"ม.44 ปลดล็อคการเมือง"ส่อขัดแย้งในตัวเอง "คสช."อย่านิ่งนอนใจ ชี้แจงข้อเท็จจริง..หากผิดบ่อยๆอาจสั่นคลอนได้!!

Publish 2017-12-25 12:14:02



ยังอยู่ที่เรื่องของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่  53/2560  เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง นอกเนื่องจากความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้า โดยเฉพาะการปลดล็อคพรรคการเมืองที่จะต้องจับตาในวันที่1 เมษายน 2561 ที่จะถึงนี้

 

อีกหนึ่งประเด็นที่เป็นที่ถกเถียงกันอยู่ นั่นก็คือ เนื้อหาของคำสั่งดังกล่าว มีความขัดแย้งกันในตัวเอง ระหว่าง คำสั่งในข้อ1 ที่ระบุถึงเงื่อนไขการดำรงอยู่ของสมาชิกพรรคการเมืองต่างๆ โดยมีนายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นผู้เปิดประเด็น เมื่อวันที่23ธันวาคม 2560ที่ผ่านมา

 

 

นายนิกร  กล่าวว่า เนื้อหาที่มีการแก้ไขขาดการประสานงานพูดคุยกับนักการเมือง เพราะพบประเด็นปัญหา โดยเฉพาะประเด็นของสมาชิกพรรคการเมืองที่ต้องยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคด้วยการชำระค่าบำรุงพรรค ซึ่งตนมองว่ามีความขัดกันระหว่าง คำสั่งข้อ 1 ที่ให้แก้ไขมาตรา 140 ซึ่งกำหนดให้สมาชิกพรรคทำหนังสือยืนยันพร้อมชำระค่าบำรุงพรรคการเมือง ภายใน 30 วันนับจากวันที่ 1 เมษายน 2561 หากพ้นกำหนดดังกล่าวถือว่าพ้นจากการเป็นสมาชิกพรรค ซึ่งขัดแย้งกับส่วนที่แก้ไข มาตรา 141 (2) และ (3) ที่กำหนดจัดให้สมาชิกพรรคที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม จำนวน 500 คนชำระค่าบำรุงพรรค ภายใน 180 วัน และอีกไม่น้อยกว่า 5,000 คนภายใน 1 ปีและไม่น้อยกว่า 10,000 คนภายใน 4 ปีนับจากวันที่ 1 เมษายน 2561 และหากพ้น 4 ปีสมาชิกพรรคยังไม่ชำระค่าบำรุงพรรคให้พ้นจากความเป็นสมาชิก



 

นายนิกร  กล่าวต่อว่า "เหตุที่ขัดกันก็เพราะว่า ในเมื่อกฎหมายกำหนดให้ผู้ไม่ชำระค่าบำรุงพรรคต้องพ้นสภาพไปตั้งแต่ภายใน 30 วันแรกแล้วก็เท่ากับไม่มีความเป็นสมาชิกภาพเหลือ การจะกำหนดให้คงสภาพถึง 4 ปีนั้น จึงเป็นความขัดกัน ผมไม่ทราบว่า เป็นการตั้งใจหรือไม่ แต่การเขียนคำสั่งแบบนี้ โดยเฉพาะเรื่องสมาชิกพรรคการเมืองเท่ากับเป็นซ่อนรูปเพื่อจะรีเซตสมาชิกพรรคในรูปแบบหนึ่ง เพราะได้สร้างความลำบากให้พรรคการเมืองมากกว่าเนื้อหาเดิมก่อนการแก้ไข"

 

 

จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ การเขียนคำสั่งในลักษณะดังกล่าว ได้สร้างความสับสน มึนงงให้แก่ประชาชน และต่างวิพากษ์ วิจารณ์ จนเป็นที่โจษจัน ถึงความรอบคอบของฝ่ายกฏหมายและหน่วยตรวจสอบของคสช.ที่ปล่อยให้เกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น  โดยก่อนหน้านี้มีการตั้งข้อสังเกตว่าคำสั่ง คสช.มักมีข้อผิดพลาด อาจจะทำให้ตีความหมายผิดไปจากเดิม หรือ สิ่งที่ควรจะเป็น..

 

จากการตรวจสอบเเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้เผยแพร่ประกาศ “แก้ไขข้อความคลาดเคลื่อน คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ “ ลงวันที่ 23ธันวาคม 2560

 

สํานักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ขอแก้ไขข้อความคลาดเคลื่อนในคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ ที่ 53/2560 เรื่อง การดําเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศและงานทั่วไป 

เล่ม134 ตอนพิเศษ 317 ง หน้า 9 วันที่ 22 ธันวาคม 2560


ข้อความในข้อ 1 ของคําสั่งดังกล่าวในบรรทัดที่ 4 ของ (2) ของมาตรา 141 จาก “...พร้อมด้วยหลักฐานแสดงการชําระ ค่าบํารุงพรรคการเมืองสําหรับปีที่พระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับภายในสิบห้าวัน...” เป็น “...พร้อมด้วย หลักฐานแสดงการชําระค่าบํารุงพรรคการเมืองภายในสิบห้าวัน...” 



ทั้งนี้การออกมาแก้ไขคำสั่งของหัวหน้าคสช. ในลักษณะดังกล่าว ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกจากการตรวจสอบย้อนหลังเคยเกิดขึ้นมาแล้ว!!  ยกตัวอย่าง เช่น

 

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 5/2558  ลงวันที่ 10 เมษายน พ.ศ.2558

เรื่องแก้ไขคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 3/2558

ตามที่มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558 เรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ ลงวันที่ 1 เม.ย.2558 นั้น

 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 หัวหน้า คสช.โดยความเห็นชอบของ คสช. จึงมีคำสั่งให้ต่อไปนี้

ข้อ 1 คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ 2 ให้ยกเลิกข้อความในข้อ 2 ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 3/2558 เรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ ลงวันที่ 1 เม.ย.2558 และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน

“ข้อ 2 ในคำสั่งนี้

“เจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย” หมายความว่า ข้าราชการทหาร ซึ่งมียศตั้งแต่กว่าชั้นร้อยตรี เรือตรี เรืออากาศตรี ขึ้นไป ซึ่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติแต่งตั้งให้ปฏิบัติ การตามคำสั่งนี้

“ผู้ช่วยเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย” หมายความว่า ข้าราชการทหาร ซึ่งมียศต่ำกว่าชั้นร้อยตรี เรือตรี เรืออากาศตรี ลงมานั้น และ หมายความรวมไปถึงทหารประจำการ ทหารกองประจำการ และอาสาสมัครทหารพราน ซึ่งหัวหน้า คสช.หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้า คสช.แต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามคำสั่งนี้

 

 

ซึ่งการแก้ไข ได้เพิ่มเติม ประโยค “..หรือ ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติแต่งตั้งให้ปฏิบัติ..” และ ประโยค “..และ หมายความรวมไปถึงทหารประจำการ ทหารกองประจำการ และอาสาสมัครทหารพราน..”

 

 

อย่างไรก็ตามการตั้งข้อสังเกตของนายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา จะถูกหรือไม่นั้น คสช.ไม่ควรนิ่งนอนใจ ต้องมาชี้แจ้งข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น  ให้ประชาชน นักการเมือง หรือสมาชิกพรรคการเมือง เข้าใจในทิศทางเดียวกัน เพราะหากปล่อยไว้แบบนี้  แน่นอนว่า จะส่งผลกระทบต่อความหน้าเชื่อถือ ของคสช. และที่รับผลกระทบไปเต็มๆ ก็คงหนีไม่พ้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะ “หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาต” หรือ คสช.!!!!!



เรียบเรียงโดย

วัชราวรรณ สุขสวัสดิ์