนิกายโรมันคาทอลิกจึงเลือกให้ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันเฉลิมฉลอง เทศกาลวันแห่งความรักและดูเหมือนว่ายัง คงเป็นธรรมเนียมที่ชายหนุ่มจะเลือก หญิงสาวที่ตนเองพึงใจในวันวาเลนไทน์ (Valentine's Day) สืบต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้

 

 

 

 

 

ขอบคุณ Maliwan Obmalee และ ประวัติวาเลนไทน์


เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล


Suggess News