ประตูนรกเปิดขึ้นแล้ว!!! ทรัมป์NoสนNoแคร์ แถลงย้ายเมืองหลวงจะเกิดสันติภาพในตะวันออกกลางแม้ทั่วโลกจะคัดค้านก็ตาม (ชมคลิป)

Publish 2017-12-07 14:46:17



เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (6 ธ.ค. 60)  ทรัมป์ปรากฏตัวในห้องรับรองของธรรมเนียบขาวทามกลางฉากหลังที่ประดับตกแต่งอย่างประณีตให้เข้ากับเทศกาลคริสมาสต์แก่ทั่วโลกว่าอเมริกายอมรับให้กรุงเยรูซา เป็นเมืองหลวงของอิสราเอลอย่างเป็นทางการ และจะมีการย้ายสถานฑูตอเมริกาไปยังเมืองหลวงแห่งใหม่ด้วย คืนนั้นทรัมป์ออกมาแถลงการณ์การลงนามและแสดงความคิดเห็นว่า "ผมได้พิจารณาแล้วว่าถึงเวลาที่จะต้องยอมรับอย่างเป็นทางการว่ากรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล" นายทรัมพ์กล่าว "ในขณะที่ประธานาธิบดีคนก่อน ๆ ได้ทำสัญญาการรณรงค์ที่สำคัญนี้พวกเขาก็ไม่สามารถส่งมอบได้ วันนี้ผมทำได้ และเมื่อผมเข้ามารับหน้าที่ผมสัญญาว่าจะมองไปที่ความท้าทายของโลกด้วยดวงตาที่เปิดกว้างและความคิดที่สดใหม่ " ทรัมป์กล่าวอย่างหนักแน่นว่ากฎหมายของรัฐบาลกลางในช่วงกลางปี ​​1990 ซึ่งกำหนดให้มีการโยกย้ายสถานทูต "เราปฏิเสธที่จะยอมรับทุนของอิสราเอลเลยทีเดียว" ทรัมป์กล่าวเสริม 'แต่วันนี้เราก็ได้รับทราบอย่างชัดเจนว่าเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล นี่เป็นอะไรที่มากกว่าหรือน้อยกว่าการรับรู้ถึงความเป็นจริง มันเป็นสิ่งที่ถูกต้องในการทำ และเป็นสิ่งที่ต้องทำ!!!"



ในช่วงเช้าวันนี้ (7 ธ.ค.60) กลุ่มปาเลสไตน์และกลุ่มอิสลามนับพันหมื่นคนได้รวมตัวกันประท้วงที่ท้องถนนและนำธงชาติของสหรัฐฯออกมาเผาธงชาติของสหรัฐฯ พร้อมเขียนข้อความว่า "เปิดประตูนรก" ทำให้กองกำลังความมั่นคงของอิสราเอลเตรียมรับมือสำหรับความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น ในเวลาต่อมาสถานฑูตสหรัฐฯในจอร์แดนก็ถูกปิดล้อมในทุกด้าน ทำให้ผู้นำระดับโลกรวมถึงสมเด็จพระสันตะปาปาเริ่มเคลื่อนไหวและออกมาต่อต้านมาตรการดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าอาจบ่อนทำลายกระบวนการทางสันติภาพ โดยสมเด็จพระสันตะปาปากล่าวว่า " ฉันขออุทธรณ์จริงจังเพื่อให้ทุกคนยอมรับตัวเองเพื่อเคารพสถานะเดิมของเมืองตามความเหมาะสมของสหประชาชาติ" และยังบอกแก่ชาวโรมันคาทอลิกอีกนับพันคนว่า "ฉันไม่สามารถนิ่งเฉยกับความห่วงใยของฉันเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา" ซึ่งรัฐบาลตุรกีก็กล่าวว่าเหตุการณืในครั้งนี้จะทำให้ประเทศและโลกลุกไหม้ "ไฟที่ไม่มีวันสิ้นสุด"

 



ด้านนายรามิแฮมดาลลาห์นายกรัฐมนตรีปาเลสไตน์กล่าวว่า ไม่มีทางที่เราจะสามารถเจรจากับชาวอเมริกันได้ กระบวนการทางสันติภาพถูกยุติ นั้นเป็นเรื่องที่พวกเขาเตรียมไว้ก่อนแล้ว" ขณะที่มานิโคลัส เบิร์น ซึ่งเคยเป็นอดีตสมาชิกของคณะกรรมการนโยบายต่างประเทศในขณะที่พรรคเดโมแครตจอห์นเคอร์รีเป็นเลขาธิการแห่งรัฐแสดงความคิดเห็นว่า "ผมเชื่อว่านี้เป้นการตัดสินใจที่ผิดพลาด และนั้นจะส่งผมให้อิทธิพลของสหรัฐฯที่มีต่อชาวปาเลสไตน์และโลกของมุสลิม" ท่ามกลางเสียงที่ไม่พอใจในการกระทบของทรัมป์นับหมื่น John Hagee หนึ่งในผู้สนับสนุนการกระทำของทรัมป์เปิดเผยว่า "ประธานาธิบดีทรัมพ์บอกผมเมื่อครั้งสุดท้ายที่เราพูดเกี่ยวกับสถานทูตว่าเขาจะไม่ทำให้เราผิดหวังพูดถึงชุมชนของพระเยซูคริสต์และในวันนี้เขาก็รักษาคำมั่นสัญญาไว้' ฮาเย่พูดพูดอเมริกาและอิสราเอลธงหน้า ประธานาธิบดีทรัมพ์ได้ยืนหยัดกล้าได้กล้าเสียและกล้าหาญซึ่งจะได้รับการจดจำในประวัติศาสตร์ตลอดไป" และยังกล่าวอีกว่าทรัมป์จะก้าวเข้าสู่ความเป็นอมตะทางการเมือง

 

 

ขอบคุณคลิปจาก Dailymail


เรียบเรียงโดย

จิระนันท์ เมฆปัจฉาพิชิต


Recommend News