เสี่ยปัญญา เฮียฮ้อ อยู่ไหน มาลีนนท์ ลุกขึ้นสู้แล้ว....?

Publish 2017-12-06 15:25:10



ช่อง3 หรือจะยอมเป็น ช้างล้ม ตลอดไป ติดตามเพจRichman can do

จากคนที่เคยเป็นแชมป์ครองตลาดสื่อทีวี มายาวนาน อย่าง ช่อง 3 ของตระกูล"มาลีนนท์" แต่หลังจากที่ภาพถูกโยงไปพัวพันกับการเมืองและต้องเสียพิธีกรชื่อดังไป ก็ไม่น่าเชื่อว่า เรตติ้งของช่องและผลดำเนินงานของช่องจะตกฮวบลงมาก เหมือน ช้างล้ม จากบริษัทที่เคยกำไรไตรมาสละ 200-300 ล้านบาท  เหลือเพียงไตรมาสละ 20 กว่าล้านบาท เพราะเจอต้นทุนดำเนินงานที่สูงขึ้น ทั้งค่าใช้จ่ายและพนักงาน
 



อย่างไรก็ตาม ในค่ายสื่อดิจิทัลทีวี ยังมี 2 บริษัทที่ผลดำเนินงานโดดเด่นชัด ได้แก่ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ RS และ   บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ WORK 
โดย RS ไตรมาส3 ปีนี้มีกำไร 123.79 ล้านบาท หรือ 0.1281 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้น 303 % จากงวดเดียวกันปี 2559 ที่ขาดทุน 60.99 ล้านบาท หรือ -0.0631 บาท/หุ้น  รับรายได้จากธุรกิจสุขภาพและความงามโดยมีรายได้ 422.8 ลบ. เพิ่มขึ้น 373.3 ล้านบาท หรือ 754.8%  ด้านรายได้จากสื่ออยู่ที่ 470.2 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันปีก่อน 5.7% หลังรายได้โทรทัศน์ดาวเทียม - วิทยุลดลง 
ส่วนผลดำเนินงานงวด 9 เดือนปี 2560 มีกำไร 222.84 ล้านบาท หรือ 0.2305 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปี 59 ที่ขาดทุน 39.07 ล้านบาท หรือ - 0.0397 บาท/หุ้น 
สำหรับ  WORK ผลประกอบการไตรมาส3/60 กำไร 379.97 ล้านบาท หรือ 0.903 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้น 252% จากงวดเดียวกันที่มีกำไร 108.01 ล้านบาท หรือ 0.259 บาท/หุ้น  แบ่งเป็นรายได้จากรายการโทรทัศน์ เพิ่มขึ้น 315.26 ล้านบาท จากช่อง เวิร์คพอยท์ ขณะที่รายได้จากช่อง เวิร์คพอยท์  เพิ่มขึ้น 298.56 ล้านบาท ขณะที่สื่อออนไลน์มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 9.83 ล้านบาท  ส่วนงวด 9 เดือนปี 2560 มีกำไร 926.14 ล้านบาท หรือ 2.206 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปี 59 ที่มีกำไร 270.63 ล้านบาท หรือ 0.649 บาท/หุ้น 
ส่วนช่อง 3 หรือ  BEC แจ้งผลดำเนินงานไตรมาส 3 ปีนี้มีกำไรสุทธิที่ 34.8 ล้านบาท ลดลง 86.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 251.1 ล้านบาท
ดังนั้นปี 2018 เป็นปีที่เราจะได้เห็นภาพชัดใครจะอยู่ ใครจะไป ในธุรกิจสื่อทีวีดิจิทัล จาก4-5 ปีที่ผ่านมาต่างเลือดกลบปากถ้วนหน้า
โดยเฉพาะช่อง 3 ของกลุ่มบริษัทบีอีซีเวิลด์ จำกัด(มหาชน) ที่ทั้งผลประกอบการและราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ปรับตัวลงในทิศทางเดียวกัน



งานนี้แชมป์อย่าง"มาลีนนท์" ไม่ยอมล้มนานแน่ หลังจากเพิ่งปรับโครงสร้างภายในองค์กร โดยดึงมืออาชีพจากค่าย เอไอเอส เข้ามาเสริมทัพ และเปลี่ยนหัวเรือใหญ่เป็น 
"ประชุม มาลีนนท์" น้องชายคนเล็กของตระกูลที่ดูแลด้านธุรกิจไอที ให้ขึ้นมา และกลายเป็นแรงกดดันอย่างสูงให้กับ ซีอีโอ คนใหม่ของช่อง 3 จะนำพาองค์กรขึ้นมาอย่างไร ให้ได้กำไรในระดับตัวเลข  3 หลักเช่นเดิม 
เมื่อไม่นานมานี้ จึงได้เห็นภาพ ประชุม มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท บีอีซีเวิลด์ ขึ้นมาแถลงทิศทางดำเนินงาน ในปี 2518ภายใต้นโยบาย
“ก้าวที่มั่นคงของของบีอีซี เวิลด์” ที่มุ่งลงทุนในคอนเทนต์ที่หลากหลาย สนุก พร้อม ๆ กับพัฒนานิวมีเดียเพื่อเพิ่มช่องทางรับชม โดยมีแผนจะเพิ่มอัตราการรับชม และเพิ่มรายได้ โดยยึดผู้ชมเป็นศูนย์กลาง จึงได้มีการสร้างผังรายการที่โดนใจผู้ชม เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นมา อีกทั้งยังมีทีมการตลาดที่ช่วยให้เข้าใจ insight ของผู้ชมได้ 

ขณะที่รายการข่าว ซึ่งเคยเป็นจุดเด่นของทางช่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้น ได้ปรับรายการเรื่องเล่าเช้านี้ รวมถึงนำเสนอรายการเพิ่มเติมเช่น คลิปข้างศาล ที่มีทนายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์เป็นผู้ดำเนินรายการเข้ามาด้วยเช่นกัน
ปัจจุบัน ช่องทางนำเสนอบนแพลตฟอร์มดิจิทัลของกลุ่มบีอีซี เวิลด์นั้นประกอบด้วยแอปพลิเคชัน Channel 3 Live ที่มีผู้ติดตามอยู่ 2.5 ล้านคนต่อเดือน, Mello, YouTube และ Facebook ซึ่งสองช่องทางหลังนี้ยังต้องเจอกับคู่แข่งรายอื่น ๆ อีกมากด้วย ส่วนเว็บไซต์ www.ch3thailand.com นั้นทางคุณประชุมเผยว่ามีผู้เข้าเยี่ยมชม 300,000 – 400,000 คนต่อวัน
ส่วนในเรื่องของรายได้นั้น ประชุมกล่าวว่า ขอให้รอสักระยะ คาดว่าเข้าสู่ช่วงต้นปีหน้า (2018) ไปแล้วจะสามารถเห็นภาพได้ชัดขึ้น


เรียบเรียงโดย

บุษบา ศรีลาปัง