"สนธิญาณ" ชี้ !!! "ยิ่งลักษณ์" มีเจตนาหนีแต่ต้น !!! ถึงเวลาปิดฉากการเมืองเพื่อไทย ????

Publish 2017-08-26 23:14:26




สนธิญาณ : ทำไมมั่นใจว่าคุณยิ่งลักษณ์จะหนี ก็เพราะคุณทักษิณหนีคดีไปก่อนแล้ว 

 

บากบั่น : คุณทักษิณหนี คุณยิ่งลักษณ์ก็ต้องหนี

 

สนธิญาณ : ถูกครับ ไม่มีเหตุผลอะไรที่คุณทักษิณหนีแล้วคุณยิ่งลักษณ์ไม่หนี เพราะคุณทักษิณตัดสินใจเข้าสู่การเมืองด้วยตัวเองตั้งใจมาเล่นการเมือง คดีที่จะโดนจำคุกแค่ 2 ปี ไม่กล้าที่จะรับสภาพแล้วก็หนีไป ทำไมถึงหนีเพราะคิดว่าตัวเองมีเงินเยอะแยะจะมาติดคุกอยู่ทำไม ก็มีถึงกรณีของคุณยิ่งลักษณ์แบบเดียวกัน คุณยิ่งลักษณ์ไม่ได้เข้าสู่การเมืองเพราะความตั้งใจของตัวเอง พี่ชายเอามาใช้เพื่อหวังที่จะสร้างกระบวนการทางการเมือง เอาความน่ารัก ความเป็นผู้หญิงอะไรก็ตามแต่มาใช้ในทางการเมือง แล้วสร้างกระแสเพื่อจะดันไปสู่ออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพียงแต่ก่อนเข้ามาเล่นการเมืองก็ไปสร้างนโยบายต่าง ๆ ขึ้นมา เพราะฉะนั้นพอถึงจุดนี้คุณทักษิณก็ไม่ยอมให้คุณยิ่งลักษณ์ติดคุกหรอก เพราะตัวเองยังไม่กล้าติดคุกและจะปล่อยให้ผู้หญิงที่ไม่เคยรู้อิโหน่อิเหน่ทางการเมืองแล้วเป็นน้องสาวที่ตัวเองเอามาใช้ประโยชน์ในทางการเมือง

 

สมชาย : นี่เป็นประการที่หนึ่ง คุณทักษิณรู้ได้อย่างไรว่า คุณยิ่งลักษณ์ต้องติดคุก

 

สนธิญาณ : ก็ต้องกลับมาที่รูปคดี แต่ผมให้ดูรูปการณ์อย่างนี้ก่อน เหตุผลที่คิดว่าคุณทักษิณหรือคุณยิ่งลักษณ์เตรียมการจะหนีเราย้อนกลับไปแบบนี้เลย คุณยิ่งลักษณ์เคยออกมาโวยวายสองครั้ง เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2558 บอกว่าลูกความถูกคุกคามสิทธิเสรีภาพ ถูกทหารตำรวจเฝ้าติดตามตลอดเวลา กระบวนการลูกหาบทั้งหลายก็สร้างกระแสตามมา ถัดมา 4 ม.ค. 2560 ออกมาโวยวายอีกครั้งหนึ่งว่าตำรวจทหารยังตามติดอยู่ นี่เขาเรียกว่าเป็นอาการที่ไม่อยากให้ตาม ระหว่างอาการนี้เราไปดูพฤติกรรมคุณยิ่งลักษณ์สร้างกระแสตลอดมาว่าอย่างไรก็ต้องมาฟังคำพิพากษา

 

ฑิฆัมพร : ยืนยันมาตลอดนะครับคุณสนธิญาณ

 

สนธิญาณ : ไม่ใช่ยืนยันอย่างเดียวนะครับคุณบากบั่น ต้องเรียกว่าเป็นการสร้างภาพรวม "มาให้กำลังใจดิฉันหน่อย ดิฉันต้องการกำลังใจ" ทุกคนก็บอกว่ามาให้กำลังใจคุณยิ่งลักษณ์ จะรู้เรื่องหรือไม่รู้เรื่องก็ตามแต่ แต่ทีมงานเตรียมการในการสร้างความรู้สึกว่ายิ่งลักษณ์ อองซาน ซูปู ขนาดนั้นเลย วันนี้ลงรูหนีไปแล้ว เราก็กลับมาดูว่าการสร้างความรู้สึกว่าจับยิ่งลักษณ์ ยิ่งลักษณ์ติดคุก คน 10 ล้านคนจะออกมา สร้างให้คนเชื่อว่ายิ่งลักษณ์ไม่หนีแน่ สู้แน่ แต่ผมก็ยืนยันมาตั้งแต่ต้นว่าพี่ชายยังไม่สู้ เป็นผู้ชายอกสามศอกแท้ ๆ จะยอมปล่อยให้น้องมาติดคุกหรือครับ เดี๋ยวจะตอบปัญหาที่คุณสมชายถามครับ ว่าทำไมถึงมั่นใจว่าคุณมั่นใจจะติดคุก

 

บากบั่น : ผมก็สงสัยมีคำถามตามมาว่า การที่คุณยิ่งลักษณ์ตัดสินใจหนีศาลไม่ไปฟังคำพิพากษา ถามว่าคุณยิ่งลักษณ์ตัดสินใจแบบนี้ ถามว่าใครตัวเบาที่สุดจากการที่คุณยิ่งลักษณ์ตัดสินใจไม่ไปฟังคำพิพากษา หรือภาษาที่คุณสนธิญาณว่า หนี ใครตัวเบาที่สุด

 

สนธิญาณ :  ผมเรียนแบบนี้นะครับ คนที่ต้องตอบก่อนว่าคุณยิ่งลักษณ์หนีไปได้อย่างไร คือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่ได้ไปโยนความผิดให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา หรอกครับ สองก็คือตัว คสช. เอง เพราะการหนีถ้าเฝ้าอยู่ตลอดเวลาหนีไม่ได้หรอกครับพูดกันแบบนี้ คุณยิ่งลักษณ์มีรถอยู่ทั้งสิ้น 8 คัน มีรถปอร์เช่ เคย์แมน ทะเบียน ขข 55 แลนด์โรเวอร์ ทะเบียน ณศ 7145 เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอสแอลเค 200 ทะเบียน กพ 999 เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี คลาส 240 ทะเบียน วก 555 เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอส 280 ทะเบียน วฐ 111 โฟล์คสวาเกน คาราเวล ทะเบียน ฮน 333 บีเอ็มดับเบิลยู 730 ทะเบียน ศษ 222 โตโยต้า วีออส วฉ 777 รถทั้ง 8 คัน ถ้าสนธิญาณรู้ แต่ ผบ.ตร.ไม่รู้ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบไม่รู้ คสช. ไม่รู้ ใช้ไม่ได้

 

สมชาย : รู้แต่อย่างนี้ได้ไหม รู้แต่จงใจให้หนี

 

สนธิญาณ : ต้องไปถาม ผบ.ตร. กับหัวหน้าคณะ คสช.

 

สมชาย : เพราะคุณสนธิญาณก็บอกเมื่อสักครู่ว่า เอาล่ะ คุณยิ่งลักษณ์มาโวยวายว่าตำรวจทหารติดตามถ่ายรูป และผมเชื่อว่าในช่วงสามปีที่ผ่านมาต้องมีการติดตามจริง นอกจากคุณยิ่งลักษณ์และเสื้อแดงต่าง ๆ เข้าไปกวาดล้างเสื้อแดงต่าง ๆ ที่คุณสนธิญาณเคยบอกมาตลอด ถ้ายิ่งใกล้คดีตัดสินอย่างนี้ ถ้าหน่วยงานความมั่นคงไม่ติดตาม แปลกไหมครับ 

 

สนธิญาณ : แปลกสิครับ ก็ผมบอกว่าตามมาตลอดพอถึงตอนใกล้เวลาจุดเดือด ถ้าไม่ตามนี่แปลก เพราะฉะนั้นคำถามที่คุณสมชายถาม ผมก็คิดว่านี่เป็นเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะ คสช. และนายกรัฐมนตรี ก็ต้องตอบสังคม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ก็ต้องตอบ และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ผมจะเรียนก่อนนะครับว่าวันที่ไปอวยพรวันเกิดท่าน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ตอนที่ พล.อ.ประยุทธ์แนะนำว่าท่าน ผบ.ตร. ยังอยู่อีกหลายปีจะเกษียณแต่ถ้าทำงานไม่ได้ก็อาจจะเกษียณเร็ว นี่ก็เตือนให้ระวังไว้

 

บากบั่น : คุณสนธิญาณบอกว่า คสช. ต้องรู้ ผบ.ตร. ต้องรู้ ตอนนี้ถามจริง ๆ รู้หรือไม่

 

สนธิญาณ : ผมไม่รู้ แต่ผมจะขยายความต่อนะครับ เป็นประเด็น วันนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คุมงานทางด้านความมั่นคง รู้ว่าคุณยิ่งลักษณ์ไปทางเกาะช้าง แล้วไปดูไบ ขอเรียนท่านผู้ชมต่อ พล.อ.ประวิตรจะทราบได้อย่างไรก็ไม่รู้ แต่ผมจะอธิบายให้ฟังว่าการที่หนีไปทางเกาะช้าง ต้องมีการเตรียมการจะหนีเมื่อไหร่ไม่รู้ แต่สาระสำคัญคือคุณยิ่งลักษณ์ไม่ได้นั่งเรือจากเกาะช้างไปดูไบแน่

 

บากบั่น : ถูกต้อง ตั้งนั่งเครื่องบิน แล้วนั่งเครื่องบิน ที่เกาะช้างจะมีเครื่องบินหรือครับ 

 

สนธิญาณ : ไม่มีครับ ต้องไปขึ้นเครื่องที่กัมพูชา ซึ่งเป็นเส้นทางทั่วไปที่คนเสื้อแดงที่หนีคดีใช้หลบหนี เพราะฉะนั้นงานนี้ก็ต้องไล่เรียงต่อไป ไม่ได้ไปหาเรื่องประเทศเพื่อนบ้านหรอกครับ ตอนเย็นถัดมากัมพูชาก็ต้องตอบว่ารู้หรือไม่ว่า

 

สมชาย : คุณสนธิญาณครับ กัมพูชา ผู้นำกัมพูชากับผู้นำเราในยุคนี้สนิทสนมกันดี

 

สนธิญาณ : นั่นสิครับ

 

สมชาย : เป็นทหาร

 

สนธิญาณ : ต้องถามดู เพราะเวลาท่านจะไปประเทศไหน จะออกไปประเทศไหนก็ตามแต่ เมื่อท่านเข้าประเทศนั้นท่านต้องมีเอกสาร เอาล่ะเราไม่มีวีซ่าในอาเซียน แต่ต้องมีเอกสารประทับตราเข้าในพาสปอร์ต และเวลาจะออกก็ต้องประทับออก การที่ไม่มีเอกสารรับเข้าออกไม่ได้นะครับ เมื่ออกไม่ได้ก็มีคำถามต่อไปว่า แล้วคุณยิ่งลักษณ์จะนั่งเครื่องบินไปดูไบได้อย่างไร มีคำตอบครับ คำตอบก็คือ บรรดาเครือข่ายคนเสื้อแดงที่หนีอยู่ รวมทั้งตัวคุณทักษิณด้วย เมื่อถึงเวลาพวกนี้จะไม่ใช้พาสปอร์ตไทย จะมีพาสปอร์ตกัมพูชาและพาสปอร์ตประเทศต่าง ๆ ที่พร้อมจะออกให้

 

สมชาย : ออกได้หรือครับคุณสนธิญาณ

 

สนธิญาณ : เขามีวิธีที่จะออก เหมือนคุณทักษิณได้พาสปอร์ต มอนเตเนโก อยากอธิบายให้เห็นก่อนว่าเขาหนีอย่างไร เพราะฉะนั้นปกติทีมของคุณทักษิณที่อยู่ในกัมพูชาจะมีพาสปอร์ตกัมพูชาอยู่จำนวนหนึ่ง อันนี้ผมจะชี้ให้เห็นว่าคุณยิ่งลักษณ์จะไปอย่างนี้ได้ ต้องได้มีการเตรียมการล่วงหน้าไปตามเส้นทางที่ พล.อ.ประวิตร พูดนะครับ เพราะคุณยิ่งลักษณ์ไม่นั่งเรือจากนี่ไปดูไบ แล้วทีนี้ทำไมต้องไปดูไบ เพราะดูไบไม่ต้องใช้วีซ่าเหมือนกัน ดูไบเป็นที่ที่คุณทักษิณอยู่

 

สมชาย : และไม่มีกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน 

 

สนธิญาณ : ผมเรียนได้เลยว่าแหล่งข่าวผมทางความมั่นคงจะชี้ให้เห็นว่า เวลาคุณทักษิณรู้สึกไม่ปลอดภัยในการอยู่ประเทศอื่น ๆ ไม่ว่าจะภัยต่อชีวิต หรือภัยทางกฎหมายว่าจับโดนจับกุมหรือโดนตุกติกก็ตาม คุณทักษิณจะมาตั้งหลักที่ดูไบเสมอ นั่นหมายความว่าเป็นฐานที่จะมีหน่วยอารักขาส่วนตัวและทิศทางของความสัมพันธ์กับผู้บริหารประเทศที่นั่นอยู่ 

 

บากบั่น : ผมมีคำถามคาใจที่คุณสนธิญาณพูดว่า มีการเตรียมตัวเตรียมการมาระยะหนึ่ง เพื่อทำให้คุณยิ่งลักษณ์เดินทางหนีคดีไปต่างประเทศ ถ้าเป็นเช่นนั้นผมคิดว่าสิ่งที่คุณยิ่งลักษณ์เคยอธิบาย เคยชี้แจงกับประชาชนคนไทย โดยเฉพาะคนที่รักใคร่ชอบพอ คุณยิ่งลักษณ์ก็ตีหน้าเศร้า เพราะทุกครั้งก็ยืนยันว่าจะไปสู้ ทุกครั้งบอกยืนยัน ล่าสุดบอกว่าอย่ามาเลย เข้าใจในกำลังใจที่เกิดขึ้นแต่อย่ามา กลัวว่าจะมีคนก่อกวน

 

สนธิญาณ : ผมเรียนแบบนี้ ผมถามท่านผู้ชมที่ติดตามข่าวและทีมข่าวทั้งหลาย ใครที่เห็นตัวคุณยิ่งลักษณ์ตัวเป็น ๆ ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

 

ฑิฆัมพร : อันนี้หมายถึงถามทีมข่าวใช่ไหมครับ ทีมข่าวที่เข้าไปสังเกตการณ์หรือว่าถามประชาชน

 

สนธิญาณ : ผมตอบให้ก่อนเลยครับว่าการที่ได้เห็นตัวคุณยิ่งลักษณ์ตัวเป็น ๆ ครั้งสุดท้ายคือวันที่ 1 ส.ค. 60 การแถลงปิดคดี หลังจากนั้นไม่มีใครเคยเห็นตัวคุณยิ่งลักษณ์

 

สมชาย : เห็นทีวีช่องต่าง ๆ มีรูปที่คุณยิ่งลักษณ์ไปทำบุญ มีเฟซบุ๊ก อันนี้แสดงว่าเทปหลอกหรือครับ

 

สนธิญาณ : หลอกไม่หลอกมีประเด็นให้ติดตามครับ 

 



สนธิญาณ : ปกติคุณยิ่งลักษณ์จะมีเรียกว่าทีมงานหัวหน้าทีมอยู่คนหนึ่งชื่อว่า คุณสุ ในการเตรียมแผนงานเรื่องประชาสัมพันธ์ ซึ่งคุณสุนั้นคุณสมชายรู้จักดี

 

สมชาย : คือคุณสุ เป็นผู้หญิงที่วันนี้ก็ไปด้วยนะครับ ที่หน้าศาลฎีกาแผนกคดีอาญาทางการเมือง ไปแล้วบอกว่าเดี๋ยวคุณยิ่งลักษณ์จะมา สุเป็นอดีตนักข่าวทำเนียบรัฐบาล ชื่อจริงชื่อ สุนิสา เมื่อก่อนอยู่หนังสือพิมพ์วัฏจักร

 

บากบั่น : คุณสุเป็นคนทำวิทยานิพนธ์เรื่องเก่า ๆ ของพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย

 

สมชาย : และคุณสุทำให้คุณสนธิญาณและนักข่าวที่หน้าศาลฎีกาวันนี้เชื่อว่าเดี๋ยวคุณยิ่งลักษณ์จะมา อีกครึ่งชั่วโมงคุณยิ่งลักษณ์จะมา จนกระทั่งแม้กระทั่งตอนที่ศาลออกหมายจับแล้วนะครับ ก็บอกว่าคุณสุไปอธิบายว่า เดี๋ยวคุณยิ่งลักษณ์จะมา เนื่องจากว่าอ่านคดีคุณบุญทรงก่อน กว่าคดีคุณบุญทรงเสร็จใช้เวลานาน เดี๋ยวคุณยิ่งลักษณ์ก็จะมา แต่ว่านักข่าวก็งงว่าจริงหรือเปล่าเพราะว่าไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะศาลกำหนดให้รายงานตัวในเวลา 09.30 น. 

 

บากบั่น : อะไรที่ทำให้คุณสนธิญาณบอกว่า เราเห็นคุณยิ่งลักษณ์จริง ๆ วันที่ 1 ส.ค. 60

 

สนธิญาณ : คือหลังจากวันที่ 1 ส.ค. 60 แล้วคุณยิ่งลักษณ์ไม่ให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปทำข่าวกิจกรรมของคุณยิ่งลักษณ์ ก่อนหน้านี้เวลามีกิจกรรมอะไรทีมงานประชาสัมพันธ์จะมีการประสานผู้สื่อข่าวเพื่อให้เข้าไปทำข่าวคุณยิ่งลักษณ์ แต่คุณยิ่งลักษณ์หลังจากวันที่ 1 ส.ค. คุณยิ่งลักษณ์ยังอยู่ไม่ได้หนีตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. แต่ทำให้เป็นปกติว่าผู้สื่อข่าวไม่ต้องมาทำข่าว จะโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กและส่งคลิปไปให้ เพราะฉะนั้นวันที่ 4 ส.ค. ก็โพสต์ห่วงใยพี่น้องชาวอีสาน ชาวสกลนครที่น้ำท่วม วันที่ 12 ส.ค. ก็ไปลงนามถวายพระพรนี่ตัวต้องอยู่แน่ไปแน่ แต่ให้เกิดความเคยชินแล้วว่าผู้สื่อข่าวไม่มาแล้ว จนมาถึงวันที่ 23 ส.ค. ปกติตักบาตรที่ค่อนขอดว่าเอาปิ่นโตทั้งเถาไปใส่บาตร ปกติต้องเชิญผู้สื่อข่าวมา แต่วันนั้นก็ไม่ได้เชิญ ส่งภาพและส่งคลิปไปให้ ทุกคนก็เข้าไปเอาในเฟซบุ๊ก เพราะฉะนั้นกระบวนการแบบนี้คือทำให้ตายใจว่าวันที่ 25 ส.ค. ไปศาลแน่ มาตามปกติหมด เมื่อวานก็บอกว่าพี่น้องไม่ต้องมาให้กำลังใจนะ ดิฉันกำลังใจดี คือสร้างกระบวนการความรู้

 

สมชาย : คุณสนธิญาณครับ ไม่ใช่เฉพาะนักข่าวเชื่อนะครับ แม้กระทั่งพี่น้องของคุณยิ่งลักษณ์ยังเชื่อ คุณเป๋า มณฑาทิพย์ก็ไปศาลวันนี้ ลูกพี่อีกคนหนึ่ง พล.อ.ชัยสิทธิ์ก็เดินทางไป พี่น้องไม่รู้เลยหรอครับ

 

บากบั่น : เห็นว่าช่างแต่งผมยังไปรออยู่ที่บ้านตอนเช้า

 

สนธิญาณ : ถูกต้องครับ ทุกอย่างถูกสร้างและถูกเตรียมให้เห็นอย่างแน่นอนว่า ไม่หนี 

 

บากบั่น : คุณสนธิญาณ ผมก็ยังมีคำถามคาใจ คุณยิ่งลักษณ์มีโอกาสหนีรายครั้งแต่ไม่หนี บอกว่าจะต่อสู้จนสุดท้าย ถึงจะต่อสู้ไปตามรูปแบบของศาล ศาลก็บอกว่าอุทธรณ์ได้ แล้วทำไมคุณยิ่งลักษณ์ตัดสินใจหนี แล้วทำให้ความเชื่อถือความศรัทธาของคนที่เป็นผู้นำต้องต่อสู้มลายหายไป

 

สนธิญาณ : คุณทักษิณหนีนาทีสุดท้ายที่ประเมินแล้วว่าไปไม่รอด ตามช่องทาง ผมก็ต้องเรียนกลับมาที่รูปคดีแบบนี้ว่า คดีจำนำข้าวความจริงพูดกันมากแล้วพยายามหลีกเลี่ยงไม่พูด แต่คดีจำนำข้าวโดยในทางกฎหมายคดีคุณยิ่งลักษณ์ตามมาตรา 157 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ถึง 10 ปี  เวลาทำผิดกฎหมายในทางคดีอาญา เขาเรียกว่ามีเจตนาเป็นเจตนาจะต้องกระทำผิดอย่างมีเจตนา และมาตรา 157 เขาเรียกว่าต้องมีเจตนาพิเศษ ทีนี้ความพยายามในการที่จะต่อสู้ของทนายมาคือไม่ได้เจตนาพิเศษ

 

สมชาย : และไม่ดำเนินการ โดยความผิดคดีของคุณยิ่งลักษณ์ ซึ่งก็คล้าย ๆ กับคุณทักษิณแถลงไปศาลรัฐธรรมนูญตอนที่บอกว่าบกพร่องโดยสุจริต แล้วทำไมพี่น้องคู่นี้ถึงคล้าย ๆ กัน

 

สนธิญาณ : ทีนี้การไม่ได้มีเจตนาพิเศษคือดูแล้วคือเจตนาพิเศษแน่นอน ข้อที่นึ่งนโยบายนี้จำนำข้าวเปลือกราคา 15,000 บาทต่อตัน ท่านผู้ชมปกติการจำนำต้องราคาต่ำกว่าตลาด นี่ราคาข้าวสีแล้วตลาดขายราคา 11-12 บาท จำนำข้าวเปลือก 15,000 บาท เป็นเจตนาพิเศษหรือเปล่า เหมือนท่านซื้อทองบาทละ 20,000 บาท ท่านผู้ชมไปจำนำที่ร้านทองหรือโรงจำนำ ก็ได้ 19,000 บาท ถามว่าถ้ามีคนหรือรัฐบาลมารับจำนำทอง 25,000 บาท ท่านผู้ชมจะไปจำนำไหมและจะไถ่คืนไหม

 

บากบั่น : ไม่ไถ่ถอนคืนแน่นอนครับ

 

สนธิญาณ : เพราะฉะนั้นเจตนาพิเศษหรือไม่ พิเศษแล้วครับ แท้จริงแล้วนโยบายนี้ไม่ใช่นโยบายจำนำข้าว จะเป็นนโยบายซื้อข้าวขาด นี่อันที่หนึ่งนะครับ 

 

ฑิฆัมพร : แล้วเรื่องของการปล่อยปละละเลยในเรื่องของการทุจริต

 

สนธิญาณ : เราก็มาดูแบบนี้ครับ ไม่ใช่ว่าไม่ดูแล ความจริงคนไทยไม่รู้สึกเองตั้งแต่ต้น ข้าวจำนำไปทุกเม็ดไม่มีการขายออกเลย คำถามคนไทยเอาข้าวที่ไหนมาบริโภค ปกติข้าวเขมรก็ต้องมีการนำเข้า นี่ไม่มีการนำเข้า

 

บากบั่น : ตอนนั้นมีการสวมสิทธิ์ ปกติวิถีชาวนาส่วนหนึ่งข้าวจะเก็บไว้กินอีกส่วนจะเก็บไว้ขาย เอาไปจำนำ 15,000 บาท เอาส่วนที่ขายไปก่อน ส่วนที่เหลือกินเหลือใช้ยังเก็บไว้ในกระชังในชะลอมอยู่

 

สนธิญาณ : แบบนี้ครับคุณบากบั่นผมตอบได้ ชาวนามีอยู่ 5 ล้านครอบครัว ทั้งประเทศชาวนาเป็นคนประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ของประเทศ คนบริโภคข้าว 60 กว่าล้านคนแล้วเอาข้าวที่ไหนมากิน ข้าวที่เอามากินก็คือข้าวจีทูเก๊นี่ล่ะครับ กับสองแอบขโมยขายที่เห็นโกดังโหว่เห็นชัดว่าข้าวทำโดยทุจริต ดูแค่นี้และเรื่องนี้จบแค่นี้ไม่ได้ บริษัทค้าข้าวทั้งหลายที่ค้าขายข้าวในประเทศต้องมีส่วนรับผิดชอบว่าใครไปเอาข้าวจากไหนมาขายให้คนไทย คำถามต่อมาคือรัฐบาลไม่เอาข้าวจำนำมาขายให้คนไทย ถ้าขายรัฐบาลเจ๊งเลยครับที่ช่วยชาวนา เพราะข้าวเปลือกที่จำนำตันละ 15,000 บาท พอมาสีเป็นข้าวสารต้นทุนข้าวขาวจะอยู่ที่ประมาณ 30 บาท ราคาข้าวขาวที่บริโภคกันในประเทศ 22 - 23 บาท แพงขึ้น 7 บาท แบบนั้นผู้บริโภคไม่ถลกหนังหัวรัฐบาลหรือ ซึ่งผู้บริโภคมีมากกว่าชาวนา นี่เจตนาพิเศษไหมครับ นโยบายนี้จึงเห็นชัดว่าการกระทำทั้งสิ้นมีเจตนาพิเศษให้ได้ตั้งแต่ต้นโดยใช้สามัญสำนึกปกติ นโยบายแบบนี้ถ้าไม่หยุดประเทศหายนะครับ รัฐบาลประชาธิปัตย์เกิดมาเป็นรัฐบาลไม่อยากจะรับผิดชอบให้ 17,000 บาท หรือพล.อ.ประยุทธ์ถูกโจมตี ชาวนาย่ำแย่แล้วไม่ไหวแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ทำไมไม่รับจำนำข้าวตันละ 20,000 บาทซะเลยล่ะจะได้ช่วยชาวนาเหมือนที่คุณยิ่งลักษณ์อยากจะช่วย ทำไม่ได้เพราะความเสียหายในทางการตลาด



สนธิญาณ : คดีเป็นแบบนี้นะครับ เวลามีกฎหมายอาญา คือมีบทลงโทษและเวลาจะใช้ดำเนินคดี เขาเรียกว่าจะต้องมีกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ในการคดีของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญากำลังร่างกันอยู่เป็นยังไม่เสร็จ ดังนั้นจึงต้องไปใช้ตามกฎหมายอาญาแทน การที่จะอุทธรณ์ได้จำเลยจะต้องมาแสดงตัวต่อศาล

 

บากบั่น : อันนี้คุณยิ่งลักษณ์ไม่มาแสดงตัวต่อศาลเพราะหนีไปแล้ว

 

สนธิญาณ : ก็มาแสดงตัวได้ตอนจะอุทธรณ์

 

สมชาย : ต้องฟังคำพิพากษาก่อน แต่เหนือกว่าคำว่าจะมาอุทธรณ์หรือไม่อุทธรณ์ผมไม่เชื่อว่าคุณยิ่งลักษณ์จะกลับมา

 

สนธิญาณ : นี่พูดตามขั้นตอนกฎหมาย

 

สมชาย : แต่ทีนี้ผมกำลังบอกต่อไปครับว่า คุณยิ่งลักษณ์ก็คงจะคิดแบบเดียวกับคุณทักษิณที่เคยคิดว่าฉันจะไม่อุทธรณ์ต่อสู้คดี แต่ฉันจะให้ชนะในการเลือกตั้ง นั่นหมายความว่าพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้ง เมื่อคิดว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะในการเลือกตั้งก็จะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจและกระบวนการทางกฎหมาย เช่นเดียวกันกับที่พี่ชายเขาคิดในการที่จะเปลี่ยนแปลงกฎหมายซึ่งเป็นเหตุทำให้ตัวน้องสาวต้องถูกออกจากตำแหน่ง ต้องถูกยึดอำนาจอำนาจ ท้ายที่สุดก็ต้องการนิรโทษกรรม เรื่องนี้คุณสนธิญาณรู้ดี

 

ฑิฆัมพร : กำลังจะบอกว่าหนีไปก่อน ผ่านไป 2-3 ปีเข้าสู่การเลือกตั้งแล้วกลับเข้ามามีอำนาจใหม่และแก้ไขกฎหมาย

 

สมชาย : เพราะเขาคิดว่ากระบวนการของคุณทักษิณและทีมทักษิณ คิดว่าเขาจะไม่สู้ในสิ่งที่เขาไม่มีอำนาจ เขาไม่สามารถคุมเกมได้เขาก็ไม่สู้ เขาก็เลือกที่จะถอยไปตั้งหลักก่อน แล้วก็มายึดอำนาจผ่านกระบวนการเลือกตั้ง พอผ่านกระบวนการเลือกตั้งเขาก็สามารถไปเปลี่ยนโครงสร้างของการบริหาร นิติบัญญัติ และออกกฎหมายนิรโทษกรรมตัวเองเหมือนที่เคยทำ จนทำให้รัฐบาลน้องสาวล้มลงในที่สุด

 

บากบั่น : คุณผู้ชมอย่าสับสนนะครับ ที่ถามคุณยิ่งลักษณ์เมื่อหนีไปศาลออกหมายจับ 30 วัน สามารถที่จะพิพากษาลับหลังได้ เพราะฉะนั้นก็สามารถอุทธรณ์จากนั้นได้

 

สนธิญาณ : ผมจะเรียงลำดับข้อกฎหมายให้ฟังแบบนี้นะครับ สมมติว่าวันนี้ศาลออกหมายจับพร้อมริบเงินประกัน 30 ล้านบาท นี่ประการแรก ถ้าคุณยิ่งลักษณ์มาศาลพรุ่งนี้ วันนี้มาแถลงอ้างตามเหตุผลจริง ๆ ว่าน้ำในหูไม่เท่ากัน คุณยิ่งลักษณ์มาโผล่ก็แสดงว่าเจตนาไม่หนี ก็อาจจะริบเงินประกัน หนึ่งแสน หรือหนึ่งล้าน ไม่ใช่ทั้ง 30 ล้านบาท แล้วเข้าสู่กระบวนการอ่านคำพิพากษา แต่ถ้าไม่มาครบ 30 วัน ศาลจะอ่านลับหลังตามที่ว่า แต่ตัวคุณยิ่งลักษณ์ไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์แล้ว ผมจะเรียนว่าคุณยิ่งลักษณ์ไม่ได้มีเฉพาะคดีอาญาอย่างเดียว ยังมีความผิดตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเป็นความผิดทางแพ่งอีกหนึ่งคดี เรื่องนี้ประเมินค่าความเสียหายอยู่ที่ 35,000 ล้านบาท เป็น 20 เปอร์เซ็นต์ของ 170,000 ล้านบาท เรื่องนี้ก็ต้องจับตาดูว่าโดยสิทธิ์หลังจากที่ขั้นตอนของรัฐดำเนินการในการที่จะสั่งเรียกค่าเสียหาย แล้วถ้าไม่มาจ่ายก็ตามยึดทรัพย์ ซึ่งความจริงวันนี้มีการถ่ายเททรัพย์แล้ว ส่วนที่จะต้องติดตามในเรื่องนี้ก็คือบรรดาหุ้นในบริษัทต่าง ๆ ที่คุณยิ่งลักษณ์ถืออยู่ที่เป็นมูลค่าได้แจ้งหรือไม่ แต่สิ่งที่ในเชิงการข่าวทีมข่าวของสปริงส์นิวส์ติดตามก็คือว่า แท้จริงแล้ววันนี้ทรัพย์สินของคุณยิ่งลักษณ์เหลืออยู่กี่บาท อันนี้้ต้องตาม

 

ฑิฆัมพร : ป.ป.ช. บอก 500 กว่าล้านบาท

 

สนธิญาณ : นั่นคือตัวเลขตอนที่รับตำแหน่ง ตอนนี้เราไม่รู้ว่าถ่ายเทออกไปหมดแล้วหรือไม่ และสองคดีนี้เป็นคดีแพ่งสามารถมอบอำนาจให้ทนายมาดำเนินการได้ ก็ต้องดูว่าคุณยิ่งลักษณ์ยังจะกล้ามายื่นศาลปกครองในคดีนี้หรือไม่

 

บากบั่น : ชะตากรรมของคุณยิ่งลักษณ์ก็คล้ายคลึงกับคุณทักษิณ คุณทักษิณก็หนีไปศาลจำคุกและหลังจากนั้นคุณทักษิณหนีไปแล้วก็ยังคดีความอื่น ๆ รออยู่อีกมากเหมือนกัน กรณีของคุณยิ่งลักษณ์ก็เช่นเดียวกัน พ้นจากคดีนี้ก็ยังมีคดีอื่น ๆ คดีเรื่องว่าด้วยทางความผิดละเมิดที่ต้องยึดทรัพย์กันต่อไป และประเด็นต่อมาที่เราต้องคุยกันให้เคลียร์ เมื่อคุณยิ่งลักษณ์ปิดประตูหนีไปแล้ว หนีไปทางการเมืองถามดูว่าแล้วใครได้ใครเสียจากทางการเมือง

 

สนธิญาณ : ผมจะตอบสนับสนุนที่คุณสมชายพูดก่อนยนะครับ ว่าความคิดของคุณยิ่งลักษณ์หรือคุณทักษิณ คือต้องกลับมามีอำนาจรัฐ การกลับมามีอำนาจรัฐจะทำให้สามารถเข้ามากุมรัฐสภาและเข้ามากุมกระบวนการยุติธรรมขั้นต้น สิ่งที่ต้องทบทวนกลับมาเป็นข้อมูล หลายคดีศาลชั้นต้นตัดสินพิพากษาในเครือข่ายคนเสื้อแดง เช่น ยิงในวัดพระแก้วเป็นต้น แต่เมื่อเปลี่ยนกระบวนการยุติธรรมขั้นต้น หมายถึงเปลี่ยนพนักงานสอบสวน เปลี่ยนอัยการ คดีในชั้นอุทธรณ์ ฎีกาก็ยก ผมเรียนเลยนะครับคดีที่ ป.ป.ช. ยื่นเรื่องไปให้อัยการ อัยการทำงานกันหนักหน่วงเพื่อจะไม่ฟ้อง

 

สมชาย : แล้วทำไมถึงฟ้อง

 

สนธิญาณ : ก็เพราะ คสช. ยึดอำนาจอย่างไรล่ะครับ ก็เปลี่ยนอัยการทั้งชุด

 

สมชาย : คุณผู้ชมลืมไปแล้วผมก็ยังลืมเลย

 

สนธิญาณ : มีชื่อของคน ๆ หนึ่งในตนนั้นซึ่งมีบทบาทสำคัญยิ่ง ชื่อวุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์ อย่าลืมชื่อนี้ ท่านอาจจะไม่ได้ทำอะไร แต่เนื่องจากว่าท่านเป็นเพื่อน วตท. กับคุณยิ่งลักษณ์ เรียนรุ่นที่ 12 ตอนที่คุณยิ่งลักษณ์ขึ้นมามีบทบาท เป็นรองอัยการสูงสุด และเป็นหัวหน้าคณะพิจารณาคดีคุณยิ่งลักษณ์ ประชุมกันเท่าไหร่ก็ไม่จบและจะไม่ฟ้อง นี่คือที่มา ตอนที่เป็นรองอัยการสูงสุด ได้เป็นบอร์ดธนาคารออมสิน การประปานครหลวง ธนาคารพัฒนารัฐวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และบริษัทอู่กรุงเทพจำกัด 4 รัฐวิสาหกิจ เพราะฉะนั้นการมีอำนาจสามารถที่จะเข้ามาจัดการในเรื่องเหล่านี้ได้ 

 

สมชาย : คำถามต่อไป ที่ถามมาตั้งแต่ตอนต้นว่าใครตัวเบาในทางการเมือง ต้องบอกว่าวันนี้เมื่อไม่มีการพิจารณาคดีคุณยิ่งลักษณ์ แรงเผชิญหน้าน้อยลง คสช.ก็ไม่มีประเด็นที่จะต้องไปบริหารจัดการ เป็นประเด็นหนึ่งที่นักวิเคราะห์ทางการเมืองก็คิดเหมือนกันว่า ถ้าหากไปจำคุกคุณยิ่งลักษณ์ แล้วถ้ามีมวลชนมาเยี่ยมคุณยิ่งลักษณ์วันละ 3,000 - 5,000 คนก็จะเกิดอะไรขึ้น จะเกิดแรงกดดันอะไรหรือไม่

 

ฑิฆัมพร : คุณทักษิณคุณยิ่งลักษณ์จะใช้ยุทธศาสตร์เดิมในเรื่องของการเคลื่อนไหว เอาต่างประเทศมากดดันอย่างนี้ไหมครับ

 

สนธิญาณ : ผมเรียนได้เลยนะครับ กรณีการหนีของคุณยิ่งลักษณ์และการเอาตัวรอด วันนี้ขุดหลุมฝังระบบทักษิณและยิ่งลักษณ์แล้ว ขุดหลุมฝังอย่างไรนั้น ข้อที่หนึ่งในการเลือกตั้งครั้งหน้าใช้ระบบสัดส่วนผสม เวลาจะเลือกนายกรัฐมนตรีต้องมีเสียง 376 เสียง ใน 376 เสียงนั้นมี ส.ส. 500 คน มี ส.ว. 250 คน ถ้านายกรัฐมนตรีจะมาจากการเลือกตั้งนั่นหมายความว่า ส.ส.จะต้องได้เสียง 376 เสียง ซึ่งในระบบการเลือกตั้งสัดส่วนผสมในทางสถิติ ตัวเลขที่เคยเลือกพรรคเพื่อไทยมาสูงสุด 11-12 ล้านเสียง ได้ที่นั่งไม่เกิน 200 ที่นั่ง จะได้นายกรัฐมนตรีจากการเลือกตั้งมีอยู่อย่างเดียวคือ พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทยต้องบวกกัน สมการนี้ไปได้หรือเปล่า ข้อที่สองหากว่าเลือกตั้งแล้ว ถ้าเลือกนายกรัฐมนตรีไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์มีสิทธิ์ยุบสภา 

 

สมชาย : เพราะเข้าไปก็ทางตัน

 

สนธิญาณ : ถูกต้องเพราะเป็นทางตันทางการเมือง เว้นแต่ว่ามีพรรคหนึ่งพรรคใด ก็ไม่พรรคเพื่อไทยก็พรรคประชาธิปัตย์มาจับมือกับ ส.ว. แล้วโหวต

 

สมชาย : อย่างนี้ได้ไหมครับคุณสนธิญาณ ในวิกฤติครั้งนี้พรรคเพื่อไทยที่คุณยิ่งลักษณ์เจริญรอยตามคุณทักษิณหนีไป จะเป็นโอกาสให้พรรคเพื่อไทยสลัดคุณทักษิณออกไป จะมีโอกาสที่พรรคเพื่อไทยจะกลายเป็นพรรคการเมืองที่แท้จริงได้ไหม สลัดออกไปเลย

 

สนธิญาณ : จะกล้าสลัดได้อย่างไรครับ ก็เงินของคุณทักษิณ ผมเรียนแบบนี้ ฉะนั้นโดยข้อสรุปที่บอกว่าขุดหลุมฝังระบบทักษิณแล้ว วันนี้จบ แกนนำ นปช. อยู่ในคุก รอที่จะเข้าคุก ไม่ใช่คำสาปแช่งนะครับ โดยกระบวนการในแง่กฎหมาย

 

สมชาย : เป็นไปไม่ได้เลยหรือครับ ที่พรรคเพื่อไทยเขาจะมีโอกาสสร้างพรรคการเมืองที่สลัดจากคราบคุณทักษิณเลย

 

สนธิญาณ : ก็ดีครับเพราะไม่ต้องใช้เงินของคุณทักษิณ เพราะว่าถ้าคุณทักษิณไม่ได้กลับมาเป็นรัฐบาล และคุณทักษิณไม่ได้กลับบ้าน ผมเรียนนะครับที่สู้ที่ทำอยู่ทั้งหมดเพราะคุณทักษิณหวังจะกลับบ้าน ถ้าคุณทักษิณบอกว่าจบไม่กลับบ้าน เพราะถ้ากลับมาคดีคุณทักษิณรออยู่อีกเกือบ 10 คดี

 

บากบั่น : คุณสมชาย คุณสนธิญาณบอกว่า หลังจากนี้เมื่อคุณยิ่งลักษณ์หนีพรรคเพื่อไทยจบ คุณสมชายคิดว่าจบไหม

 

สมชาย : ผมคิดว่าพรรคเพื่อไทยก็อาจจะกลายเป็นพรรคเล็กลงไม่ถึงขนาดปิดไปเลย อาจจะไม่ได้เป็นพรรคใหญ่ที่จะตั้ง จัดการในระบบการเลือกตั้งหลังจากนี้ไป วันนี้ลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ

 


เรียบเรียงโดย

นางสาวอัจจิมา วรรณโร